คอร์สอบรม หุ้นมือใหม่ VI TURN PRO 0-100

by ลงทุนกล้วยๆ

4 วันเรียนเข้มข้น + 1 วันตรวจการบ้าน + 2 เดือนคัดหุ้นนางฟ้า

จับมือทำ ทำกำไรจากหุ้น

ลดความเสี่ยง ด้วยความรู้

เรียนจนกว่าทุกคนจะได้หุ้นดี ราคาถูก

เรียนจบมีหุ้นถูก ซื้อได้ทุกปี

(มือใหม่เรียนได้ มือเก่าเรียนดี)

วิดีโอแนะนำคอร์ส 0-100 VI TURN PRO

คอร์สหุ้นอะไร ทำไมเรียนตั้ง 5 วัน?

ลงทุนเวลา 5 วัน เพื่อทั้งชีวิต

สัมภาษณ์ความรู้สึกของลูกศิษย์​รุ่น 0

สัมภาษณ์ความรู้สึกของลูกศิษย์​รุ่น 1

สมัครเรียนคอร์สอบรมหุ้น VI TURN PRO

คอร์สหุ้น 0-100

VI TURN PRO

4 วันเรียนเข้มข้น + 1 วันตรวจการบ้าน + 2 เดือนคัดหุ้นนางฟ้า

เรียนจนกว่าทุกคนจะได้หุ้นดี ราคาถูก!!

4 วันเรียน : พื้นฐานแน่น เน้นความเข้าใจ ผ่านการลงมือทำ

  • 4 วันเรียน เพื่อให้เข้าใจแก่นของการลงทุนที่ปลอดภัย และทำกำไรได้จริง (ขั้นต่ำ 10% ต่อปี แบบความเสี่ยงใกล้เคียง 0 ที่สุด)
  • มี Workshop ทุกวัน มากกว่า 30 Workshops มีทั้งกลุ่ม ทั้งเดี่ยว อัดแน่น เข้าใจแน่นอน (ถ้ายังงง ก็มีเวลาถามผมอีกยาว)

2 เดือน : ไลฟ์เข้มข้น 3 ครั้งต่อเดือน (ตะแกรงร่อนหุ้น)

  • ไลฟ์ที่จะมาเจาะลึกหุ้นดาวเด่นที่น่าสนใจ เพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดที่จะรู้จักหุ้นคุณภาพดีเพิ่มขึ้นทุกเดือน
  • ไลฟ์ที่จะมาแบ่งปันมูลค่าที่เหมาะสม ของกิจการที่ดี ในมุมมองของผม เป็นข้อมูลให้ทุกท่านสามารถตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้น

เริ่มเรียนเมื่อไหร่?

รุ่น 13 : วันที่ 11-12 , 18-19 กันยายน 64 (9:00น. - 17:00น.)

23 กันยายน 64 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (เต็มแล้ว)

รุ่น 14 : วันที่ 9-10 , 16-17 ตุลาคม 64 (9:00น. - 17:00น.)

21 ตุลาคม 64 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (ุ3 ที่นั่งสุดท้าย)

รุ่น 15 : วันที่ 13-14, 20-21พฤศจิกายน 64 (9:00น. - 17:00น.)

25 พฤศจิกายน 64 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (23 ที่นั่งสุดท้าย)

จากราคา 44,900 บาท ลดเหลือ 34,500 บาท

จองล่วงหน้า Early Bird - 30,900 บาท

( เมื่อชำระเงินภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2021!)

-
Days
-
Hours
-
Minutes
-
Seconds

เรียนที่ไหน?

สถานที่ : เรียนออนไลน์ผ่าน Zoom

จนกว่าสถานการณ์เรื่องโควิด19 จะคลี่คลาย เพื่อความปลอดภัยของผู้เรียน

  • (ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คเท่านั้น เพราะต้องใช้โปรแกรม Excel ควบคู่กันด้วย)
  • เนื่องจากคอร์สนี้ เน้น Workshop และจะจำลองให้ทุกคนมีส่วนร่วมเหมือนเรียนที่โรงแรม
  • ดังนั้นต้องขอความร่วมมือทุกท่าน เปิดกล้อง และเปิดไมค์ตลอดการเรียนทุกวัน

จากประสบการณ์ที่ผมลงทุนมากว่า 12 ปี อ่านหนังสือการลงทุนมามากกว่า 100 เล่ม แกะงบการเงินบริษัทมามากกว่า 500 บริษัทในตลาดหุ้นไทย ติดตามงบการเงิน "ทุกไตรมาส" มากกว่า 100 บริษัท จนถึงปัจจุบัน และสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อปีให้กับตนเอง

ผมจึงมีความเชื่อว่า การลงทุนให้ประสบความสำเร็จ จริงๆแล้วเป็นเรื่อง "เรียบง่าย"

แต่ผมก็มักจะมีเพื่อนๆคนใกล้ชิด ที่มาปรึกษาเรื่องการลงทุนกับผม พบว่า "ส่วนใหญ่" ประสบภาวะขาดทุนจากตลาดหุ้น

ด้วยความสงสัย ผมจึงทำการ Survey ใน Starbucks ทั้งหมด 20 คน เพื่อพิสูจน์ว่า แล้วคนอื่นๆ "ผลตอบแทน เป็นอย่างไร?

สิ่งที่พบคือ 100% ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "เคยลงทุน แต่ไม่พอใจในผลตอบแทนของตนเอง" (ผมไม่กล้าเสียมารยาทถามว่า กำไร หรือขาดทุน จึงถามได้แค่นี้ ยกเว้นคนที่บอกออกมาเองว่าขาดทุน)

แต่ผมก็ถามต่อว่า แล้วคิดว่าสาเหตุ "เป็นเพราะอะไร"

ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "การลงทุนมันยาก"

หลายคนในที่นั้น มีทั้งคนที่ศึกษาเอง และไปเข้าคอร์สการลงทุนมาด้วย

เมื่อผมถามว่า แล้วคิดว่าทำไมไปเข้าคอร์ส แล้วก็ยังไม่พอใจในผลตอบแทนตนเอง?

คำตอบที่ได้ ก็เป็นคำตอบเดิมคือ "ยาก"

บางคนที่ผมได้คุยด้วย เอาเงินเก็บที่หามาอย่างยากลำบากจากการทำงาน ทำธุรกิจ ด้วยความหวังว่า อยากจะมีอิสรภาพทางการเงิน หรืออย่างน้อยก็สร้างผลตอบแทนให้มากขึ้น

แต่ส่วนใหญ่ที่เจอ กลับต้องประสบภาวะขาดทุน หรือไม่ได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวัง และทุกครั้งที่จะต้องซื้อ หรือขายหุ้น ก็ยังเกิดความสับสนทุกครั้ง ไม่แน่ใจว่า ทั้ง "วิธีคิด" และ "วิธีการ" ที่ใช้อยู่ ถูกต้องหรือไม่? หนักกว่านั้น บางคนก็ลงทุนโดยขาดความเข้าใจ ใช้อารมณ์ในการซื้อขายหุ้นล้วนๆ

ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นที่มาที่ทำให้ผมอยากเปิดเพจที่ชื่อ "ลงทุนกล้วยๆ" ขึ้นมา เพื่อที่จะถ่ายทอดวิธีการลงทุนแบบง่ายๆ สไตล์ VI แต่สามารถทำผลตอบแทนได้อย่าง สมเหตุสมผล (อย่างน้อย 10%) โดยลดความเสี่ยงให้เหลือใกล้เคียง 0 ที่สุด

เพราะทุกวิธีที่เราจะถ่ายทอด จะเป็นวิธีที่ปลอดภัย เรียบง่าย แต่ใช้ได้ผลจริง

– ประพาส บุญชื่น (ผู้สอน)

สมัครเรียนคอร์สอบรมหุ้นมือใหม่วีไอ
สมัครเรียนคอร์สอบรมหุ้น VI TURN PRO

ทั้งที่คนส่วนใหญ่ก็รู้ว่าการลงทุนแบบ VI เป็นเรื่องเรียบง่าย และได้ผลดี

แต่ทำไม? "คนส่วนใหญ่ก็ยังล้มเหลว"

กลั่นกรองประสบการณ์ที่ผมได้มีโอกาสให้คำปรึกษากับนักลงทุนอิสระรอบข้างที่ประสบกับภาวะขาดทุน

จนได้มีโอกาสช่วยแนะนำจนพอร์ตกลับมาทำกำไรได้ ผมพบสาเหตุหลักๆ ดังนี้

เป้าหมายการลงทุน ไม่ชัดเจน

เมื่อเป้าหมายไม่ชัด หรือไม่สมเหตุสมผล เราก็จะมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจโดยใช้อารมณ์​ และการมีอารมณ์เหนือเหตุผลนั่นเอง ที่มักจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เราขาดทุน

ในคอร์สขั้นตอนแรก เราจะให้ทุกท่านวางเป้าหมายใหม่อีกครั้ง ซึ่งในความเห็นของผม เป้าหมายแรกทางการเงินที่ทุกคนควรตั้งเป้าคือ "การมีอิสระภาพทางการเงิน"

ประเมินคุณภาพของหุ้น

ได้ไม่รอบด้านมากพอ

บางคนลงทุนโดยไม่รู้ว่าหุ้นที่ตัวเองถือทำอะไร บางคนฟัง Oppday, ผู้บริหาร หรือนักวิเคราะห์ เชียร์ 2-3 คลิป ก็ตัดสินใจซื้อหุ้นแล้ว จริงๆแล้วการวิเคราะห์ธุรกิจ จำเป็นต้องมีความเข้าใจในหลายๆศาสตร์มากๆ ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ การติดตามข่าวสาร และสถานการณ์ด้านต่างๆ

แต่เพื่อให้ทุกคนแม้ว่าไม่เคยทำธุรกิจก็สามารถวิเคราะห์คุณภาพธุรกิจได้อย่างรอบด้าน ผมได้ออกแบบเครื่องมือ ที่จะทำให้ทุกท่านสามารถตรวจสอบธุรกิจที่ตัวเองกำลังจะลงทุนได้อย่างง่ายได้

และจะสอนให้ทุกท่านเข้าใจเครื่องมือนี้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงใช้มันได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อคุณจะได้เลือกหุ้นที่คุณภาพดีไปได้ตลอด โดยไม่ต้องหวาดระแวงทุกวันว่า ธุรกิจที่เราลงทุน จะเพลี่ยงพล้ำไปวันไหน

ไม่เข้าใจ ว่าหุ้นแต่ละประเภท

เวลาลงทุนต้องคิดแบบไหน?

หุ้นมี 6 ประเภทใหญ่ๆ (ตามสไตล์ Peter Lynch)

1. หุ้นอิ่มตัว (เน้นปันผล)

2. หุ้นแข็งแกร่ง (เน้นปลอดภัย และเติบโตระดับหนึ่ง)

3. หุ้นเติบโต (เน้นพอร์ตโตเร็ว แต่ความเสี่ยงสูง ต้องทำการบ้านหนัก)

4. หุ้นวัฏจักร (เติบโต หรือถดถอย ขึ้นลงเป็นรอบ)

5. หุ้นสินทรัพย์แฝง Asset play (ตัวหุ้นแอบซ่อนมูลค่ามหาศาลที่มากกว่าตัวกิจการหลัก เน้นปลอดภัย และถือยาวมาก)

6. หุ้นคืนชีพ ฟื้นตัว (เน้นพอร์ตโตเร็ว แต่ความเสี่ยงสูง ต้องทำการบ้านหนักเช่นกัน)

ข้อผิดพลาดที่มักพบ เช่น อยากได้ปันผล แต่ดันลงทุนในหุ้นวัฏจักร ซึ่งไม่ได้เข้าใจว่า % ปันผลที่เห็นว่าเยอะนั้น มันจะลดลงได้อย่างรวดเร็ว ถ้ามันกำลังอยู่ในวัฏจักรขาลง ซึ่งสุดท้าย ทำให้ ขาดทุนราคาอย่างหนัก แถมปันผลก็ได้น้อยกว่าที่คาดหวังด้วย

หรือบางคน บอกอยากให้พอร์ตเติบโตเร็วๆ แต่ไปซื้อหุ้นแข็งแกร่ง ที่โตช้าแล้ว (เพราะธุรกิจใหญ่มากแล้ว) แถมยังไปซื้อราคาแพง บางคนถือหุ้นดังๆระดับประเทศมาหลายปี แต่ผลตอบแทนเฉลี่ยได้เพียง 2-3% ต่อปี ก็มี (รวมปันผลแล้ว)

หากคุณเข้าใจเรื่องนี้หุ้น 6 ประเภทนี้ และทำการเลือกหุ้นให้เหมาะกับ ผลตอบแทนที่ตนเองคาดหวัง เวลา และความรู้ ของตนเอง คุณจะไม่มีวันขาดทุนอีกเลย และจะมีความสุขกับการลงทุนในหุ้นมาก

อ่าน 56-1

ไม่เป็น หรือไม่คิดจะอ่าน

อ่าน 56-1 ไม่เป็น หรือไม่คิดจะอ่าน

ถ้าเราเชื่อว่าการลงทุนในหุ้น คือการลงทุนในการกิจการที่ดี

และการที่เราจะลงทุนในกิจการที่ดีได้ ต้องเริ่มจากการที่เราเข้าใจในกิจการนั้นอย่างดีก่อน

ไฟล์ 56-1 เป็นเอกสารที่ละเอียดที่สุด ที่ช่วยให้เราเข้าใจกิจการที่เราลงทุนเป็นอย่างดี

แต่ผมเข้าใจดีว่า 56-1 น่าจะเป็นยาขมที่สุด สำหรับนักลงทุนหลายๆท่าน เพราะมันทั้งหนา และก็อ่านยากมากๆ และเราไม่รู้ว่าตรงไหนสำคัญที่สุดควรจะเน้น ตรงไหนสำคัญน้อยกว่า ไว้เก็บรายละเอียดทีหลังได้ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่ เกิดความท้อแท้ในการอ่าน 56-1 จนล้มเลิกไป

จากประสบการณ์ที่ผมอ่าน 56-1 อย่างละเอียดมามากกว่า 500 บริษัท ใน 12 ปีที่ผ่านมา

ผมจะสอนเคล็ดลับพิเศษในการ อ่าน 56-1 เช่น

1. เทคนิคการอ่าน 56-1 ให้จบภายใน 5 นาที

2. เทคนิคการอ่าน 56-1 แบบเจาะลึก 5 รอบ โดยที่แต่ละรอบเจาะเนื้อหาคนละส่วน

เทคนิคเหล่านี้จะทำให้คุณเห็นภาพใหญ่ของบริษัทที่จะลงทุน ใช้เวลาน้อย ทำให้คุณมีกำลังใจ และสนุกกับการลงทุน แม้ว่าคุณไม่เคยลงทุนเลยก็ทำได้!!

อ่านงบการเงินไม่เป็น หรืออ่านไม่เข้าใจ

" ไม่มีนักลงทุนวีไอที่ประสบความสำเร็จ ที่อ่านงบการเงินไม่เป็น "

ประโยคข้างต้น คือข้อสรุปสั้นๆว่า ทำไมคุณจึงต้องอ่านงบการเงินให้เป็น

ทุกครั้งที่เราวิเคราะห์ธุรกิจที่กำลังจะลงทุน หรือที่เรียกว่าการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราจะทราบได้อย่างไรว่า สิ่งที่เราวิเคราะห์นั้น ถูกต้องหรือไม่?

หนึ่งในคำตอบที่เป็นรูปธรรมที่สุด ก็คือ งบการเงิน

เพราะงบการเงินได้สะท้อนการดำเนินงานของบริษัทออกมาอย่างเป็นตัวเลข

ผมเข้าใจดีว่า การอ่านงบการเงิน ก็เป็นยาขมอีกตัวหนึ่งของนักลงทุนส่วนใหญ่

สาเหตุหลักๆที่ผมพบคือ คนที่ศึกษางบการเงินส่วนใหญ่ จะใช้วิธีท่องจำ ที่ละบรรทัด

แต่ในคอร์สนี้ ผมจะสอนทุกท่าน ให้เน้นความเข้าใจ

โดยอธิบายเรื่องงบการเงิน ให้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่างๆในธุรกิจ และมี Workshop ให้คุณทำ เพื่อตอกย้ำความเข้าใจ

ประเมินมูลค่าไม่เป็น,

ไม่รู้จักซื้อหุ้นที่ราคาเท่าไหร่ดี

แนวคิดการลงทุนแบบ VI นั้น "เรียบง่ายมาก"

