กล้วยๆ Q&A ถาม-ตอบ เรื่องหุ้นจากในคอร์สหุ้นมือใหม่ VI TURN PRO

หุ้น IMPACT ทำไมราคาร่วง 50%? ทั้งที่ปันผลคงที่ทุกไตรมาส | Q&A กล้วยๆ EP.1170

สำหรับนักลงทุนสายปันผลที่ชื่นชอบการลงทุนในกลุ่มกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ชื่อของ หุ้น IMPACT (กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท) คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนคุ้นเคยกันดี แต่ในช่วงที่ผ่านมา กลับมีคำถามสำคัญที่ทำให้นักลงทุนหลายคนเกิดความสงสัยและกังวลใจว่า ทำไมราคาหุ้นจึงร่วงลงมาจากจุดสูงสุดในอดีตกว่า 50-60% (จากที่เคยทำราคาสูงถึงประมาณ 30 บาทในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ลงมาเหลือเพียง 10 กว่าบาทในปัจจุบัน) ทั้งที่เมื่อดูเผินๆ แล้ว กองทรัสต์นี้ก็ยังคงมีการจ่ายเงินปันผลทุกไตรมาสอย่างต่อเนื่อง

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกความจริงเบื้องหลังตัวเลขทางการเงิน เพื่อปลดล็อกภาพลวงตาและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ หุ้น IMPACT กันแน่

ภาพลวงตาของ “ปันผลคงที่” ที่เราอาจคิดไปเอง

นักลงทุนหลายคนมักมองตัวเลขย้อนหลังเพียงแค่ช่วงสั้นๆ 3-4 ปีล่าสุด แล้วรู้สึกว่า หุ้น IMPACT มีการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอและค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ในความเป็นจริง หากเรากางประวัติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลังในระยะยาว จะพบว่าคุณภาพและเสถียรภาพของรายได้นั้นไม่ได้นิ่งอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ลองมาดูสถิติการจ่ายเงินปันผลที่เกิดขึ้นจริง:

  • ปี 2564 (ช่วงวิกฤตโควิด-19): ปันผลของ หุ้น IMPACT ร่วงลงไปเหลือเพียง 5 สตางค์ต่อหุ้นตลอดทั้งปี สาเหตุหลักมาจากมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้ไม่สามารถจัดงานอีเวนต์ได้ รายได้จึงหดหายไปจากระดับปกติถึง 90% สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ารายได้ของกองรีทนี้มีความผันผวนและมีความเสี่ยงสูงตามสถานการณ์แวดล้อมภายนอก
  • ปี 2565: จ่ายปันผลรวมประมาณ 51 สตางค์ต่อหุ้น
  • ปี 2566: จ่ายปันผลรวมประมาณ 58 สตางค์ต่อหุ้น
  • ปี 2567: จ่ายปันผลรวมประมาณ 60 สตางค์ต่อหุ้น

แม้ตัวเลขการจ่ายปันผลจะดูเหมือนทยอยฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลังโควิด-19 แต่คำถามสำคัญที่คุณต้องฉุกคิดคือ ระดับการจ่ายปันผลนี้ เท่ากับระดับในอดีตก่อนเกิดวิกฤตแล้วจริงหรือ?

สมมติฐานเรื่อง Dividend Yield: ทำไมราคา 30 บาทในวันวานถึงไม่มีทางกลับมาด้วยปันผลเท่าเดิม?

