EP.29 สอนวิธีซื้อหุ้นปันผลอย่างละเอียดยิบ จบในคลิปเดียว

เมื่อหลายปีก่อน พอทุกคนเริ่มมีเงินเก็บ เงินก็ดองอยู่ในธนาคาร กินดอกเบี้ยได้น้อย  แต่เมื่อเราเริ่มสนใจการลงทุน

ได้รับคำแนะนำจาก Youtube บางท่านบอกว่าให้ซื้อหุ้นที่มั่นคง แข็งแกร่ง ไม่เจ๊ง มีปันผลที่พอใช้ได้ก็จะดีกว่าดอกเบี้ย bank ปันผลที่แนะนำก็คือ 5% ควรซื้อแบบไหนมาดูกัน !!

แนะนำแนวคิดในการซื้อหุ้นปันผล :   อันดับแรกต้องเข้าใจก่อน หุ้น ถูกแบ่งเป็น 6 ประเภทคร่าวๆ ดัวนี้

EP.29 สอนวิธีซื้อหุ้นปันผลอย่างละเอียดยิบ จบในคลิปเดียว

ประเภทแรก คือ หุ้นกลุ่มโตช้า อยู่ในอุตสาหกรรมอิ่มตัวแล้ว ขยายไปทั่วประเทศแล้วไม่สามารถขยายไปต่างประเทศได้อีก

ประเภทที่ 2 หุ้นแข็งแกร่ง เป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ มีความมั่นคงของตัวธุรกิจสูง แต่ก็สามารถเติบโตและขยายกิจการได้อย่างเรื่อยๆ ขยายไปต่างประเทศ ขยายไปในประเทศ เช่นการเพิ่มรายได้ทางใดทางหนึ่งเช่นการเพิ่มยอดขาย เพิ่มปริมาณให้ลูกค้า ลูกค้าซื้อเยอะถี่ขึ้น ต่อบิล

ประเภทที่ 3 หุ้นกลุ่มโตเร็ว อาจจะเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดยังเล็กอยู่ กลางอยู่ ยังไม่ใหญ่มากๆ มีพื้นที่ในตลาดอีกมาก ตลาดยังเติบโตได้อยู่

กลุ่มที่ 4 คือกลุ่ม วัฏจักร คือ สูงสุดแล้วก็ลง ต่ำสุดแล้วก็ขึ้น เหมือนคลื่น มีลักษณะช่วงไหนที่ดีก็จะดีมาก ช่วงไหนที่ไม่ดี ขาลงก็จะแย่ ก็จะติดลบขาดทุนได้เลย

กลุ่มที่ 5 กลุ่มฟื้นตัว (Turnaround) คือกลุ่ม เปลี่ยนแปลง Business Model หรือเปลี่ยนแปลงธุรกิจ เปลี่ยนแปลงเจ้าของ เปลี่ยนแปลงผู้บริหารซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจพลิกฟื้นขึ้นมา เปลี่ยนแปลงอสังหาริมทรัพย์ เป็นโรงพยาบาล สร้างบ้านขายเปลี่ยนจากทำโรงแรมเป็นให้เช่าอยู่

กลุ่มที่ 6 คือสินทรัพย์มาก (Asset play) ทรัพย์สินที่เขาถืออยู่มากกว่าราคาหุ้น อาจจะมีที่ดินมหาศาล หรือหุ้นที่ถืออยู่มีมูลค่ามากกว่า หุ้นของตัวเอง

ในหุ้น 6 ประเภท เราจะซื้อหุ้นประเภทไหนได้บ้าง เพื่อหวังปันผล

ดังนั้นเราจะตัดกลุ่มที่ไม่ใช่ออกก่อน คือ หุ้นกลุ่มฟื้นตัว (Turnaround) กลุ่มนี้จะมีผลประกอบการที่ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว อาจจะขาดทุน กว่าจะฟื้นตัวมาได้ก็ไม่สามารถจ่ายปันผลได้อยู่ดี เนื่องด้วยกฎระเบียบบางอย่าง ก็จะเหลือ 5 กลุ่ม ดังนี้

คือ กลุ่มโตเร็ว โดยธรรมชาติจะเอากำไรที่เหลือปันผลเล็กๆน้อยๆออกไปไปสร้างการเติบโตในอนาคต ซึ่งเขาจะจ่ายเงินปันผลน้อยมาก ปันผลอาจจะแค่ 1 % +/- , 0.กว่า % ก็มี

-กลุ่มสินทรัพย์ (Asset play) แล้วแต่ธุรกิจ แต่ถือว่า ลงทุนได้บ้าง มักจะเป็น (Holding company) มันจะเป็น การถือบริษัทอื่นไว้ บริษัทที่เขาถือจะเป็นการจ่ายปันผลออกมาเยอะ ปันผลก็อาจจะดี แต่ถ้า เป็นหุ้นที่เขาถือทรัพย์สินอื่นที่ไม่ได้งอกเงยขึ้นมา เช่นถือที่ดิน ตัวเขาเองก็จะจ่ายปันผลน้อย เป็นกลุ่มที่ต้องเลือกดู

-หุ้นกลุ่มวัฏจักร มีนักลงทุนเข้าใจผิดเยอะมาก ว่าหุ้นกลุ่มนี้เป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนในเรื่องของเงินปันผลสูงมาก มีทั้งช่วงแย่และในช่วงดี ปัญหาในช่วงที่ดีคือจ่ายปันผลได้ ในช่วงเวลาที่ไม่ดีคือจ่ายปันผลไม่ได้ ตรงกันข้ามแย่กว่าเดิมคือ ปันผลที่ไม่ได้จ่าย และราคาหุ้นยังลดลงมาเยอะด้วย เพราะบริษัทขาดทุน เป็นกลุ่มที่พลาดเยอะที่สุด

-หุ้นกลุ่มแข็งแกร่ง ราคาของหุ้นกลุ่มนี้สูงมาก เงินปันผลค่อนข้างต่ำ แล้วเขายังขยายกิจการเติบโตได้กิจการไปยังต่างประเทศ เขาจะเก็บเงินส่วนนึงปีที่แล้วมาสร้างการเติบโต ทำให้จ่ายเงินปันผลได้น้อย จะจ่ายออกมาซัก 1ถึง 2 % เท่านั้นเอง ไม่เยอะ  ราคาเหมาะสมก็จะได้ประมานนี้ ไม่ควรซื้อแพง เพราะปันผลจะถูกกว่านี้ ถ้าซื้อถูกอาจจะได้เงินปันผลซัก 3-4%

-กลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่มที่แนะนำ เพื่อเงินปันผล  คือกลุ่มโตช้า กลุ่มแรกเลย คือกลุ่มนี้จะมีความไปเรื่อยๆจะมีความแข็งแกร่งสูงมาก ยกตัวอย่าง หุ้นกลุ่มพวกผลิตน้ำประปา กลุ่มเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ลูกค้าเต็มประเทศอยู่แล้ว

ตัวอย่างหุ้นดูได้จาก เข้ามาใน www.set.or.th ตามปกติ

>>>> ในกรณีนี้เป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างไม่ได้มีการเชียร์ขายหุ้นแต่อย่างใด <<<<

กลุ่มแรกคือ กลุ่มหุ้นกลุ่มฟื้นตัว (Turnaround) ทำอย่างอื่นมาก่อนผลประกอบการจะไม่ค่อยดี  ติดลบ แต่มีการเปลี่ยน Business model  ปันผลจะไม่จ่ายเลย เช่น

ในกลุ่มนี้ในการ (Turnaround) มาต้องมีการ success สำเร็จแล้ว

กลุ่มต่อไปคือกลุ่มที่ 2 กลุ่มสินทรัพย์ (Asset play)พอซื้อได้ สำหรับเงินปันผล หลักๆมีทรัพย์สินที่ถือไว้มากกว่าราคาหุ้นที่มีอยู่


ยกตัวอย่าง บริษัท INTUCH คือบริษัทตัวแม่ของ Advance หรือ AIS ถือบริษัทตัวลูกหลายตัวที่มั่นคงเช่น Advanceไทยคม คือกลุ้มหุ้นตัวนี้ทำหน้าที่เป็น (Holding company) แล้วจ่ายเงินต่อออกมาให้ผู้ถือหุ้นทั้งหมด กำไรหลักๆจะเป็นของบริษัทลูกๆ พวกกลุ่มม Advance ถือว่าอยู่ในกลุ่มโตช้าด้วย
*อยากทราบว่าเงินปันผลเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ต้องเข้ามาใน *ข้อมูลสิทธิประโยชน์*
ว่าจ่ายปันผลปีละกี่บาท

*จ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง*
ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของลูกๆเขา ถ้าบริษัทนี้มีลูกหลายคน แล้วตัวลูกเขาทำกำไร ลูกอีกคนทำให้  ขาดทุนก็ได้ การซื้อตัวลูกเป็นหุ้นอิ่มตัว จะพยากรณ์ได้ง่ายและปลอดภัยกว่าตัว (Holding company)

