อาจารย์มีมุมมองเกี่ยวกับหุ้น MINT อย่างไรบ้างครับ? ถือยาวได้ไหม? (กล้วยๆ Q&A | EP.1063)
เจาะลึก หุ้นMINT ถือยาวได้ไหม? วิเคราะห์โอกาส และความเสี่ยงฉบับนักลงทุนVI
คำถามที่นักลงทุนหลายคนสงสัยในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของ หุ้นMINT หรือ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ว่าตกลงแล้วหุ้นตัวนี้ยังน่าสนใจอยู่ไหม และที่สำคัญคือ “สามารถถือลงทุนระยะยาวได้หรือไม่?”
วันนี้เราจะมาสรุปมุมมองที่น่าสนใจจาก”ลงทุนกล้วยๆ” เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้นก่อนตัดสินใจลงทุนครับ
การถือยาวคือคำตอบที่ถูกต้องสำหรับ หุ้นMINT หรือไม่?
เมื่อมีคนถามว่า “ถือยาวได้ไหม” คำตอบแบบกำปั้นทุบดินคือ “ได้” ครับ เพราะในทางปฏิบัติ (Ability) ไม่มีใครห้ามไม่ให้เราถือหุ้นตัวไหนนานๆ อยู่แล้ว
เปรียบเทียบให้เห็นภาพเหมือนกับการถือหุ้นอสังหาริมทรัพย์อย่าง Land & Houses เราก็สามารถถือได้ในระยะยาวเช่นกัน แต่ประเด็นสำคัญของการลงทุนใน หุ้นMINT ไม่ได้อยู่ที่ว่าถือได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ “ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น คุ้มค่าและทำให้เรามีความสุขหรือไม่?”
การลงทุนเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลมากๆ คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า คุณพึงพอใจกับผลตอบแทน (Reward) ที่คาดว่าจะได้รับ เมื่อนำมาแลกกับความเสี่ยง (Risk) ที่ต้องเผชิญของ หุ้น หรือไม่ ซึ่งแต่ละคนมีความสามารถในการรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากันครับ
ทำความรู้จักอาณาจักร หุ้นMINT ในปัจจุบัน
ก่อนจะไปดูเรื่องผลตอบแทน เราต้องเข้าใจก่อนว่าอาณาจักรของ หุ้นMINT ในตอนนี้ขับเคลื่อนด้วยอะไรบ้างM
โครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไป
ปัจจุบัน หุ้นMINT มีสัดส่วนรายได้หลักมาจาก ธุรกิจโรงแรมเกินกว่า 80% โดยมีพอร์ตที่สำคัญดังนี้
- โรงแรมในยุโรป: ภายใต้แบรนด์ NH Hotel (เช่น ในประเทศสเปน) ซึ่งถือเป็นพอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน
- โรงแรมในไทย: ภายใต้แบรนด์ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Anantara
- ธุรกิจอาหาร: เช่น The Pizza Company, Swensen’s หรือ Dairy Queen ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสัดส่วนรายได้รองลงมา
จุดเปลี่ยนสำคัญ
ในอดีต หุ้นMINT เติบโตมาอย่างแข็งแกร่งมาก แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2019 เมื่อบริษัทตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ NH Hotel ซึ่งต้องใช้เงินกู้มหาศาล และโชคร้ายที่ต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ทันทีหลังจากนั้น ทำให้ผลประกอบการทรุดหนัก แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายและฟื้นตัวขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่กลับไปเท่าช่วงก่อนโควิดแบบ 100%
โอกาสเติบโตของ หุ้นMINT (Reward)
เป้าหมายในอนาคตของบริษัทคือการปรับโมเดลธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเน้นไปที่การ “รับจ้างบริหารโรงแรม” (Asset-light Model) มากขึ้น ซึ่งมีข้อดีดังนี้:
- ลดการใช้เงินลงทุน: ไม่ต้องควักเงินก้อนโตไปสร้างตึกเอง
- ต้นทุนต่ำลง: ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลสินทรัพย์
- อัตรากำไรดีขึ้น: ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้น
ความเสี่ยงที่คนถือ หุ้นMINT ต้องระวัง
เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เมื่อเรามองเห็นโอกาสแล้ว ต้องมาพิจารณา 4 ความเสี่ยงหลักของ หุ้นMINT ประกอบด้วย:
- ความเสี่ยงเรื่องระยะทาง (Distance): เนื่องจากสินทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป นักลงทุนไทยอาจติดตามข่าวสารได้ยากหรือล่าช้ากว่าธุรกิจที่อยู่ในไทย ทำให้รู้สึก “ไกลหูไกลตา”
- ความผันผวนของธุรกิจต่างประเทศ: เราไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำว่าเศรษฐกิจในยุโรปจะขึ้นหรือลงเมื่อไหร่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไร
- ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk): รายได้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินต่างชาติ หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินไทย มูลค่ากำไรก็จะลดลงทันที
- ปัจจัยภายนอกและภูมิรัฐศาสตร์: ธุรกิจท่องเที่ยวอ่อนไหวมากต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น โรคระบาด หรือเหตุความไม่สงบ (ตัวอย่างเช่น การประท้วงในฝรั่งเศส ซึ่ง หุ้นMINT ก็มีโรงแรมตั้งอยู่ที่นั่น)
บทสรุป
การจะตัดสินใจลงทุนใน หุ้นMINT หรือไม่นั้น ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปที่เป็นสูตรตายตัว หน้าที่ของคุณคือการนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ว่า:
“กำไรที่โตปีละ $5 – 10\%$ คุ้มไหมกับความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศที่คุณควบคุมไม่ได้?”
หากคุณเป็นคนที่เข้าใจธุรกิจโรงแรมในระดับโลก และรับได้กับความผันผวนของค่าเงินและการเมืองระหว่างประเทศ การถือยาวก็อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ แต่ถ้าความเสี่ยงเหล่านี้ทำให้คุณต้องกังวลจนนอนไม่หลับ บางที หุ้นMINT ก็อาจจะไม่ใช่คำตอบสำหรับการลงทุนของคุณครับ
ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร อย่าลืมกระจายความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนการลงทุนทุกครั้งนะครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

