Q&A

หุ้น SJWD ขนส่งกำลังเปลี่ยนเป็น EV อ.คิดว่าไงบ้างครับ? | Q&Aกล้วยๆ EP.1120

ทิศทางของ SJWD กับการปรับตัวสู่รถขนส่ง EV ในมุมมองด้านต้นทุน

หลายคนอาจจะกำลังจับตามองหุ้นโลจิสติกส์อย่าง SJWD ว่ามีการรับมืออย่างไรในยุคที่เทรนด์พลังงานสะอาดกำลังมาแรง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าภาคการขนส่งกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากข้อมูลของผู้ที่เคยติดตามและมีโอกาสไปเยี่ยมชมกิจการ (Company Visit) ของบริษัท ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการปรับตัวของ SJWD ในประเด็นนี้ไว้ดังนี้

การปรับตัวตามความต้องการของลูกค้า

บริษัท SJWD ได้เริ่มมีการปรับตัวโดยการค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนรถขนส่งที่เป็น EV เข้ามาให้บริการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รูปแบบการดำเนินงานของ SJWD นั้นจะอิงตามออเดอร์และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยมีความยืดหยุ่นดังนี้:

  • กลุ่มลูกค้าที่ต้องการคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit): หากบริษัทลูกค้ามีความต้องการใช้รถ EV ในการขนส่ง ทาง SJWD ก็สามารถทำสัญญาและจัดซื้อรถ EV มาใช้ขนส่งให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ
  • กลุ่มลูกค้าที่เน้นความคุ้มค่าของต้นทุน: ในทางกลับกัน หากลูกค้าไม่ได้ซีเรียสเรื่องประเภทของรถขนส่ง แต่มองหาทางเลือกที่กดต้นทุนให้ต่ำที่สุด บริษัทก็สามารถเลือกใช้รถน้ำมันในการให้บริการได้ตามปกติ

ความจริงเรื่องต้นทุนในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์: EV หรือ รถสันดาป ถูกกว่ากัน?

มักจะมีความเข้าใจผิดในวงกว้างที่คิดว่าการใช้รถ EV จะช่วยประหยัดต้นทุนในภาพรวม (Overall) ได้มากกว่า แต่สำหรับอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ในปัจจุบันนั้น ข้อมูลจากการไป Company Visit หลายแห่งได้รับการคอนเฟิร์มตรงกันว่า ต้นทุนการใช้รถขนส่งแบบเชื้อเพลิงสันดาปในระยะสัญญายังคงถูกกว่ารถ EV โดยในปัจจุบันการประเมินต้นทุนพบว่า การใช้รถ EV ยังมีต้นทุนที่แพงกว่ารถน้ำมันถึงประมาณ 30%

สาเหตุที่ทำให้ต้นทุนรถขนส่ง EV ยังคงสูงกว่า

หากนำรถ EV และรถน้ำมันที่มีประสิทธิภาพและสเปคการทำงานพอๆ กันมาเปรียบเทียบกัน ปัจจัยหลักที่ทำให้รถขนส่ง EV มีต้นทุนรวมแพงกว่า ประกอบไปด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่:

  • ราคาเริ่มต้นของตัวรถ: รถขนส่ง EV มีราคาเริ่มต้นที่สูงกว่ารถน้ำมัน
  • ค่าเบี้ยประกันภัย: รถ EV มีค่าประกันภัยที่แพงกว่าอย่างชัดเจน
  • ค่าบำรุงรักษา (Maintenance) ในระยะยาว: แม้หลายคนจะมองว่ารถ EV มีชิ้นส่วนน้อยและดูแลรักษาง่ายกว่า แต่ในมุมของการทำธุรกิจขนส่งนั้นจะต้องประเมินค่าใช้จ่ายในระยะยาวระดับ 10 ปี ซึ่งแบตเตอรี่ของรถ EV มักจะมีอายุการใช้งานไม่ถึง 10 ปี ทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับต้นทุนในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ระหว่างทาง และเป็นที่ทราบกันดีว่าราคาแบตเตอรี่รถ EV นั้นมีมูลค่าที่แพงมาก

บทสรุป

กล่าวโดยสรุปคือ การเพิ่มรถ EV เข้ามาในฟลีทขนส่งของ SJWD นั้น เป็นการปรับตัวที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับโจทย์ของลูกค้าที่ต้องการคาร์บอนเครดิตเป็นหลัก แต่หากมองในภาพรวมของการดำเนินธุรกิจขนส่ง ณ ขณะนี้ รถน้ำมันแบบดั้งเดิมก็ยังคงมีความได้เปรียบด้านต้นทุนในระยะยาวที่ถูกกว่ารถ EV อย่างชัดเจน

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam