SISB กำไรยังโต แต่ราคาหุ้นร่วง เกิดจากอะไร? | Q&Aกล้วยๆ EP.1084
ไขข้อสงสัย: ทำไมราคา “หุ้น SISB” ถึงร่วงหนัก แม้งบปีที่แล้วยังโต?
นักลงทุนหลายคนอาจกำลังตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับ หุ้น SISB (บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน))? ทั้งที่รายงานรายได้และกำไรในปีที่ผ่านมายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ทำไมราคาหุ้นในกระดานกลับร่วงลงอย่างหนัก จนค่า P/E ที่เคยสูงระยิบระยับถึง 30 เท่าในอดีต ไหลลงมาเหลือเพียง 10 กว่าเท่า (ประมาณ 11 เท่า) ในปัจจุบัน
คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขในงบการเงินที่ประกาศออกมาแล้ว แต่อยู่ที่ “ภาพอนาคต” ที่ตลาดกำลังมองเห็น ซึ่งบทความนี้จะสรุป 3 เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดกังวลจนเกิดแรงเทขายออกมาครับ
สัญญาณจำนวนนักเรียนที่เริ่ม “หดตัว” จากการแข่งขัน
แม้ภาพรวมรายได้ปีที่ผ่านมาของ หุ้น SISB จะดูดีจากการผลักดันยอดในไตรมาส 1 และ 2 แต่หากเจาะลึกลงไปจะพบสัญญาณเตือนว่า จำนวนนักเรียนเริ่มหดตัวลงตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีที่ผ่านมา
สาเหตุหลักมาจาก “การแข่งขันที่ดุเดือด” ในธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ มีโรงเรียนแห่งใหม่ๆ เปิดตัวเพิ่มขึ้นหลายแห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งคู่แข่งเหล่านี้ต่างงัดกลยุทธ์ทำโปรโมชั่นลดค่าเทอมดึงดูดนักเรียนสูงถึง 30% ส่งผลเกิดการแย่งชิงฐานนักเรียนเดิมและนักเรียนใหม่อย่างหนัก จนกระทบต่อการเติบโตของจำนวนนักเรียนในกลุ่ม SISB
ความท้าทายในการปรับขึ้น “ค่าเทอม”
โดยปกติแล้ว โมเดลการสร้างรายได้ของ หุ้น SISB จะขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ การขยายสาขา, การเพิ่มจำนวนนักเรียน และ การปรับขึ้นค่าเทอม (Organic Growth) ซึ่งมักจะปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 5%
ทว่าในสภาวะที่คู่แข่งตัดราคากันอย่างรุนแรงเช่นนี้ การจะปรับขึ้นค่าเทอมตามเป้าเดิมเป็นเรื่องยาก หากโรงเรียนไม่สามารถปรับขึ้นได้ถึง 5% (อาจเหลือเพียง 3% หรือปรับไม่ได้เลยเหมือนช่วงวิกฤตโควิด-19) เมื่อนำไปรวมกับจำนวนนักเรียนที่มีแนวโน้มลดลง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงทำให้รายได้รวมของบริษัทลดลงตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โครงสร้างต้นทุนที่สวนทางกับรายได้
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับ หุ้น SISB ในตอนนี้คือ “รายได้มีแนวโน้มลดลง แต่ต้นทุนกลับเพิ่มขึ้น” โดยโครงสร้างค่าใช้จ่ายหลักของบริษัทแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญที่ปรับลดลงได้ยาก คือ
- ค่าเสื่อมราคา: ถือเป็นต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) จากการลงทุนอาคารสถานที่ ซึ่งต้องตัดจ่ายสม่ำเสมอไม่มีทางลดลง
- เงินเดือนครูต่างชาติ: นี่คือต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุด และมีสัญญาผูกพันที่ระบุชัดเจนว่าบริษัทต้องปรับขึ้นเงินเดือนให้ครูต่างชาติปีละ 5% ทุกปี
บทสรุป: เมื่อ “หุ้นเติบโต” กลายเป็น “หุ้นขาลง”
เมื่อเรานำจิ๊กซอว์ทุกชิ้นมาต่อกัน จะเห็นภาพชัดเจนว่าหากรายได้หดตัวลงแต่ต้นทุน (โดยเฉพาะเงินเดือนครู) ยังคงพุ่งสูงขึ้น กำไรสุทธิของบริษัทก็จะหดตัวลงอย่างรุนแรง เมื่อมุมมองต่อ หุ้น SISB เปลี่ยนจากหุ้นเติบโตสูง (Growth Stock) กลายเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรตกต่ำ ตลาดจึง “ลงโทษ” ด้วยการเทขายเพื่อปรับฐานราคาสอดคล้องกับความเสี่ยง
บทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุน: การมองเพียงค่า P/E ที่ระดับ 10 กว่าเท่าในวันนี้อาจจะ “ไม่ถูก” อย่างที่คิด เพราะหากกำไรในอนาคตลดลง ค่า P/E ก็จะดีดกลับขึ้นไปสูงได้อีก ดังนั้นอย่าฝากความหวังไว้กับงบการเงินในอดีต แต่ต้องโฟกัสไปที่ทิศทางและผลประกอบการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นหลักครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

