Uncategorizedเกร็ดหุ้นมือใหม่

วิเคราะห์ CPALL หุ้นใหญ่ น่าลงทุนไหม?

เจาะลึกหุ้น CPALL: ทำไม เซเว่น (7-Eleven) ยังแกร่งสวนกระแส

สำหรับนักลงทุนมือใหม่หรือใครที่กำลังจับตามองหุ้นใหญ่อย่าง CPALL ช่วงนี้อาจจะเห็นความผันผวนที่น่าสนใจเกิดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องผลประกอบการที่แตกต่างกันระหว่าง “แม่” กับ “ลูก” จนเกิดคำถามว่า ตกลงแล้วหุ้นค้าปลีกยักษ์ใหญ่ตัวนี้ยังน่าลงทุนอยู่ไหม? วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญจากการวิเคราะห์ล่าสุด เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ

ปรากฏการณ์ “ลูกแย่ แต่แม่แกร่ง”

เมื่อเร็วๆ นี้ เราเห็นราคาหุ้นของ CP Extra (CPAXT) ร่วงลงหนักถึง 8-9% เนื่องจากงบการเงินที่ออกมาไม่ค่อยสู้ดีนัก ทั้งรายได้และกำไรที่หดตัวลง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อบริษัทลูกมีปัญหา ย่อมส่งผลกระทบชิ่งมาถึงบริษัทแม่อย่าง CPALL ด้วย เพราะ CP Extra นั้นเป็นเจ้าของกิจการค้าส่งและค้าปลีกสำคัญอย่าง แม็คโคร และโลตัส นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้นักลงทุนเซอร์ไพรส์คือ ทันทีที่ CPALL ประกาศงบของตัวเองออกมา กลับทำผลงานได้ดีมาก (Outperform) จนราคาหุ้นดีดกลับขึ้นมาได้ สาเหตุสำคัญคือความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีอย่างร้านสะดวกซื้อครับ

จุดแข็งที่ไม่มีใครล้มได้ ความเป็น Value for money

ในสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อของผู้คนหดหาย เราเห็นธุรกิจร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งมียอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ติดลบหนักถึง 20% แต่สำหรับ CPALL ตัวเลขนี้กลับติดลบเพียงเล็กน้อยแค่ 0.5% เท่านั้น

เหตุผลที่ทำให้ธุรกิจนี้ยังยืนหยัดอยู่ได้ คือการวางตำแหน่งสินค้าเป็น Value for money หรือความคุ้มค่าคุ้มราคาครับ สินค้าในร้านส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น (FMCG) โดยเฉพาะกลุ่มอาหารพร้อมทาน ที่มีราคาต่อมื้อเพียง 40-50 บาท ซึ่งถือว่ายังจับต้องได้และถูกกว่าอาหารตามสั่งข้างทางในปัจจุบันที่ราคาพุ่งไป 50-80 บาทแล้ว จุดนี้เองที่ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-time high) ได้สำเร็จ

โอกาสเติบโตจาก ปัจจัยหนุนทางเศรษฐกิจ และการขยายสาขา

แม้จะเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด แต่ CPALL ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง โดยยังมีแผนการขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 700 สาขา ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตของจำนวนสาขาประมาณ 4.5-5% ต่อปี

นอกจากนี้ ยังมี ปัจจัยหนุนทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญคือการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวครับ เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติถือเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในร้านสะดวกซื้อ หากปีหน้าตัวเลขนักท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ก็จะเป็นแรงส่งให้ยอดขายเติบโตขึ้นไปได้อีก

อนาคตของการปลดล็อกหนี้ก้อนโต

อีกหนึ่งประเด็นที่นักลงทุนสายพื้นฐานมองว่าเป็นโอกาสระยะยาว คือเรื่องโครงสร้างทางการเงิน ปัจจุบัน CPALL มีหนี้สินหลายแสนล้านบาท ทำให้ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงถึงเกือบ 20,000 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่บริษัททำกำไรได้ประมาณ 24,000 – 25,000 ล้านบาท

ลองจินตนาการดูว่า หากในอีก 7-10 ปีข้างหน้า บริษัทสามารถทยอยใช้หนี้เงินต้นจนหมด ภาระดอกเบี้ยก้อนมหึมานี้จะหายไป ซึ่งนั่นหมายความว่ากำไรสุทธิของบริษัทมีโอกาสที่จะ “เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว” ได้ทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม นี่จึงเป็นอีกจุดที่น่าจับตามองสำหรับใครที่มองหาการเติบโตในระยะยาว

แม้จะมีปัจจัยลบจากฝั่ง แม็คโครและ โลตัส เข้ามากระทบ้าง แต่ด้วยความแข็งแกร่งของธุรกิจ เซเว่น (7-Eleven) ที่เน้นสินค้าราคา Value for money ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคประหยัด ประกอบกับ ปัจจัยหนุนทางเศรษฐกิจ จากการท่องเที่ยวและการบริหารจัดการหนี้ในอนาคต ทำให้ CPALL ยังคงเป็นหุ้นใหญ่ที่น่าสนใจและมีความแข็งแกร่งสูงในกลุ่มค้าปลีก

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam