วางแผนเกษียณด้วยหุ้นปันผล (จบในคลิปเดียว) | ลงทุนกล้วยๆ EP.173
วางแผนเกษียณยุคใหม่! สร้าง Passive Income ด้วย หุ้นปันผล
ในยุคปัจจุบันที่สภาพเศรษฐกิจมีความท้าทายและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การวางแผนเกษียณอายุได้กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากกว่าในอดีตอย่างเห็นได้ชัด หลายคนอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่จำเป็นต้องทำงานจนถึงอายุเลย 60 ปี ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมนุษย์เรามีอายุยืนยาวขึ้น แผนการเกษียณแบบเดิมๆ ที่เคยเตรียมไว้รองรับเวลาเพียง 20 ปี (เช่น ตั้งแต่อายุ 60 ปีไปจนถึงอายุ 80 ปี) จึงอาจไม่เพียงพออีกต่อไปในโลกยุคใหม่
ซึ่งในปัจจุบันแพทย์หลายท่านได้ให้คำแนะนำว่า เราควรเผื่อเวลาสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณไว้ที่ประมาณ 25-30 ปีเลยทีเดียว สิ่งนี้ทำให้การเตรียมเงินก้อนกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องใช้ความพยายามรวมถึงความตั้งใจมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การลงทุนใน หุ้นปันผล จึงกลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญสำหรับการสร้างความมั่นคงในวัยเกษียณ
ทำไมตลาดหุ้นไทยถึงเป็นยุคทองของ หุ้นปันผล ?
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันถึงถือว่าเป็นยุคทองของการลงทุนใน หุ้นปันผล อย่างแท้จริง? เหตุผลสำคัญนั่นเป็นเพราะว่า ประเทศไทยให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่สูงเกือบที่สุดในโลก โดยผลตอบแทนเฉลี่ยทั้งตลาดในภาพรวมนั้นอยู่ที่ประมาณ 4% กว่าๆ เลยทีเดียว ยิ่งถ้าหากเราเลือกลงทุนโดยโฟกัสไปที่กลุ่ม หุ้นปันผล คุณภาพสูงโดยเฉพาะ (และทำการคัดตัดหุ้นกลุ่มที่เติบโตเร็วแต่ไม่มีการจ่ายปันผลออกไปจากพอร์ต) อัตราผลตอบแทนที่ได้รับก็อาจจะสูงกว่า 4% พอสมควรเลยทีเดียว
ปัจจัยเชิงบวกเหล่านี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นเหมือน “หลุมหลบภัยชั้นดี” (Safe Haven) ที่มีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดได้ทั้งนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาสะสมหุ้น เพราะนอกจากราคาหุ้นในปัจจุบันจะอยู่ในระดับที่ถูกและให้ผลตอบแทนจากปันผลสูงแล้ว ประเทศไทยยังมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ดีรองรับอยู่ด้วย
จุดบอดของการวางแผนเกษียณแบบดั้งเดิม
สำหรับการวางแผนเกษียณตามแนวทางดั้งเดิม (ตัวอย่างเช่น แนวทางอย่างเป็นทางการของแบงก์ชาติ) มักจะใช้วิธีคำนวณจากจำนวนปีที่คุณคาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ จากนั้นจึงนำจำนวนปีดังกล่าวมาคูณกับค่าใช้จ่ายต่อปี เพื่อคำนวณหาจำนวนเงินก้อนทั้งหมดที่ต้องจัดเตรียมไว้
สมมติว่าคุณต้องการมีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 50,000 บาท (คิดเป็นปีละ 600,000 บาท) เป็นเวลา 25 ปี เมื่อคำนวณแล้วคุณอาจจะต้องเตรียมเงินก้อนสูงถึง 15 ล้านบาท หลังจากนั้น แผนการดำเนินชีวิตก็คือการนำเงินก้อน 15 ล้านบาทนี้มาทยอยถอนใช้จ่ายเดือนละ 50,000 บาทไปเรื่อยๆ จนกว่าเงินก้อนนั้นจะหมดลงไป
ทว่า จุดบอดที่น่ากลัวที่สุดของวิธีดั้งเดิมนี้ก็คือ “ความเสี่ยงจากอายุที่ยืนยาวเกินไป” หากในความเป็นจริงคุณมีอายุยืนกว่าแผนการที่วางเอาไว้ เช่น เกิดมีชีวิตอยู่ยาวนานต่อไปถึง 40 ปีหลังเกษียณ เงินก้อนที่คุณอุตสาหะเตรียมไว้จะหมดลงก่อนเวลาอันควร และทำให้คุณต้องตกระกำลำบากในช่วงบั้นปลายชีวิต นอกจากนี้ในทางจิตวิทยา การที่ต้องทนเห็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายของชีวิตค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ในทุกๆ เดือน จะสร้างความกังวลจนทำให้ไม่กล้าใช้เงิน และส่งผลให้ยอมลดคุณภาพชีวิตของตัวเองลงในที่สุด
แนวทางใหม่: เกษียณอย่างยั่งยืนด้วย หุ้นปันผล
เพื่อเป็นการอุดช่องโหว่และแก้จุดบอดดังกล่าว เราสามารถเปลี่ยนมาวางแผนเกษียณโดยอาศัยการลงทุนใน หุ้นปันผล ซึ่งมีหลักการและหัวใจสำคัญคือ “การรักษาเงินต้นให้อยู่ครบถ้วน”
สมมติว่าคุณต้องการเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 50,000 บาท (คิดเป็นเงิน 600,000 บาทต่อปี) เท่าเดิม แผนการใหม่คือคุณจะต้องสะสมเงินต้นให้ได้จำนวน 12 ล้านบาทก่อนถึงวัยเกษียณ จากนั้นให้นำเงิน 12 ล้านบาทนี้ไปลงทุนใน หุ้นปันผล ที่ให้อัตราผลตอบแทนเฉลรียประมาณ 5% ต่อปี (ซึ่งเป็นระดับผลตอบแทนที่หาได้ไม่ยากในยุคนี้) วิธีนี้จะทำให้คุณได้รับเงินปันผลปีละ 600,000 บาทไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต โดยที่เงินก้อนหลักหรือเงินต้นจำนวน 12 ล้านบาทของคุณจะไม่มีการปรับลดลงเลยแม้แต่น้อย สิ่งนี้คือการสร้าง Passive Income ที่แท้จริง และนับว่าเป็นแผนการเงินที่สมเหตุสมผล ปลอดภัยกว่าการดึงเงินต้นออกมากินใช้จนหมด
กลยุทธ์การปรับแผนลงทุนให้ถึงเป้าหมาย 12 ล้านบาท
แน่นอนว่าการออมเงินเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเงินต้น 12 ล้านบาทก่อนเกษียณไม่ใช่เรื่องง่าย ตัวอย่างเช่น หากคุณออมเงินเดือนละ 30,000 บาท เป็นระยะเวลานานถึง 12 ปี โดยไม่มีผลตอบแทนจากการลงทุนใดๆ เข้าช่วยเลย คุณจะมีเงินสะสมรวมเพียงแค่ 4 ล้านกว่าบาทเท่านั้น ดังนั้น คุณจึงจำเป็นต้องปรับตัวแปรต่างๆ ในการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนพอร์ตให้ไปถึงเป้าหมาย ดังนี้:
- นำปันผลไปลงทุนต่อ (DRIP): ในระหว่างที่คุณยังคงทำงานและยังไม่มีความจำเป็นต้องนำเงินปันผลมาใช้ดำรงชีพ ให้นำเงินที่ได้รับจาก หุ้นปันผล กลับไปซื้อหุ้นเพื่อลงทุนทบต้นต่อไปเรื่อยๆ (Dividend Reinvestment) กลยุทธ์นี้จะทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นและพอร์ตเติบโตได้ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งความหวังหรือพึ่งพาราคาหุ้นที่ต้องปรับตัวโตขึ้นเสมอไป
- ผสมผสานพอร์ตการลงทุน: หากการซื้อ หุ้นปันผล เพียงอย่างเดียวซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5-6% ต่อปี ยังไม่เพียงพอที่จะพาคุณไปถึงเป้าหมาย 12 ล้านบาทตามเวลาที่กำหนด คุณอาจต้องขยับไปลงทุนใน “หุ้นแข็งแกร่ง” ที่คาดหวังผลตอบแทน 8-10% ต่อปี หรือ “หุ้นโตเร็ว” ที่ให้ผลตอบแทนระดับ 20% เพื่อช่วยดันพอร์ตให้เติบโตเร็วขึ้น
- ยืดอายุการทำงาน: อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อย การเลื่อนอายุเกษียณออกไป เช่น จากเดิมอายุ 50 ปี ขยับเป็นอายุ 55 ปี หรือ 60 ปี จะช่วยเพิ่มจำนวนปีในการทำงานสร้างรายได้ และให้เวลาเงินได้เติบโตทบต้นยาวนานขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้อย่างไม่ตึงเครียดจนเกินไป
- ปรับความคาดหวัง: หากคุณไม่สามารถเพิ่มระยะเวลาทำงานหรือเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้ คุณอาจจะต้องยอมปรับลดรายได้ Passive Income ที่ต้องการต่อเดือนลงมา หรือพยายามเพิ่มยอดเงินออมต่อเดือนให้สูงขึ้นตามการปรับขึ้นของเงินเดือนในแต่ละปี
บทสรุป
การวางแผนเกษียณที่ดีและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การเก็บเงินก้อนแล้วทยอยใช้ให้หมดไป แต่คือ “การสร้างเครื่องจักรผลิตกระแสเงินสดที่ไม่มีวันหมดอายุ” การเลือกลงทุนใน หุ้นปันผล จึงเป็นทางออกที่จะช่วยให้คุณก้าวเข้าสู่วัยเกษียณได้อย่างมั่นใจ ไร้ความกังวล และสามารถรักษาคุณภาพชีวิตที่ต้องการไปได้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