นั่นก็คือการซื้อ ธนบัตร 1,000 บาท ที่ราคาไม่เกิน 700 บาท ให้ได้

แต่ความเรียบง่ายนั้น ก็ไม่เคยง่าย สำหรับคนที่ประเมินมูลค่าหุ้นไม่เป็น

ไม่รู้ว่าหุ้นที่เราถือ ราคา 1,000 บาท จริงๆหรือเปล่า

ทำให้ซื้อหุ้นที่ราคาทั่วไป หรือซื้อแพง

เป็นเหตุให้ขาดทุนอย่างหนัก หรือได้ผลตอบแทนน้อยมาก

บางคนคิดว่าตนเอง ซื้อธนบัตร 1,000 บาท ที่ราคา 700 บาท

แต่ผ่านไปไม่นาน กลับพบว่า จริงๆแล้ว ธนบัตรที่เราซื้อมา ราคา 300 บาทต่างหาก กว่าจะรู้ตัว ราคาก็ร่วงลงไป จนขาดทุน มากกว่า 50%-80% ก็มีให้เห็นกันบ่อยๆ

ถ้าคุณประเมินมูลค่าหุ้นเป็น และคุณรู้ว่าจะซื้อหุ้นที่เราสนใจที่ราคาเท่าไหร่ ที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย (MOS) อย่างน้อย 30% ก็เท่ากับเราลดโอกาสขาดทุนไปมากแล้ว ยิ่งเราเลือกหุ้นที่มีคุณภาพดีประกอบด้วย เรียกได้ว่า "ปิดประตูขาดทุน" ได้เลย

และการที่เรา "ปิดประตูขาดทุน" นี่แหล่ะครับ เป็นหัวใจที่ทำให้ VI ได้ผลตอบแทนกันเป็นหลายๆเด้ง

ต่อให้เราเข้าใจหุ้น 100%

เราก็ยังมีโอกาสขาดทุน ถ้าเราไม่กระจายความเสี่ยง!!

ต่อให้เราติดตามหุ้น 1 ตัวอย่างใกล้ชิด จนเรียกได้ว่า รู้ลึก เท่ากับผู้บริหารธุรกิจนั้นเลย

และต่อให้หุ้นนั้นแข็งแกร่งที่สุดในประเทศ

แต่คุณเชื่อไหมครับ

เราก็ยังมีโอกาสขาดทุน ถ้าหากเราไม่กระจายความเสี่ยง!

เพราะอะไร?

เพราะเราไม่มีคาดเดาปัจจัยภายนอก ที่จะมากระทบหุ้นที่เราถือได้อย่างแม่นยำ

เราไม่มีทางทราบว่า จะมีปัจจัยภายนอกอะไรบ้างที่จะเข้ามากระทบอย่างหนัก (เหมือนที่เราเจอกันในปี 2020 นี้)

ดังนั้น วิธีที่จะทำให้เราปิดโอกาสขาดทุนได้อย่างแท้จริง (และยังสร้างผลตอบแทนที่ดีด้วย)

นั่นก็คือ การกระจายความเสี่ยง โดยถือหุ้นในพอร์ตประมาณ 5-10 ตัว

นอกจากจะลดความเสี่ยงให้ต่ำสุดๆ และเพิ่มผลตอบแทนเฉลี่ยได้ดีแล้ว

การที่เราศึกษาหุ้นหลายๆตัว ยังทำให้เรามีโอกาสซื้อหุ้นในราคาที่ถูกได้ทุกปีด้วย

(บางท่าน รู้จักหุ้นเป็นอย่างดีอยู่แค่ 2-3 ตัวทั้งตลาด รอ 5 ปี ราคายังไม่เคยลงมาให้ซื้อได้ สุดท้ายอดใจไม่ไหว ซื้อตอนราคาแพง ทำให้ขาดทุน หรือได้ผลตอบแทนน้อย)

เมื่อจบคอร์ส...

ทุกคนจะต้องมีหุ้น 5-10 ตัวในพอร์ต

พร้อมราคาเป้าหมายที่มีส่วนลด 30%

ก่อนจบคอร์ส ผมจะตรวจการบ้านของทุกคน เป็นรายบุคคล

ว่าหุ้น 5-10 ตัวในพอร์ต (หรือใน Excel สำหรับหุ้นที่ราคายังไม่ลงมาถึงราคาเป้าหมาย) ของคุณผ่าน Checklist คุณภาพหุ้นหรือไม่

และที่สำคัญคือ สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของคุณหรือไม่?

และผลตอบแทนที่คุณน่าจะได้รับ จะสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของคุณหรือไม่?

และมีจุดไหนที่คุณต้องระวัง และไปทำการบ้านเพิ่ม และมาพูดคุยกันต่อ (อีก 2 เดือน)

คอร์สนี้เหมาะกับใคร?

  • ทุกคนที่ "รู้" ว่าการลงทุนสำคัญมาก แต่ #คิดว่ามันยาก หรือไม่มีเวลาศึกษา
  • ทุกคนที่ไม่พอใจ กับดอกเบี้ยธนาคาร #อยากนำเงินมาสร้างผลตอบแทนให้ได้อย่างน้อย 10% ต่อปี แบบปลอดภัย
  • #ทุกคนที่ติดดอย และเชื่อว่า ทางแก้ และป้องกันการติดดอยคือการ มีความเข้าใจในเรื่องหุ้นที่มากขึ้น
  • นักลงทุนที่มีประสบการณ์บ้าง ถือหุ้นมานาน #แต่ทำกำไรน้อยมาก
  • #นักลงทุนที่พอร์ตขาดทุนอยู่ และอยากแก้ไขพอร์ตตัวเองให้กลับมากำไรอย่างถาวร
  • ทุกคนที่ศึกษาหุ้นมานาน แต่ก็ยังสับสน #อยากเริ่มใหม่ตั้งแต่ 1-100
  • ทุกคนที่ #อยากรู้วิธีเลือกหุ้นเพื่อเน้น เงินปันผล จากหุ้น แบบง่ายๆ และปลอดภัย
  • #ทุกคนที่ชื่นชอบในการลงทุนแบบวีไอ แต่คิดว่าตัวเองยังต้องเรียนรู้เพิ่ม เพื่อจะประสบความสำเร็จจากตลาดหุ้น
  • ทุกคนที่เชื่อว่า การลงทุน ไม่ใช่การพนัน #แต่เป็นการลงทุนในการกิจการ ด้วยเหตุ ด้วยผล
  • ทุกคนที่เชื่อว่า ผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนสำคัญ​ #แต่การรักษาเงินต้นสำคัญยิ่งกว่า
  • ทุกคนที่เชื่อว่า นักลงทุนที่ทำผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวได้ 5%, 10%, 20%, 30% ต่อปี #เพราะมีระดับความเข้าใจในหุ้นที่ต่างกัน
  • ทุกคนที่เชื่อว่า การทำกำไรจากหุ้นได้หลายๆเด้ง #เริ่มจากการแนวคิดการลงทุนที่ปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ
  • คนที่ #รู้จักหุ้นน้อยตัวเกินไป จึงทำให้พลาดโอกาสดีๆ ที่จะซื้อหุ้นถูกได้ทุกปี
  • คนที่ทำสิ่งเหล่านี้ไม่เป็น และอยากทำให้เป็น...
  • ประเมินคุณภาพหุ้นไม่เป็น อยากประเมินเป็น!
  • ประเมินราคาเหมาะสมไม่เป็น อยากประเมินเป็น!
  • อ่านงบการเงิน, อ่าน 56-1 ไม่เป็น อยากอ่านเป็น!
  • กระจายความเสี่ยงไม่เป็น สรุปกับตัวเองไม่ได้ ว่าจะซื้อหุ้นกี่ตัว อยากเข้าใจ และมั่นใจ!
  • ไม่เข้าใจประเภททั้งหมดของหุ้น และเลือกหุ้นไม่เหมาะสมกับผลตอบแทนที่ตนเองคาดหวัง
  • ไม่รู้จะซื้อหุ้นตอนราคาเท่าไหร่ และขายตอนไหนดี?
สมัครเรียนคอร์สอบรมหุ้นมือใหม่วีไอ
สมัครเรียนคอร์สอบรมหุ้น VI TURN PRO

หลังเรียนจบ

ลงทุนกล้วยๆคาดหวังว่า "คุณจะได้อะไร?"

1. เข้าใจเบสิคที่สำคัญ 7 เรื่องใหญ่ๆ ของการลงทุนแบบ VI อย่างลึกซึ้ง

ซึ่งเป็นวิธีที่พิสูจน์มากว่า 100 ปี ว่าได้ผลดีและปลอดภัยในการลงทุนที่สุด

2. ขจัดอาการไม่มั่นใจ ทั้งการเลือกหุ้น การประเมินราคา การซื้อ การขาย ฯลฯ

เพราะคุณจะมีเข็มทิศ และเครื่องมือ (Checklist และไฟล์ Excel) ที่จะเป็นเหมือนเข็มขัดนิรัดภัยให้คุณทุกครั้งที่จะซื้อ หรือขายหุ้น ให้ปลอดภัย และทำกำไรได้จริง

3. หาหุ้นถูก ซื้อได้ทุกปี

ผมการันตีว่า หุ้นดี และถูก มีให้ซื้อทุกปี แต่เหตุผลที่คนส่วนใหญ่หาไม่เจอเพราะ รู้จักหุ้นน้อยตัวเกินไป, ไม่ได้เกาะติดหุ้นอย่างละเอียด และนานพอ, และสุดท้ายไม่ได้ประเมินมูลค่า และติดตามราคาอย่างต่อเนื่อง (อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็พอ ใช้เวลา 3 นาที)

เราจะสอนวิธีที่เรียบง่าย ทำตามได้ง่าย ได้ผล แม่นยำ คุณจะซื้อหุ้นถูก ง่ายเหมือนช็อปปิ้งออนไลน์

4. พอกันที กับการติดดอย และขาดทุน

ถ้าคุณเลือกหุ้นที่ดี มีอนาคต และซื้อในราคาที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัยอย่างน้อย 30% เสมอ (ย้ำว่าเสมอ!!) และยังกระจายความเสี่ยงมากพอ (แต่ไม่มากเกินไปจนดูแลไม่ไหว) ผลลัพธ์คือคุณจะไม่มีวันติดดอยอีกเลย

5. ไม่ต้องกลัวตกรถ อีกต่อไป

อาการกลัวตกรถ ส่วนใหญ่เกิดจาก เราไม่รู้ว่าราคาที่หล่นลงมา ต่ำที่สุดหรือยัง? และคุณภาพธุรกิจนี้มันจะแย่ลงอีกไหม? ซึ่งถ้าเพียงแต่เราเข้าใจคุณภาพของหุ้นที่เราสนใจมากพอ และรักษากฎเหล็กเรื่อง ส่วนเผื่อความปลอดภัย 30% จากราคาเหมาะสม เราจะไม่มีคำว่า กลัวตกรถ เพราะเรายึดมั่นกับเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์

6. สูตรลับทำกำไร > 10% ต่อปี ระยะยาว ความเสี่ยงใกล้เคียง 0%

เข้าใจวิธีลงทุนให้กำไรต่อเนื่อง (อย่างน้อย 10% ต่อปี หรือมากกว่านั้น) ใช้เวลาน้อย และที่สำคัญ ความเสี่ยงเข้าใกล้ 0

7. ได้แผนเกษียณเบื้องต้นที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้

เพราะแต่ละคนเป้าหมายทางการเงินไม่เหมือนกัน เราไม่เปรียบเทียบกับใคร แต่เราจะต้องตอบให้ได้ว่า แผนเกษียณของเราหน้าตาเป็นอย่างไร และกลยุทธ์ที่จะไปถึง ต้องทำอย่างไร (ซื้อหุ้นประเภทไหน, คาดหวังปันผลเท่าไหร่, ใช้เวลากี่ปี ฯลฯ)

8. คุณจะได้เป็นเจ้าของหุ้นบริษัทที่แข็งแกร่งจริงๆ

พอกันที บริษัทที่ "เหมือนจะแข็งแกร่ง" ซื้อปุ๊บ ราคาร่วงปั๊บ และหลายครั้งก็ไม่เคยกลับขึ้นมาอีกเลย (เรียกอาการนี้ว่า "ติดดอย")

9. สอนแกะ 56-1 ให้จบภายใน 5 นาที และเอาไปตัดสินใจลงทุนได้จริง

ไม่ใช่อ่านกัน 5 เดือน แบบอ่านปกติ เน้นจุดที่สำคัญเป็นหลัก

10. เพิ่มน้ำหนักหู!! (ลดอาการหูเบา) ผู้บริหาร นักวิเคราะห์ พูดอะไรก็เชื่อ!! ด้วยการอ่านงบการเงิน ขาด!! (แบบเบสิค)

เพื่อคอนเฟิร์มว่าหุ้นที่เราสนใจ "แข็งแกร่งจริง" หรือ "โตจริง" อย่างที่เราคิดหรือเปล่า?

รู้หรือไม่? งบการเงินสามารถถูกเล่นแร่แปรธาตุได้ แต่ไม่สามารถตบตา คนที่เข้าใจอย่างแท้จริงได้ (ทุกคนทำได้ ไม่ยาก)

คอร์สนี้ สอนอะไรบ้าง คุณจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง?

1. การตั้งเป้าหมาย และปูพื้นฐานเรื่องการลงทุน

การตั้งเป้าหมาย คือกระดุมเม็ดแรกในการลงทุนของคุณ การตั้งเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ ลักษณะของหุ้น ราคาหุ้นเป้าหมาย จิตวิทยาการลงทุน ฯลฯ

การตั้งเป้าหมายได้สมเหตุสมผล จะทำให้คุณลงทุนได้อย่างมีทิศทาง มีเหตุผลอยู่เหนืออารมณ์​ และจะมีความสุขกับการลงทุน

  • วิธีตั้งเป้าหมายเกษียณอย่างเป็นรูปธรรม (เพื่อให้คุณมีทิศทาง และแรงบันดาลใจในการลงทุน)
  • วิธีการลงทุนรูปแบบต่างๆ พร้อมผลตอบแทนเฉลี่ย เพื่อไปถึงเป้าหมายเกษียณ (เพื่อบริหารการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ)
  • รู้จัก สไตล์การลงทุน 4 ประเภทใหญ่ๆ พร้อมข้อดี ข้อเสีย (เปรียบเทียบให้ดี ก่อนเลือกแนวทางที่ใช้กับคุณ)
  • รู้จัก 5 แก่นแท้ของการลงทุนแบบเน้นคุณค่าวีไอ (กับหลายเรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับวีไอ)
  • ทำความเข้าใจส่วนเผื่อความปลอดภัย หรือ Margin of Safety (MOS) (เพื่อลดโอกาสขาดทุนของคุณให้น้อยที่สุด)
  • ทำความเข้าใจแนวคิดการลงทุนระยะยาวที่แท้จริง (คน 1% เท่านั้น ที่เข้าใจจริงๆว่าหมายถึงอะไร)
  • ทำความเข้าใจการวิเคราะห์จากล่างขึ้นบน (Bottom-up Analysis) แนวคิดที่เน้นสนใจที่ตัวบริษัท ไม่สนใจภาพใหญ่มากนัก เช่น ดัชนีจะเป็นเท่าไหร่, จีนกับอเมริกาจะเอายังไง, การเมืองจะเป็นยังไง เป็นต้น (ลดอาการปวดหัวจากการลงทุนได้มาก และได้ผลดี)
  • ทำความเข้าใจจิตวิทยาการลงทุนเบื้องต้น การบริหารความกลัว กับความโลภ (เลิกกลัวตกรถ เลิกกลัวติดดอย)
  • กฎเหล็กของปู่ Warren Buffet นักลงทุนเน้นคุณค่า (วีไอ) ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก (Learn from the Best!!)
  • ทำผลทดสอบย้อนหลัง Backtest ว่า ซื้อหุ้นแข็งแกร่ง 3 ตัว CPALL, HomePro, BDMS ย้อนหลังไป 10 ปี ว่าซื้อที่มูลค่า (P/E) เท่าไหร่ และราคาเท่าไหร่ ถือสั้นยาวไม่เท่ากัน จะได้ผลตอบแทนเท่าไหร่บ้าง? (แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไงการลงทุนถึง เรียบง่าย)
  • ทำเวิร์คช็อปจริง ตรวจการบ้านจริง >> ตั้งเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง และเป้าหมายเกษียณ

2. กลยุทธ์การลงทุน การวางแผน และหุ้น 6 ประเภท

เมื่อเรียนจบวันนี้ คุณจะเข้าใจว่าทำไม...? การลงทุนจึงจำเป็นสำหรับทุกคน

และทำไม...? การไม่ขาดทุนในการลงทุนแม้แต่ปีเดียว เป็นกฎเหล็กข้อแรกที่สำคัญที่สุด

และคุณจะเข้าใจประเภทของหุ้นชัดๆ 6 ประเภท และพอร์ตของคุณ ควรมีหุ้นประเภทไหนบ้าง และมีกี่ตัว?

และเรียนรู้การอ่าน 56-1 อย่างรวดเร็ว ทำให้คุณเข้าใจหุ้นได้เร็ว และลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

  • วิธีไหนที่จะทำให้เงินเดือน 10,000 บาท กลายเป็น 170 ล้านบาท ภายใน 30 ปี (อาจจะย่นเวลาเกษียณคุณได้อย่างน้อย 10 ปี)
  • เข้าใจเงินเฟ้อ ให้ลึกซึ้งกว่าที่เคย (เหตุผลที่คนจน จนลง และคนรวย รวยขึ้น)
  • เปรียบเทียบผลตอบแทนการฝากแบงค์, พันธบัตร, กองทุนรวม, การลงทุนรูปแบบต่างๆ
  • เรียนรู้กลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า (ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงต่ำ Low Risk, High Return!!)
  • เรียนรู้กลยุทธ์ลด % การผิดพลาดในการลงทุนแบบง่ายๆ
  • รู้จักหุ้น 6 ประเภท ตามสไตล์ของปีเตอร์ลินช์ (ถ้ารู้สิ่งนี้ ยากมากที่คุณจะติดดอย)
  • รู้จักหุ้นโตช้า แต่มั่นคง พร้อมยกตัวอย่างหุ้นในไทย (เหมาะสำหรับคนอยากลงทุนแบบปลอดภัย เน้นปันผล)
  • รู้จักหุ้นแข็งแกร่ง (Stalwart) ผู้ชนะเด็ดขาด (เหมาะสำหรับคนที่อยากบาลานซ์ระหว่าง พอร์ตโต กับความปลอดภัย)
  • รู้จักหุ้นโตเร็ว (Growth Stock) หุ้นดาวรุ่ง เติบโตเร็ว (เหมาะสำหรับคนอยากให้พอร์ตโตเร็ว แต่ต้องติดตามบริษัทที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด)
  • รู้จักหุ้นวัฏจักร (Cyclical) หุ้นที่เติบโต หรือถดถอยขึ้นลงเป็นวัฏจักร (เหมาะสำหรับคนอยากให้พอร์ตโตเร็วเช่นกัน แต่ต้องเข้าใจกลไกวัฏจักรของสิ่งที่ตัวเองกำลังลงทุนเป็นอย่างดี)
  • รู้จักหุ้นฟื้นตัว (Turnaround) หุ้นที่พลิกจากวิกฤตกลายเป็นดาวรุ่ง (เหมาะสำหรับคนที่อยากให้พอร์ตโตเร็วเช่นกัน แต่ต้องติดตามบริษัทที่สนใจอย่างใกล้ชิดมากๆ)
  • รู้จักหุ้นสินทรัพย์มาก (Asset play) หุ้นที่แอบซ่อนมูลค่าทรัพย์สินไว้มากกว่ามูลค่าของหุ้นตัวเอง เช่น ตัวเองมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท แต่ตัวบริษัทนี้ กลับถือหุ้นที่มีมูลค่า 10,000 ล้านบาท ซ่อนเอาไว้ (เหมาะกับคนที่เน้นเก็งกำไร แต่เป็นระยะกลาง ถึงระยะยาว 6 เดือน - 3 ปี)
  • รู้จักหุ้นทั้ง 6 ประเภทข้างต้น พร้อมยกตัวอย่างหุ้นในไทย (ดูของจริง ดูหุ้นไทยกันไปเลย!)
  • เรียนรู้วิธีประยุกต์เลือกหุ้น 6 ประเภท ให้เข้ากับความรู้ เวลา และผลตอบแทนที่ "คุณ" คาดหวัง
  • สอนอ่าน 56-1 แบบเร็วๆ ให้จบภายใน 5 นาที (ทำให้คุณเข้าใจภาพรวม และจุดสำคัญของธุรกิจ)
  • วิชาตะแกรงร่อนหุ้น (วิธีคัดกรองหุ้น ใน 10 วินาที) ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาไปกับหุ้นที่ไม่มีคุณภาพ และได้ลิสต์หุ้นคุณภาพ ในเวลาอันรวดเร็ว
  • ทำเวิร์คช็อปจริง ตรวจการบ้านจริง >> คัดกรองหุ้นที่ชอบ 5 ตัว และระบุประเภทของหุ้นทั้ง 5 ตัวให้ถูกต้อง

3. โมเดลธุรกิจ (Business Model)

เมื่อจบวันนี้ เปรียบเสมือนคุณจบคลาส Mini MBA แบบย่อๆ

จะทำให้คุณวิเคราะห์ธุรกิจได้อย่างรอบด้าน ลดปัญหาการมโน หรือคิดไปเองว่า หุ้นตัวนั้นดี ตัวนี้ไม่ดี

คุณจะวิเคราะห์คุณภาพของหุ้นด้วยตัวเองได้ และจะรู้ว่า ทุกคำถามสำคัญ จะต้องหาคำตอบอย่างไร และที่ไหน

  • เรียนรู้ Business Model เพื่อการลงทุน (เหมือนได้เรียน Mini MBA เป็นของแถม!)
  • เรียนรู้ข้อแตกต่างระหว่างธุรกิจ 3 ประเภท 1. ผู้ผลิต (Manufacturer) 2. ซื้อมาขายไป (Trading) 3. บริการ (Service)
  • เรียนรู้ว่าธุรกิจทั้ง 3 ประเภทข้างต้น เมื่ออยู่ในตลาดหุ้น มีจุดแข็ง จุดอ่อน แล้วข้อที่ต้องควรระวังอย่างไร?
  • ยกตัวอย่าง หุ้นในประเทศไทย ตามประเภทธุรกิจทั้ง 3
  • เรียนรู้เครื่องยนต์การหารายได้ของบริษัท (Revenue Stream) เพื่อที่เราจะได้วิเคราะห์การเติบโต และความเสี่ยงของธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น
  • เรียนรู้หลักการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ
  • เรียนรู้โมเดลรายได้แบบ ซ้ำๆ (Recurring) เปรียบเทียบกับ โปรเจค (Project)
  • เรียนรู้ประเภทของลูกค้า (B2C, B2B, B2G และ B2B2C) พร้อมข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง
  • เรียนรู้หลักการวางลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เรื่องประชากรศาสตร์ และเรื่องเชิงจิตวิทยา
  • เรียนรู้เรื่องอำนาจการต่อรองของธุรกิจ
  • เรียนรู้เรื่องขนาดตลาด การเติบโตของตลาด ส่วนแบ่งการตลาด อัตราการแข่งขัน ดูยังไง?
  • เรียนรู้เรื่องอัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรสุทธิ ฯลฯ
  • เรียนรู้เรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย เรื่อง Supply Chain
  • เรียนรู้เรื่องความเสี่ยง ทั้ง 4 ประเภท ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก, ความเสี่ยงจากกลยุทธ์, ความเสี่ยงจากการดำเนินงาน และความเสี่ยงทางการเงิน
  • รู้จักรายการระหว่างกัน (เพื่อให้แน่ใจว่า ผู้บริหารบริษัทนั้นๆ โปร่งใส ไว้ใจได้แค่ไหน!)
  • ทำเวิร์คช็อปจริง ตรวจการบ้านจริง >> วิเคราะห์โมเดลธุรกิจ 10 ธุรกิจ เพื่อคัดกรองหุ้นที่ยอดเยี่ยม อย่างรอบด้าน

4. ภัยคุกคามทั้ง 5 ที่จะมากดดันธุรกิจ (5-Force Model Analysis)

เมื่อจบวันนี้ คุณจะเก่งมากขึ้นในการหาจุดอ่อนของธุรกิจที่กำลังจะลงทุน

และจะทำให้คุณหาหุ้นที่จะลงทุนยากมากขึ้น

แต่ขณะเดียวกัน ก็มีข้อดีคือ จะทำให้คุณมีหุ้นที่แข็งแกร่งอย่างเป็นรูปธรรมจริงๆใน Watchlist ของคุณมากขึ้น

มาตรฐานในการเลือกหุ้นของคุณจะสูงขึ้น ทำให้โอกาสที่คุณจะขาดทุนจากตลาดหุ้นลดลง และเพิ่มผลตอบแทนให้คุณได้มากขึ้น

  • รู้จัก 5-Force Model หรือภัยคุกคามจากแรงกดดันทั้ง 5 ที่จะมากระทบธุรกิจ
  • แรงที่ 1 : แรงจากอำนาจต่อรองของลูกค้า
  • แรงที่ 2 : อำนาจการต่อรองของผู้ผลิต
  • แรงที่ 3 : ภัยคุกคามจากคู่แข่ง
  • แรงที่ 4 : ภัยจากสินค้าทดแทน
  • แรงที่ 5 : ภัยจากคู่แข่งรายใหม่ๆ
  • เรียนรู้องค์ประกอบอย่างละเอียดในแต่ละแรงว่าควรจะมองในแง่ไหนบ้าง แล้วจะหาข้อมูลมาตอบอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร?
  • ทำเวิร์คช็อปจริง ตรวจการบ้านจริง >> วิเคราะห์ 5-Force Model สำหรับหุ้น 10 ตัว

5. การอ่านงบการเงิน (Financial Statement)

เรียนจบวันนี้ คุณจะเข้าใจพื้นฐานเรื่องงบการเงินทั้ง 3 รูปแบบ เข้าใจที่มาที่ไปของงบการเงินผ่านตัวอย่างธุรกิจจริง ไม่ใช่การท่องจำ

และจะทำให้คุณอ่านงบการเงินในตลาดหุ้นอย่างง่ายเป็น เพิ่มความแน่นอน เพิ่มความมั่นใจ และผลตอบแทนให้มากขึ้น

  • เรียนรู้พื้นฐานงบการเงิน
  • เจาะลึกการอ่านงบดุล (Balance Sheet)
  • เจาะลึกการอ่านงบกำไรขาดทุน (Income Statement)
  • เจาะลึกการอ่านงบกระแสเงินสด (Cashflow Statement)
  • เข้าใจการอ่านงบการเงินผ่านตัวอย่างธุรกิจใกล้ตัว
  • สอนการอ่านงบการเงินอย่างง่าย ผ่านตัวอย่างงบในตลาดหุ้นของจริง
  • ทำเวิร์คช็อปจริง ตรวจการบ้านจริง >> ทดลองบันทึกงบการเงิน หุ้น 10 ตัว เป็นระยะเวลา 5-10 ปี

6. อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratio)

เมื่อจบวันนี้ คุณจะเข้าใจอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญต่างๆทั้งหมด

และสามารถนำความรู้นี้ ไปสแกนหุ้นที่กำลังจะลงทุนได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น

เพื่อให้กรองหุ้นที่คุณภาพดี เติบโตยั่งยืน มีความเสี่ยงต่ำ ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกได้ดี

ลดโอกาสขาดทุน เพิ่มผลตอบแทน เพิ่มความสบายใจ

  • ความเห็นของผู้สอบบัญชี คืออะไร สำคัญอย่างไร ดูตรงไหน ดูยังไง?
  • เรียนรู้อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญต่างๆ บ่งบอกสุขภาพธุรกิจ ทำให้เราลงทุนได้ผลตอบแทนดีมากยิ่งขึ้น
  • อัตราส่วนทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกำไร เช่น อัตรา...
  • กำไรขั้นต้น (GPM), กำไรจากการดำเนินงาน (OPM), กำไรสุทธิ (NPM), ค่าใช้จ่ายบริหาร ต่อยอดขาย (SG&A),
  • ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA), ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE), อัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินลงทุนเพื่อการดำเนินงานของบริษัท (ROIC)
  • อัตราส่วนทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับหนี้ เช่น อัตรา...
  • หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio), อัตราส่วนหนี้สินต่อกำไรสุทธิ (D/NP Ratio)
  • อัตราส่วนทางการตลาด เช่น อัตรา...
  • มูลค่าทางบัญชี (BV), กำไรต่อหุ้น (EPS), เงินปันผลต่อหุ้น (DPS), ผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield),
  • อัตราการจ่ายปันผลต่อกำไรสุทธิ (Dividend Payout Ratio), มูลค่ากิจการ (Market Cap), มูลค่าสุทธิของกิจการ (EV),
  • ราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV), ราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E), ความถูกแพง มูลค่าสุทธิของกิจการ (EV / EBITDA)
  • ทำเวิร์คช็อปจริง ตรวจการบ้านจริง >> ทดลองบันทึกอัตราส่วนทางการเงิน หุ้น 10 ตัว เป็นระยะเวลา 5-10 ปี

7. การประเมินมูลค่า (Valuation) - จะซื้อหุ้นที่วิเคราะห์มาอย่างดีแล้ว ที่ราคาเท่าไหร่ดี?

เรียนจบวันนี้ ประเมินมูลค่าเป็นแน่นอน! คุณจะเกิดความมั่นใจว่าจะซื้อหุ้นนี้ที่ราคาเท่าไหร่ดี

ทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับราคาที่ขึ้นๆลงๆ และการซื้อๆขายๆแบบสะเปะสะปะอีกต่อไป

  • จะซื้อหุ้นที่วิเคราะห์มาอย่างดีแล้ว ที่ราคาเท่าไหร่ดี?
  • ส่วนเผื่อความปลอภัย (MOS) คืออะไร สำคัญยังไง คำนวณยังไง และใช้ยังไง?
  • ทำความเข้าใจวิธีการประเมินมูลค่ารูปแบบต่างๆ
  • P/E Ratio, P/BV Ratio, Dividended Discount Model, PEG Model, และ EV/EBITDA
  • ทุกโมเดลการประเมินมูลค่า ใช้ง่าย และได้ผลจริง
  • แนะนำว่าแต่ละโมเดลควรจะใช้กับหุ้นประเภทไหน
  • ทำเวิร์คช็อปจริง ตรวจการบ้านจริง >> ประเมินมูลค่าหุ้น 10 ตัว

8. การบริหารพอร์ตหุ้นของคุณ​ (Portfolio Management)

เรียนรู้แนวคิด และวิธีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสขาดทุนของคุณให้ใกล้เคียง 0 ที่สุด แถมยังเพิ่มผลตอบแทนอีกด้วย

  • ทำไมคุณไม่ควรซื้อหุ้นตัวเดียวหมดหน้าตัก (ALL IN)
  • ถือหุ้นกี่ตัว กำลังดี
  • ต้องถือหุ้นคนละอุตสาหกรรมกันไหม?
  • จะขายหุ้นที่ถืออยู่เมื่อไหร่?
  • ทำเวิร์คช็อปจริง ตรวจการบ้านจริง >> ส่งการบ้าน list หุ้น 5-10 ตัวที่คุณจะกระจายความเสี่ยงในพอร์ตของคุณ

9. สรุปส่งการบ้านก่อนจบ

เมื่อจบวันนี้ คุณจะได้ Roadmap การลงทุนของตัวคุณเอง ที่เหมาะกับความรู้ความเข้าใจ เวลาในการศึกษา และผลตอบแทนที่คุณคาดหวัง

คุณจะมีหุ้นใน Watchlist ของคุณ 5-10 ตัว พร้อมราคาเป้าหมายที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย (MOS) อย่างน้อย 30%

และคุณจะได้เปรียบเทียบแนวคิดของคุณ​ กับแนวคิดพอร์ตการลงทุนของเพื่อนๆในคลาสอีกด้วย

ผมเชื่อว่า เราไม่สามารถหาโอกาสที่จะได้เรียนรู้ในลักษณะนี้จากที่อื่นได้ง่ายๆ

นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ที่เราอยากให้เกิดขึ้นในคอร์สนี้ครับ ^^

  • ส่งการบ้าน หุ้น 5-10 ตัวในลิสต์ของคุณที่จะลงทุน พร้อมราคาเป้าหมาย
  • วิทยากร คุณประพาส บุญชื่น จะวิเคราะห์ ให้ข้อคิดเห็น และคำแนะนำเป็นรายบุคคล เช่น เรื่องความผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง, ความเสี่ยงที่คุณจะต้องเจอ เป็นต้น

สมัครเรียนคอร์สอบรมหุ้นมือใหม่วีไอ
สมัครเรียนคอร์สอบรมหุ้น VI TURN PRO

ยังไม่หมด! สมัครวันนี้ แถมฟรี!!!

สมาชิกกลุ่มปิดอีก 2 เดือน

ลงทุนกล้วยๆคลับ (Private Member Club)

ไลฟ์สดผ่าน Zoom - ถามตอบได้เหมือนเจอหน้ากัน!!

1. ไลฟ์เข้มข้น 3 ครั้งต่อเดือนไปอีก 6 สัปดาห์ (ตะแกรงร่อนหุ้น)

  • ไลฟ์ที่จะมาเจาะลึกหุ้นดาวเด่นที่น่าสนใจ เพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดที่จะรู้จักหุ้นคุณภาพดีเพิ่มขึ้นทุกเดือน
  • ไลฟ์ที่จะมาแบ่งปันมูลค่าที่เหมาะสม ของกิจการที่ดี ในมุมมองของผม เป็นข้อมูลให้ทุกท่านสามารถตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้น

2. Forum ถาม-ตอบ ปัญหา

สำหรับใครที่มีคำถามส่วนตัวด้านการลงทุน อยากสอบถามวิทยากร เรามี Forum (กระทู้) ออนไลน์ เพื่อให้ทุกท่านสามารถไปทิ้งคำถามไว้ได้ทุกเมื่อ และสามารถไปไล่อ่านย้อนหลังคำถามที่น่าสนใจของเพื่อนๆได้ด้วยเช่นกัน

สมัครเรียนคอร์สอบรมหุ้นมือใหม่วีไอ
สมัครเรียนคอร์สอบรมหุ้น VI TURN PRO

ประพาส บุญชื่น (วิทยากร) เป็นใคร?

คอร์สอบรมลงทุนหุ้นวีไอ

1. นักลงทุนอิสระ Full-time แนววีไอคนหนึ่ง ที่หลงไหลในการลงทุนสไตล์วีไอ ผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาว 30% ต่อปี

สามารถอยู่กับการเจาะลึกเรื่องหุ้นได้วันละ 8 ชั่วโมงทุกวัน อย่างมีความสุข และคิดว่าอยู่กับหุ้นได้ตลอดชีวิต

ใช้เวลาส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ไปกับกิจกรรมที่เกี่ยวกับหุ้น เช่น

แกะงบการเงินบริษัทใน Watchlist ของตัวเอง ไตรมาสละ 50 บริษัท

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ, ไปเยี่ยมชมกิจการ (Company Visit) ในบริษัทที่สนใจทุกเดือน

2. นักลงทุนที่เคยขาดทุนเกือบหมดตัว แต่พลิกกำไรมาทำไรได้ 20 เด้ง (จากปี 2009-2014)

ใช้เวลา 6 เดือน ขาดทุน 40% เจ๊งเกือบหมดตัว จากนั้นใช้เวลาศึกษาและทำการบ้านอย่างหนักวันละ 8-12 ชั่วโมงต่อเนื่องทุกวัน 6 เดือน อ่านหนังสือมากกว่า 100 เล่ม แกะงบมากกว่า 500 บริษัท และติดตามผลประกอบการบริษัททุกไตรมาส มากกว่า 50 บริษัท (ใน Watchlist ของผม)

หลังจากนั้นก็ไม่เคยขาดทุนอีกเลย

จนตกผลึกว่าจริงๆแล้วการลงทุนเป็นเรื่อง "เรียบง่าย" สำหรับคนมีความรู้

3. นักธุรกิจ และนักบริหาร ที่เคยอยากปั้นบริษัทเข้าตลาดหุ้น

แต่สุดท้ายค้นพบว่า การทำธุรกิจถึงแม้จะทำยอดขาย และกำไรได้เยอะ แต่ไม่มีความสุขเท่ากับการวิเคราะห์หุ้น และลงทุนในหุ้น

ทำธุรกิจมา 10 ปี สุดท้ายค้นพบว่า ตนเองไม่ชอบในการบริหารคน

(ธุรกิจที่ทำ คือเฟอร์นิเจอร์ Living Element ที่มีคนติดตามกว่า 290,000 คน

ปัจจุบันส่งมอบให้ภรรยาดูแล 100% และเปลี่ยนมาเป็นนักลงทุนเต็มเวลา)

4. นักลงทุนที่มีใจ อยากจะเผยแพร่ความรู้ ไม่ชอบเห็นคนใกล้ตัวขาดทุน แต่...ก็อยากทำคอร์สให้เป็นธุรกิจด้วย

อย่างไรก็ตาม... ใครที่ไม่มีงบ อยากเรียนฟรี เรามีคอร์สฟรี มากกว่า 60 ตอนให้ดูฟรี

(ผมมั่นใจว่า ตัวคอร์สฟรี ถ้าคนขยัน และมีวินัยมากๆ ดูจบก็ลงทุนได้อย่างมั่นใจแน่นอน)

แต่ใครอยากย่นระยะเวลาความสำเร็จ, อยากให้จับมือทำ Workshop, อยากมีเพื่อน มีสังคมนักลงทุนที่ช่วยกันคิด ช่วยกันแลกเปลี่ยนความเห็น, อยากให้ช่วยแนะนำแบบเฉพาะเจาะจง, แก้ไขพอร์ต หรือปรึกษาเรื่องการลงทุน

เรียนเชิญในคอร์ส Workshop คอร์สหุ้น 0-100 VI Turn Pro

5. นักลงทุนที่ปัจจุบัน กำลังพยายามทำทั้งเนื้อหา คอร์ส และหลักสูตร ให้ออกมาเข้าใจง่ายที่สุด

มีความคาดหวังสูง!! ต่อผู้ที่จะมาลงคอร์ส ให้ได้รับความเข้าใจ และมีสุขภาพพอร์ตที่ดีขึ้น ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น

6. สมาชิกอาสาพิทักษ์สิทธิ์ผู้ถือหุ้น - สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

ได้รับเกียรติไปเป็นหนึ่งในทีมช่วยตรวจสอบ ให้คะแนนความโปร่งใส ของบริษัทต่างๆในตลาดหลักทรัพย์

7. วิทยากรรับเชิญ สอนเรื่อง การลงทุนแบบ VI ที่ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย กับ หลักสูตรนักลงทุนผู้ทรงคุณวุฒิ (Thai Intelligent Investors Program - TIIP)

สอนเรื่องการลงทุนแบบวีไอ

ภาพบรรยากาศของชีวิตนักลงทุนเต็มเวลา

ไม่มีงานไหนสบาย มีแต่งานที่สนุก และท้าทาย นักลงทุนเต็มเวลาก็เช่นกัน

ตรวจสอบงบการเงิน ติดตามข่าวสาร เยี่ยมชมกิจการ พัฒนาความคิด และอารมณ์ของตัวเอง

เพื่อประสิทธิภาพการลงทุนที่ดีขึ้นในทุกๆวัน

เยี่ยมชมกิจการ Company Visit MEGA WE CARE

เยี่ยมชมกิจการ (Company Visit) MEGA WE CARE หุ้นเติบโตที่น่าจับตามอง

เยี่ยมชมงาน Asian Financial Forum

อัพเดตมุมมองการเงินของโลก ที่งาน Asian Financial Forum (AFF) ที่ฮ่องกง เป็นงานที่ผูนำทางการเงินระดับโลกมาบรรยายแนวโน้มการเงิน และเศรษฐกิจในปีนั้นๆ (เช่น CEO VISA, Master Card, AMEX, World Bank, FED เป็นต้น)

งานอดิเรกนอกจากการลงทุนของผมคือการเล่นหมากล้อม ผมใช้เวลาฝึกฝนโกะเพียงไม่กี่ปีก็พบว่า โกะช่วยขัดเกลาชีวิตการลงทุนของผม ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างมาก

เลื่อนขั้นหมากล้อม คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

ได้รับเกียรติเลื่อนขั้นหมากล้อมโดยคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย และเป็นประธานสมาคมหมากล้อมจีนโลก

ผมตัดสินใจลงแข่งขัน GO International Championship 2019 เพราะเชื่อว่าการแข่งขัน จะทำให้เราพัฒนาได้เร็ว เพิ่มความท้าทายให้ชีวิต และฝึกความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา (ผมลงเอยด้วยการได้อันดับ 3 รองจากแชมป์ชาวสิงคโปร์ และรองแชมป์จากเกาหลี)

โกะ นอกจากจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการลงทุนหุ้นให้กับผมแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ผมเอาไว้ใช้เวลาร่วมกับลูกสาวอีกด้วย ใครมีลูกมีหลานผมแนะนำนะครับ ช่วยพัฒนาสมองทั้งสองฝั่งได้อย่างดีเยี่ยมเลยครับ ^^

ผมขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจส่งต่อธุรกิจให้ภรรยา วางมือจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และมาเป็นนักลงทุนเต็มเวลา เพราะสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้มาคือ "ความสามารถในการบริหารพอร์ตเวลาของตนเอง" ได้ดียิ่งขึ้น

จากเดิมตอนทำธุรกิจ ตลอด 8-9 ปีนั้น ผมแทบไม่มีเวลาให้ลูกสาวเลย

แต่ตอนนี้ผมมีเวลาให้เค้าอย่างเต็มที่ นี่เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ที่อะไรก็แลกไม่ได้

ความรู้สึกของลูกศิษย์คอร์ส VI TURN PRO

ขอขอบคุณลูกศิษย์ทุกท่าน ที่ทุ่มเท ตั้งใจเรียน และทำการบ้านอย่างหนัก

ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนครับ

ความรู้การลงทุนในหุ้น

สไตล์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า (VI) ฟรี

ผมเชื่อมั่นว่า หากทุกท่านมีความตั้งใจ มีความรู้ และมีความเข้าใจที่มากพอ

ทุกท่านสามารถประสบความสำเร็จจากตลาดหุ้นได้แน่นอนครับ ^^

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: สนใจการลงทุนแนววีไอ แต่มีเงินน้อย จะเหมาะไหม?

A: การเป็นนักลงทุนวีไอ ไม่เกี่ยวว่าจะมีเงินเท่าไหร่ ส่วนตัวผมเองเริ่มต้นด้วยเงิน 480,000 บาท และขาดทุน 40% เหลือประมาณ 280,000 บาท ในการเริ่มต้นอีกครั้ง และไม่ได้เพิ่มเงินทุนเข้าไปเพิ่มเลย ก็สามารถทำให้พอร์ตโตขึ้นเป็น 10 ล้านบาทได้ ผมเชื่อว่าสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่มี แต่อยู่ที่ความตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะเข้าใจมันให้ได้จริงๆหรือเปล่า เพราะถ้าเราเข้าใจมันจริงๆแล้วทุกๆคนก็สามารถลงทุนได้ทุกคนครับ และผมก็เชื่อมั่นว่า ทุกคนควรมีการลงทุนนอกเหนือจากทำงานปกติทุกคนครับ

Q: คอร์สนี้แตกต่างจากคอร์สหุ้นอื่นๆ ส่วนใหญ่อย่างไร?

A: เราเชื่อว่าคอร์สการลงทุนทุกคอร์ส ล้วนมีประโยชน์กับผู้เรียนทุกคนไม่มากก็น้อย

แต่เราก็เชื่อว่าเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ ยังไม่มั่นใจในความรู้การลงทุนของตัวเอง

เพราะส่วนใหญ่จะเน้นนั่งฟัง และมีโอกาสลงมือทำน้อย

ดังนั้นคอร์สเราของจะเน้น Workshop ทุกเนื้อหาที่สำคัญ

มีทั้ง Workshop แบบกลุ่ม และ Workshop แบบเดี่ยว มากกว่า 30 Workshops

และก่อนจบคอร์ส ทุกคนต้องมี list หุ้นในพอร์ตอย่างน้อย 5-10 ตัว

พร้อมราคาเป้าหมายที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัยอย่างน้อย 30%

และเรายังมี Member กลุ่มปิดที่จะมาคัดหุ้นกันอีก 6 สัปดาห์ เพื่อตอบสนองผู้เรียนที่มีเวลาไปศึกษาหุ้นเองน้อย

Q: คอร์สหุ้น 0-100 VI Turn PRO แตกต่างจากคอร์สฟรีสอนหุ้นวีไอมือใหม่ กำไรตั้งแต่ซื้อ (60 ตอน) อย่างไร?

A: สิ่งที่แตกต่างคือ คอร์สนี้จะเน้นให้ทุกคนที่มาเรียนเข้าใจ และเห็นผลที่สุด โดยจะ Workshop มากกว่า 30 Workshops, เรียนจบทุกคนต้องมีหุ้นอย่างน้อย 5-10 ตัว และมีไลฟ์สด คัดหุ้นนางฟ้า, ช็อปหุ้นถูก และวีไอคลีนิกอีก 6 สัปดาห์

Q: เรียนจบแล้ว ดูย้อนหลังได้หรือไม่?

A: เรามีคลิป เกี่ยวกับการบ้านทุก Workshop ให้ดูย้อนหลังได้

Q: หากไม่สะดวกเข้าเรียนบางวัน จะทำอย่างไรได้บ้าง?

A: ทางทีมงานจะประสานงานให้เรียนชดเชย เฉพาะเนื้อหาในวันที่ผู้เรียนขาดในรุ่นถัดไป

อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ อยากให้ผู้เรียนทุกท่านเข้าเรียนให้ครบ 100% เพราะเนื้อหาในแต่ละวันจะร้อยเรียงต่อเนื่องกัน ดังนั้นการที่ผู้เรียนเข้าเรียนทุกวัน และเข้าใจอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทางทีมงานเชื่อว่า จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียนครับ ^^

Q: เรียนจบแล้ว จะประสบความสำเร็จ จากตลาดหุ้นแน่นอนจริงหรือ?

A: ด้วยวิธีที่ผมพิสูจน์มามากกว่า 12 ปี และระบบการเรียนที่เราออกแบบมา เรามั่นใจมากๆว่า เมื่อทุกท่านจบคอร์สนี้ไป สิ่งที่ทุกท่านจะได้แน่ๆคือ "พื้นฐานความเข้าใจที่แข็งแรง" ในเรื่องการลงทุนแบบวีไอ และพื้นฐานที่แข็งแรงนี้เอง จะเป็นตัวช่วยปกป้องการขาดทุนให้กับท่าน และการปกป้องการขาดทุนนั้น จะเป็นจุดที่ทำให้เราทำผลตอบแทนได้มาก ส่วนใครที่ขยันทำการบ้าน ต่อยอดจากสิ่งที่เรียนไปยิ่งมาก ก็จะยิ่งทำผลตอบแทนได้มากขึ้น

Q: ทำไมถึงต้องมีระบบ Member ฟรี 2 เดือน?

A: เพราะเราเข้าใจดีว่า หลายท่านที่เรียนเรื่องการลงทุน อาจจะมีเวลาศึกษาด้วยตนเองต่อหลังเรียนจบ ไม่มากพอ ทำให้พลาดโอกาสในการต่อยอดความรู้ที่มี หรือบางท่านถึงแม้จะมีความเข้าใจมากขึ้นเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีความไม่มั่นใจอยู่บ้าง เพราะประสบการณ์อาจจะยังไม่มาก ทางเราจึงอยากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่านด้วยการไลฟ์ 3 รายการต่อเดือน ได้แก่ 1. ตะแกรงร่อนหุ้น(เจาะลึกหุ้นคุณภาพดี, หาหุ้นดี ราคาถูก)

Q: หลังจาก Member 2 เดือนจบแล้ว มีค่าใช้จ่ายต่อไหม?

A: มีค่าใช้จ่าย 6 เดือน 15,950 บาท แต่ถ้า สมัครสมาชิก 1 ปี ลด 10% : 28,719 บาท (ประหยัด 3,190 บาท)

Q: เรียนจบแล้ว ถ้าไม่ต่ออายุ Member สามารถสอบถาม/ปรึกษา วิทยากรได้ไหม?

A: สามารถสอบถามวิทยากรได้ โดยเราจะมี Forum สำหรับศิษย์เก่าเพื่อให้มาโพสต์ถามกัน

Q: คอร์สนี้สอนแนว VI แปลว่าต้องถือหุ้นนานมากๆ หรือเปล่า กว่าจะได้ผลตอบแทนที่ดี?

A: ไม่เสมอไป หลักการวีไอจริงๆแล้วไม่ใช่การถือหุ้นระยะยาว แต่เป็นการซื้อหุ้นถูกกว่ามูลค่าที่แท้จริงต่างหาก

ดังนั้น ถ้าหุ้นขึ้นไปเกินมูลค่าที่เหมาะสม มากๆ เราก็สามารถขายทำกำไรได้ทันที

หรือหากเราเจอหุ้นถูกตัวอื่น ที่เรามองว่ามีส่วนเผื่อความปลอดภัยที่มากกว่า และเรามั่นใจในกิจการ ไม่แพ้หุ้นตัวเดิม

เราก็สามารถขายตัวเก่าทำกำไร เพื่อไปเข้าตัวใหม่ได้เช่นกัน ซึ่งหลายต่อหลายครั้ง

สิ่งนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น (แต่หลายครั้งก็นานกว่านั้น เช่น ครึ่งปีถึงหนึ่งปี)

เริ่มเรียนเมื่อไหร่?

รุ่น 13 : วันที่ 11-12 , 18-19 กันยายน 64 (9:00น. - 17:00น.)

23 กันยายน 64 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (เต็มแล้ว)

รุ่น 14 : วันที่ 9-10 , 16-17 ตุลาคม 64 (9:00น. - 17:00น.)

21 ตุลาคม 64 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (3 ที่นั่งสุดท้าย)

รุ่น 15 : วันที่ 13-14, 20-21พฤศจิกายน 64 (9:00น. - 17:00น.)

25 พฤศจิกายน 64 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (23 ที่นั่งสุดท้าย)

จากราคา 44,900 บาท ลดเหลือ 34,500 บาท

จองล่วงหน้า Early Bird - 30,900 บาท

( เมื่อชำระเงินภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2021!)