มองบริษัท TIDLOR ที่เพิ่งเปลี่ยนผู้บริหารยังไงบ้างครับ? | Q&A กล้วยๆ EP.1141
วิเคราะห์อนาคตหุ้น TIDLOR หลังเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง
การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลต่อทิศทางขององค์กร เปรียบเสมือนการเปลี่ยนผู้จัดการทีมฟุตบอลหรือเปลี่ยนจ๊อกกี้ขี่ม้ากันเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาเจาะลึกกรณีศึกษาของบริษัท TIDLOR ที่เพิ่งมีการเปลี่ยนตัวประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ว่าจะมีมุมมอง หรือทิศทางที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนอย่างไรบ้าง
จากจุดเริ่มต้น สู่เบอร์ 1 ของอุตสาหกรรม
หากย้อนดูผลงานของผู้บริหาร TIDLOR คนก่อนหน้า เขาเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์การทำงานจาก Silicon Valley มาก่อน เมื่อเข้ามารับตำแหน่ง CEO ตั้งแต่อายุยังน้อย เขาได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายประการ:
- การลงทุนด้านเทคโนโลยีมหาศาล: มีการลงทุนด้านไอทีปีละหลายร้อยล้านบาท เพื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับองค์กร
- ยกระดับภาพลักษณ์ธุรกิจ: ช่วยยกระดับให้ TIDLOR เปลี่ยนจากธุรกิจระดับท้องถิ่น (Local) กลายเป็นธุรกิจที่ทันสมัย (Modernize) ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล
- ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven): มีการนำ Data มาใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เช่น การเลือกทำเลที่ตั้งสาขาเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายให้แม่นยำที่สุด
ความทุ่มเทเหล่านี้สามารถผลักดันให้บริษัทก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของอุตสาหกรรมได้สำเร็จ ก่อนที่ผู้บริหารคนดังกล่าวจะก้าวลงจากตำแหน่ง ซึ่งความสำเร็จนี้มีภาพที่คล้ายคลึงกับกรณีของบริษัท KTC ในอดีต ที่ผู้บริหารเข้ามาเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรและตั้งเป้าจนสามารถเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้สำเร็จแล้วจึงส่งไม้ต่อ
การเปลี่ยนผ่านจาก “หุ้นเติบโต” สู่ “หุ้นแข็งแกร่ง”
ปัจจุบัน TIDLOR มีส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่มากและกินพื้นที่ในตลาดไปเยอะแล้ว ด้วยขนาดของบริษัทที่ใหญ่ขึ้นมหาศาล ทำให้สเต็ปต่อไปของธุรกิจมีความท้าทายที่เปลี่ยนไป
- ข้อจำกัดด้านการเติบโตแบบก้าวกระโดด: โอกาสในการเติบโตอย่างรวดเร็วเหมือนในอดีตนั้นทำได้ยากขึ้น การจะทำให้พอร์ตสินเชื่อเติบโตขึ้นอีก 1 เท่าตัวในระดับองค์กรที่ใหญ่ขนาดนี้ อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 7-10 ปีเป็นอย่างน้อย
- เปลี่ยนสถานะของหุ้น: ภาพรวมของบริษัทจึงกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transform) จากหุ้นที่เน้นการเติบโตสูง (Growth Stock) กลายมาเป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งทางธุรกิจ (Strong Stock) แทน
- วัฏจักรของเศรษฐกิจ: ถึงแม้จะเป็นผู้นำตลาด แต่ธุรกิจนี้ก็ยังไม่สามารถหนีพ้นวัฏจักร (Cyclical) ได้ โดยผลประกอบการและส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ยังคงต้องเผชิญกับความผันผวนตามทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในระบบ
ก้าวต่อไปของ TIDLOR ภายใต้แม่ทัพคนใหม่
สำหรับผู้บริหารคนใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามารับตำแหน่งได้เพียงประมาณหนึ่งไตรมาสนั้น อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะวิเคราะห์หรือประเมินผลงานได้อย่างชัดเจน เพราะเขาต้องเข้ามารับหน้าที่ต่อในขณะที่องค์กรมีสเกลขนาดใหญ่ การรักษาแชมป์พร้อมกับรับมือความท้าทายในการผลักดันการเติบโต ย่อมต้องใช้เวลาในการวางกลยุทธ์
สรุป : ทิศทางของบริษัทจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือของ CEO คนใหม่ แต่นักลงทุนสามารถประเมินภาพรวมได้ว่า ปัจจุบัน TIDLOR ได้เปลี่ยนสเต็ปมาเป็น “หุ้นที่มีฐานธุรกิจแข็งแกร่งระดับผู้นำตลาด” เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นจุดที่ต้องใช้มุมมองในการประเมินมูลค่าและการลงทุนที่แตกต่างไปจากเดิม
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