ในช่วงปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤตโรคระบาด ราคาของ หุ้น IMPACT เคยขึ้นไปสูงถึงระดับ 30 บาท หากเรามาคำนวณย้อนกลับด้วยหลักการลงทุนพื้นฐานที่สมเหตุสมผล จะเข้าใจทันทีว่าทำไมราคาหุ้นในปัจจุบันถึงต้องปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 10-12 บาท

ลองคิดตามกลไกนี้:

  • หากสมมติว่าในปัจจุบัน หุ้น IMPACT มีความสามารถในการจ่ายปันผลอยู่ที่ประมาณ 70 สตางค์ต่อปี
  • ถ้าหุ้นยังฝืนรักษาราคาอยู่ที่ 30 บาท อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) จะเหลือเพียงแค่ประมาณ 2% เท่านั้น
  • ในโลกของการลงทุนกองรีท (REIT) การรับความเสี่ยงเพื่อแลกกับผลตอบแทนเพียง 2% ถือเป็นตัวเลขที่เป็นไปไม่ได้และไม่ดึงดูดใจนักลงทุนอย่างแน่นอน

ดังนั้น ณ ราคา 30 บาทในอดีต ปันผลที่แท้จริงที่กองนี้เคยทำได้จึงต้องสูงกว่าปัจจุบันมาก (คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับ 1-2 บาทต่อหุ้น) เมื่อความสามารถในการทำกำไรและจ่ายเงินปันผลลดลงมาเหลือเพียงระดับ 50-60 สตางค์ในปัจจุบัน อัตราผลตอบแทนปันผลที่นักลงทุนคาดหวังแถวๆ 5% จึงถูกนำมาคำนวณย้อนกลับ และสะท้อนออกมาเป็นราคาหุ้นที่สมเหตุสมผลที่ระดับประมาณ 12 บาทนั่นเอง

“ตลาด” ให้ราคาที่ยุติธรรมและสะท้อนความจริงเสมอ

กลไกของตลาดหุ้นนั้นค่อนข้างมีความตรงไปตรงมา และมักจะให้ราคากับสินทรัพย์อย่างสมเหตุสมผลเสมอ เมื่อผลตอบแทนหรือเงินปันผลลดลงจากในอดีตไปกว่าครึ่งหนึ่ง การที่ราคาของ หุ้น IMPACT จะปรับตัวลดลงเกินกว่าครึ่งหนึ่ง (จาก 30 บาท ลงมาเหลือ 10 กว่าบาท) จึงถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องและสอดคล้องกับความเป็นจริงทางธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ว่าในระยะหลัง ราคาจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาจากจุดต่ำสุดเดิมที่ประมาณ 9 บาท ขึ้นมาทดสอบแถวๆ 12.70 บาท (คิดเป็นการฟื้นตัวขึ้นมากว่า 30%) แต่การจะหวังให้ราคาหุ้นวิ่งกลับไปทำจุดสูงสุดเดิมเหมือนในอดีต ย่อมต้องแลกมาด้วย ความสามารถในการสร้างกำไรและการจ่ายเงินปันผลที่ต้องฟื้นตัวกลับไปสูงในระดับเดิม ด้วยเช่นกัน

📌 สรุปบทเรียนสำหรับนักลงทุน

การลงทุนในกองรีทอย่าง หุ้น IMPACT หรือสินทรัพย์ที่เน้นจ่ายปันผลอื่นๆ มีกฎเหล็กที่นักลงทุนควรจดจำไว้เสมอ:

  1. มองข้ามช็อตระยะสั้น: อย่าประเมินมูลค่าหุ้นจากการดูตัวเลขย้อนหลังเพียง 1-2 ปี แต่ให้มองภาพรวมในระยะยาวเพื่อดูเสถียรภาพของรายได้
  2. ตรวจสอบคุณภาพของรายได้: ตระหนักถึงความเสี่ยงเสมอว่า รายได้ของธุรกิจนั้นๆ อ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกมากน้อยเพียงใด
  3. ระวังภาพลวงตา: อย่าปล่อยให้ภาพลวงตาของการจ่ายปันผลที่ดูสม่ำเสมอในระยะสั้น มาปิดบังภาพรวมของธุรกิจที่อาจจะถดถอยลงในระยะยาว
  4. เชื่อในกลไกของกระแสเงินสด: จำไว้เสมอว่า ตลาดหุ้นจะปรับราคาให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง ตามความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทเสมอ

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam