สรุปงบการเงิน และ Oppday หุ้น HL ไตรมาส 4/2568
📣 ดูเวอร์ชั่นเต็มคลิก : https://bit.ly/47sKRzH
HL #Y2025
#หุ้นร้านขายยาออกสินค้าใหม่เตรียมรุกตลาดออนไลน์และนอกร้านตัวเอง
· Sales Revenue 2,228.85 +12.7% แบ่งตามประเภทสินค้า
- Professional (ยาและอาหารเสริม) 1,542.60 +13.3%
- Home (อุปกรณ์การแพทย์) 289.15 +6.4%
- Personal (สินค้าใช้ภายนอกร่างกาย) 273.10 +18.7%
- Medical Food (อาหารการแพทย์) 124.01 +9.4%
- รายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับยอดขาย
- Same Store Sale growth 5.7%
- Sale per Ticket 461 บาท
- Ticket Per Day ทุกสาขารวมกัน 13,135
- มีสาขา ณ สิ้นปี 70 สาขา ขยาย 7 สาขาในปีนี้และปิดแบรนด์ Vitamin Club ไป 1 สาขา
- รายได้เติบโตขึ้นจากสินค้ายาและอาหารเสริมรวมถึงสินค้า Personal, Beauty, Consumer ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่ากลุ่มค่าเฉลี่ยแต่ในภาพรวมต่ำกว่าเป้าที่ให้ไว้ 15% เนื่องจากมีการขยายสาขาต่ำกว่าเป้า
· Gross Profit 542.42 +16.7% GPM 24.34% - กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนสินค้า Personal Healthcare รวมถึงสินค้าในหมวด Healthiness โดยปี 2025 บริษัทได้ทยอยการออกสินค้าใหม่รวมถึงเริ่มมีการทำการตลาดในส่วนนี้ขยายออกนอกร้านยาตัวเองเพื่อเพิ่มอัตรากำไรต่อไป
· SG&A 480.85 +17.3% SG&A to Sales 21.18% - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา ค่าเสื่อมราคา ค่าพนักงานที่ต้องลงไปก่อนรายได้เข้ามาในส่วนค่าใช้จ่ายบริหารสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ระดับเดียวกันต่อเนื่องในขณะที่ยอดขายและสาขามากขึ้น
· Net Profit 77.86 -0.5% NPM 3.42%
#Q&A จาก Opportunity Day
- อัตราการจ่ายปันผลสูงขึ้นเนื่องจาก CFO สูงและการลงทุนในตราสารหนี้ต่ำลงเลยอยากจะจ่ายปันผลออก
- สิ่งที่บริษัทจะทำเพิ่มคือการตลาดสร้างแบรนด์ร้านยา Local Marketing แต่ละ Shop ชุมชน
- Q1 เปิดไปแล้ว 2 Q2 2 สาขา และจะไปเยอะ Q3 Q4 ทั้งหมด 14 สาขาในปีนี้
- เป้ารายได้โต 15% หลักๆจะมาจากการขยายสาขา รวมถึง Project Tephramancy 70 M. โดยจะมีการลงทุนในบริษัทอื่นๆด้วย
– Tailwind ของบริษัทกระแส Aging Society Longevity จะทำให้กลุ่มลูกค้าอายุน้อยมากขึ้นรวมถึงคนสนใจสินค้าเพื่อสุขภาพ
#สรุป
- รายได้ของบริษัทยังสามารถโตได้ต่อเนื่องแต่อาจจะต่ำกว่าเป้าเนื่องจากการขยายสาขาได้ลดลงจากปีที่แล้วตามความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจแต่อัตราส่วนของค่าใช้จ่ายนั้นยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพราะเป็นธุรกิจที่ต้องค่อยๆสร้างฐานลูกค้าค่อยเป็นค่อยไป
ติดตามสินค้าในกลุ่ม Healthiness จะเป็นปัจจัยช่วยในปีนี้ว่าบริษัทจะสามารถทำการตลาดให้สินค้านั้นเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้หรือไม่จะเป็นส่วนที่ทำให้รายได้และกำไรเติบโตได้เนื่องจากเป็นรายได้ที่เกิดจากนอกสาขา
“การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน”
.
.
สรุปโดย ลงทุนกล้วยๆ