ตัวต่อไปที่จะให้ดูกลุ่มที่ 3 คือตัวนี้ หุ้นกลุ่มวัฏจักร


ตัว QH จะถือหุ้นโฮมโปรอยู่ด้วยอยู่  20% คือมากกว่า สองหมื่นล้าน
ทรัพย์สินถือเขาถือไว้มากกว่าราคาหุ้น ณ ตอนนี้ (ราคาของหุ้น โฮมโปรมีมูลค่าสูงกว่าหุ้นของตัวเอง)
กลุ่ม QH  ก็อยู่ใน หุ้นกลุ่มวัฏจักร
กลุ่มหุ้นอสังหาริมทรัพย์ หรือกลุ่มหุ้น Property เป็นกลุ่มหุ้น วัฏจักรที่ชัดเจน

เช่น แสนสิริ ถ้าเศรษฐกิจดีก็จะขายบ้านดีมาก แต่ในเวลาที่ไม่ดีคนก็จะไม่ซื้อ เพราะบ้านเป็นสินทรัพย์ขนาดใหญ่ สินทรัพย์ถาวร มีภาระผูกพันระยะยาว 20-30 ปี เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีคนก็ชะลอการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ๆออกไป จะทำให้บ้านขายไม่ดี ขายไม่ได้ ขาดทุนได้
ถ้ากำไรน้อยก็ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้เลย
ธนาคารก็เป็นอีกกลุ่มที่เป็นกลุ่มวัฏจักร เป็นรอบ 10 ปี รอบใหญ่ เหมือนอสังหาริมทรัพย์
ไตรมาสแรกจะยังไม่ค่อยสะท้อนเรื่องปัญหา 2-3 จะมีหนี้เสียมากกว่านี้ จะสะท้อนกำไรสุทธิทันที

*** คนที่มีความรู้น้อย แล้วไม่ดูแม้หน้าก่อน ต้องดูทั้งหน้าหลังและหน้าก่อน (ตัวหุ้นวัฏจักร) **

ราคาที่ตกลงมา มักจะไม่เท่าปีก่อน มันจะสะท้อนผลประกอบการราคา มักจะไม่ได้ปันผลเท่านี้

ราคาจะลงไปได้อีก ปันผลไม่ได้เท่าเดิม แถมยังขาดทุนราคา เพราะความเข้าใจผิด

เช่นธนาคาร KTB  “P/ E ต่ำกว่า 10 เท่า ไม่ได้แปลว่าถูกเสมอไป แปลว่ากำลังสะท้อนความคาดหวังในอนาคตอยู่ กำลังอาจจะลดลงเป็นอย่างมากก็ได้”

“การไม่เจ๊งไม่ได้แปลว่าเขาจะขาดทุนไม่ได้  ถ้าเขาขาดทุนเขาก็ใช้เงินปันผลไม่ได้  และถ้าเขาขาดทุนต่อเนื่องต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวกลับมา 3 ปี 4 ปี”

คือ เราจะไม่ได้เงินปันผลอีก 3-4 ปี

นี่คือข้อที่จะไม่แนะนำอีก ของหุ้น วัฏจักร ในการคาดหวังเงินปันผล

ตัวต่อไปของ หุ้นวัฏจักร คือ พฤกษา Holding (การสร้างบ้านขาย) เป็นอีกกลุ่มในอสังหาริมทรัพย์


–            รายได้ตกมาตลอด
ถ้ากำไรลดลงเยอะ บริษัทก็จะไม่จ่ายเงินปันผล เพราะว่าจะเก็บเงินไว้เพิ่มสภาพคล่องของบริษัท ลงทุนต่อในปีต่อๆ ไปแต่ส่วนมากจะไว้เพิ่มสภาพคล่อง 
(อย่างดีที่สุดจะได้เงินปันผล 4% แต่อย่างแย่ที่สุดจะไม่ได้เงินปันผลเลย )

ตัวต่อมาหุ้นวัฏจักร หุ้นตัวนี้ผลิตเกี่ยวกับพลาสติก ใหญ่เป็นอันดับต้น อันดับ 2 ๆของโลก

–            พลาสติกเป็นสินค้า COMMODITIES

นี่คือ ลักษณะที่สำคัญ ของหุ้นวัฏจักรที่มีการเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลง
–            ได้ปันผล 50 % แต่ขาดทุน 1 %

–            5% ที่เราเห็น คือการนำเอาเงินปันผลของปีที่แล้ว 5% มาหารราคาปัจจุบัน

ข้อสำคัญ * ประเด็นของการวิเคราะห์หุ้น คือการจำแนกประเภทหุ้น ว่าอยู่ไหนประเภทไหน ถ้าจำแนกผิดจะเกิดการวิเคราะห์ที่ผิด

(คนจะตกหลุมพรางหุ้นอสังหาริมทรัพย์กันเยอะ เพราะ PE มันต่ำ)

กลุ่มต่อไป กลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มโตเร็ว ยกตัวอย่าง : บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) COM7

มีการเติบโตมาหลายปี ปีละ 30 – 40 % เติบโตดี

ส่วนมากเวลาที่เราซื้อหุ้น กลุ่มโตเร็ว เราจะไม่ค่อยคาดหวังในเงินปันผล แต่จะคาดหวังกับผลกำไรที่เป็นส่วนต่างของราคามากกว่า

สรุปแนวคิดที่แนะนำ :  4 กลุ่ม ที่กล่าวถึง ไม่แนะนำในกรณีที่คาดหวังเงินปันผล

1.กลุ่มวัฏจักร  2. กลุ่มฟื้นตัว Turnaround  3. หุ้นโตเร็ว  4. หุ้นกลุ่มสินทรัพย์ (Asset play)

กลุ่มต่อไปกลุ่มที่ 5 ประเภทกลุ่มแข็งแกร่ง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)  CPALL


ส่วนมากราคามักจะสูง PE จะสูงกว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์
ราคาสูง เงินปันผลก็จะต่ำ

ต่อไปกลุ่ม HMPRO : บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)

ในกลุ่มนี้ ถ้าอยากซื้อซื้อได้ แต่ต้องในราคาเหมาะสม เงินปันผลจะอยู่ในราคา 1-2 %
เงินปันผลจะค่อนข้างต่ำ เราจะยอมรับได้ไหม ถ้าเราซื้อในระดับมากเงินปันผลอาจจะอยู่ใน 3-4 % ได้
ลงทุนได้ แต่อาจจะคาดหวังเงินปันผลได้แค่ 1-2 %

ต่อมา ตัวสุดท้ายคือตัวพระเอก ! คือ หุ้นกลุ่มโตช้า (แต่ชัวร์)


–            ผลิตน้ำประปาให้ประปาภูมิภาค ประปานครหลวง จ่ายน้ำให้เราได้ใช้เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้

รายได้ค่อนข้างเสถียร กำไรก็เสถียรตาม

–            ถึงจะโตช้าแต่ชัวร์

หรือ AIS บริการเกี่ยวกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ มีสัดส่วนเกือบ 50% เป็นเบอร์ 1 ประเทศ


ก็จะมีความคล้ายตัวที่กล่าวไปเช่นกัน
แต่กระทบ คือโรคระบาดที่เกิดขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติขาดหายไป เพราะ AIS มีการบริการซิมทู ฟลาย ที่นักท่องเที่ยวใช้ในประเทศ ขาดหายไป 4-6%
ปกติ : AIS จะจ่ายเงินปันผล 100% ของกำไรสุทธิ ช่วงหลังๆ จะจ่ายเงินปันผลลดลงไป 70%
เพราะนำเงินปันผล 30% ที่เหลือ นำไปลงทุนเพิ่ม ขยายธุรกิจ Internet เน็ตบ้าน ต้องยอมรับในข้อนี้

หุ้นตัวไหนก็ตามเราจะหลับหูหลับตาซื้อไม่ได้ ต่อให้เป็นหุ้นกลุ่มโตช้า หรือปันผลก็ตาม

เราต้องศึกษา ว่ามีรายได้มาจากทางไหน สัดส่วนเป็นยังไง แล้วมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนเช่น ความเสี่ยงที่มีคือ หน้าแล้ง เป็นต้น ของบริษัท TTW

ถ้าไม่เข้าใจสามารถรับชมคลิป ทำความเข้าใจง่ายๆ ได้ทาง Youtube ช่องด้านล่างนี้

EP.29 สอนวิธีซื้อหุ้นปันผลอย่างละเอียดยิบ จบในคลิปเดียว – YouTube

ซึ่งมีมากกว่า 60 คลิป ให้รับชมสำหรับการทำความเข้าใจของนักลงทุน เรื่องหุ้น ฉบับมือใหม่ !

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *