Forum

Notifications
Clear all

สอบถามเกี่ยวกับหุ้น NEO


(@nao-null)
Eminent Member
Joined: 11 months ago
Posts: 28
Topic starter  

1.) คือเราเดาราคา Commodity ไม่ออกอยู่แล้วใช่ไหมครับ สมมุติว่าราคาวัตถุดิบอยู่ในขาขึ้น ส่วนใหญ่บริษัทมีวิธีรับมือยังไงกันครับ

ถ้าขึ้นจนถึงระดับนึงสุดท้ายก้ต้องผลักไปให้ Consumer ใช่ไหมครับ ( พอมีจุดที่แบบไม่ไหวคร่าวๆไหมครับว่า NPM เหลือเท่าไหร่ถึงต้องเริ่มขึ้นราคา )

2.) จังหวะซื้อหุ้นแนวนี้ควรเป็นแบบไหนหรอครับ เห็นนักวิเคราะห์ประเมิณกำไร Q2 กันต่ำมากๆ เค้าน่าจะได้ข้อมูลจากบริษัทเห็นเขียนกันเรื่อง Product Mix + ค่าเสื่อม + ราคาวัตถุดิบ ทำให้ GP ลดลง ถ้าสมมุติว่าเชื่อนักวิเคราะควรรองบออกก่อน หรือราคามัน Reflex ไปตามที่นักวิเคราะห์เขียนแล้ว

3.) หุ้นประเภทนี้เหมือนกับ KCG ใช่ไหมครับที่เราไม่ควรถือยาวๆ

ขอบคุณมากครับ

This topic was modified 6 months ago 2 times by MKT Bananas

   
Quote
(@prapas-b88)
Noble Member Admin
Joined: 5 years ago
Posts: 1861
 

Posted by: @nao-null

1.) คือเราเดาราคา Commodity ไม่ออกอยู่แล้วใช่ไหมครับ สมมุติว่าราคาวัตถุดิบอยู่ในขาขึ้น ส่วนใหญ่บริษัทมีวิธีรับมือยังไงกันครับ

ถ้าขึ้นจนถึงระดับนึงสุดท้ายก้ต้องผลักไปให้ Consumer ใช่ไหมครับ ( พอมีจุดที่แบบไม่ไหวคร่าวๆไหมครับว่า NPM เหลือเท่าไหร่ถึงต้องเริ่มขึ้นราคา )

2.) จังหวะซื้อหุ้นแนวนี้ควรเป็นแบบไหนหรอครับ เห็นนักวิเคราะห์ประเมิณกำไร Q2 กันต่ำมากๆ เค้าน่าจะได้ข้อมูลจากบริษัทเห็นเขียนกันเรื่อง Product Mix + ค่าเสื่อม + ราคาวัตถุดิบ ทำให้ GP ลดลง ถ้าสมมุติว่าเชื่อนักวิเคราะควรรองบออกก่อน หรือราคามัน Reflex ไปตามที่นักวิเคราะห์เขียนแล้ว

3.) หุ้นประเภทนี้เหมือนกับ KCG ใช่ไหมครับที่เราไม่ควรถือยาวๆ

ขอบคุณมากครับ

1. เป็นธรรมชาติเลยครับ ช่วงวัตถุดิบขาขึ้นแรกๆ บริษัทมักจะ Over Stocking ครับ คือสต๊อคเพิ่มขึ้นอาจจะมากถึง 1 เท่าตัวได้เลย หรือเพิ่ม Inventory Days ในช่วงแรกครับ แต่พอราคาสูงสักพัก เค้าจะลด Inventory Days ครับ

ให้เห็นภาพนะ พอราคาวัตถุดิบสูง สมมุติเดิมมี Inventory Days 60 วัน พอราคาวัตถุดิบสูง เค้าจะเร่ง Stock สินค้ามาตุนเพิ่ม อาจทำให้ Inventory Days เพิ่มเป็น 120 วันแบบชั่วคราว หลังจากนั้นจะรอดูสถานการณ์ หากราคายังสูงต่อเนื่อง บริษัทอาจใช้วัตถุดิบที่สั่งมาเยอะไปก่อนแล้วลด Inventory days ให้สั้นลงเหลือ 30-45 วัน ที่เพียงพอต่อการขายเท่านั้น ไม่ Stock เผื่อมากนักครับ เพราะกังวลถ้าราคาวัตถุดิบลงแล้วต้นทุนจะลงตามไม่ทันครับ จะส่งผลให้ GPM ลดลงมาก หรือแข่งขันกับคู่แข่งไม่ได้ เป็นต้นครับ

ส่วนเรื่องการผลักต้นทุนไปที่ Consumer ผมคิดว่าบริษัทก็พยายามจะขึ้นตั้งแต่แรกๆครับ แต่มันขึ้นอยู่กับ อำนาจต่อรอง, สภาวะการแข่งขัน ณ ตอนนั้นๆเลย ว่าจะผลักได้แค่ไหนครับ ข้อนี้ตอบยากครับ เช่น

ถ้าการแข่งขันสูงมาก แล้วเราเป็นผู้นำอยู่ ก็ต้องประเมินว่าถ้าขึ้นแล้วคู่แข่งจะขึ้นตามรึเปล่าด้วยนะครับ ยกตัวอย่างเคสจริงคือ OSP, CBG ที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นแล้ว OSP ขึ้นราคา M150 จาก 10>12 บาท แล้วปรากฎว่า CBG ไม่ขึ้นตามครับ ทำให้ OSP เสีย Market Share ไปให้ CBG อย่างมากเลย สุดท้ายก็ต้องยอมลดราคากลับลงมา คือจะเห็นได้ว่า มันไม่ได้มีสูตรสำเร็จเลยเนา ว่าเท่าไหร่ถึงจะขึ้นราคา มันอยู่ที่สถานการณ์การแข่งขัน และอำนาจต่อรองเป็นหลัก

2. จังหวะซื้อก็คือจังหวะที่ต้นทุนสูงสุด หรือกำไรต่ำสุดตามปกติเลยครับเนา แต่สำคัญคือ "กำไรสุทธิ" ต้องต่ำสุดนะครับ คือถ้าแค่ต่ำ แต่ยังไม่สุดราคาก็ลงต่อได้อีก

3. ถามได้ดีครับ หุ้นประเภทนี้จริงๆแล้วถือยาวได้นะครับ "ถ้าอยู่ในช่วงขาขึ้นยาวนาน" ครับ ยกตัวอย่างนะครับ PTT ย้อนไป 30 ปีที่แล้ว ประชากรไทยยังน้อย จำนวนรถยนต์ในประเทศก็ยังน้อยมาก รวมถึงปริมาณรถยนต์ในโลกนี้ก็ยังน้อยมาก ทำให้ Oil Consumption มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องยาวนาน ราคาน้ำมันก็เป็น Side-Way Up ยาวนานหลายสิบปี ทำให้ถือยาวได้เช่นกันครับ พอเห็นภาพไหมครับ แต่ปัจจุบันนี้ Oil consumption มันตันๆแล้ว ทำให้ PTT กลายเป็นหุ้น Cyclical เต็มตัวแล้ว ไม่ใช่หุ้น Cycle + Growth เหมือนในอดีตนั่นเอง

กลับมาที่ KCG, NEO พี่คิดว่า ถ้าเรามองภาพการเติบโตในอนาคตที่ชัดเจนแบบ PTT ในอดีตมันก็ลงทุนระยะยาวได้ครับ

เช่น เทรนด์การบริโภคสินค้าประเภท ชีส, เนย ถ้ามันยังเติบโตขึ้นได้ดี มันก็เป็นไปได้นะที่ KCG จะสามารถเติบโตระยะยาวได้

แต่ NEO ต้นทุนหลักคือ สารลดแรงตึงผิว ซึ่งเป็น Oil-Base อันนี้พี่คิดว่าเทรนด์มันคงตอบยากกว่าของ KCG 

 


   
ReplyQuote
Share:
Protected by CleanTalk Anti-Spam