ขอมุมมองหุ้น RBF ค่ะ มีความเสี่ยง จุดแข็ง จดตาย ยังไงบ้างคะ? | Q&Aกล้วยๆ EP.1121
เจาะลึกกลยุทธ์และธุรกิจของ RBF: จุดแข็ง ความเสี่ยง และจุดตายที่นักลงทุนต้องรู้
หากพูดถึงเบื้องหลังความอร่อยของขนมและอาหารมากมายในประเทศไทย หนึ่งในบริษัทที่มีบทบาทสำคัญและเป็นผู้นำในตลาดคงหนีไม่พ้น RBF บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกภาพรวมของธุรกิจ จุดแข็งที่ยากจะมีใครลอกเลียนแบบ ไปจนถึงข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ของ RBF โดยอ้างอิงจากข้อมูลการวิเคราะห์เจาะลึกธุรกิจนี้ครับ
RBF ทำธุรกิจอะไร?
ธุรกิจหลักของ RBF เป็นผู้เชี่ยวชาญที่โดดเด่นใน 2 เรื่องหลัก ได้แก่:
- การทำวัตถุแต่งกลิ่นรส (Flavor): เน้นไปที่การปรุงแต่งกลิ่นในอุตสาหกรรมอาหารเป็นหลัก
- การทำ Food Coating: หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มแป้งชุบทอด ยกตัวอย่างให้เห็นภาพคือ แป้งที่ใช้ชุบไก่ทอดเพื่อสร้างเนื้อสัมผัส (Texture) ให้น่ารับประทาน
โดยรวมแล้ว RBF เติบโตมาพร้อมกับจุดเด่นของประเทศไทย ซึ่งมีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมอาหารและมีความหลากหลายของรสชาติอย่างมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ
จุดแข็งที่ทรงพลัง: ทำไมลูกค้าถึงขาด RBF ไม่ได้?
จุดแข็งที่ถือเป็นคูเมืองสำคัญของ RBF คือ “ความเหนียวแน่นของลูกค้า (Stickiness)” ที่อยู่ในระดับสูงมาก สาเหตุหลักมาจากต้นทุนของสารแต่งกลิ่นที่อยู่ในอาหารหรือขนม 1 ซองนั้น มีสัดส่วนเพียงแค่ 0.5% ของต้นทุนทั้งหมดเท่านั้น
ในปัจจุบัน RBF ถือเป็นบริษัทสัญชาติไทย (Local) อันดับ 1 ในด้านการผลิตกลิ่น เมื่อผู้ผลิตอาหารสามารถพัฒนารสชาติจนนิ่งและเป็นที่ถูกปากของผู้บริโภคแล้ว ลูกค้าก็แทบจะไม่อยากเปลี่ยนผู้ผลิตกลิ่นเลย เพราะการเปลี่ยนบริษัทผลิตกลิ่นนั้นมีความเสี่ยงสูงที่ผู้บริโภคจะรับรู้ถึงรสชาติที่เปลี่ยนไป
ด้วยต้นทุนที่ต่ำเพียง 0.5% แลกกับความเสี่ยงที่จะสูญเสียเอกลักษณ์ของรสชาติ ทำให้แบรนด์ต่างๆ ไม่ยอมเปลี่ยนใจไปจาก RBF อย่างแน่นอน
จุดอ่อนและข้อจำกัดในการเติบโต
เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ความเหนียวแน่นของลูกค้าที่เป็นจุดแข็ง ก็กลับกลายเป็น “จุดอ่อน” ในการหาลูกค้าใหม่เช่นเดียวกัน การที่ RBF จะได้ลูกค้าใหม่ๆ มักจะมาจาก 2 กรณี คือ:
- การได้ลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งเปิดบริษัทและยังไม่เคยผลิตสินค้ามาก่อน
- การที่ลูกค้าแบรนด์เดิมต้องการออกสินค้ารสชาติใหม่ๆ
ในขณะที่ลูกค้าเปลี่ยนจาก RBF ไปหาเจ้าอื่นได้ยาก การที่ RBF จะไปเจาะแย่งลูกค้าจากบริษัทคู่แข่งก็ยากมากเช่นเดียวกัน ดังนั้น การเติบโตในประเทศจึงอาจจะต้องค่อยเป็นค่อยไป และโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจจึงต้องมุ่งเป้าไปที่ การขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งก็ถือเป็นความท้าทายไม่น้อย
ความเสี่ยงและจุดตายของธุรกิจ B2B
ด้วยธรรมชาติของ RBF ที่เป็นธุรกิจแบบ B2B (Business-to-Business) ความเสี่ยงหลักจึงไม่ได้อยู่ที่การที่ลูกค้าเลิกจ้างเพื่อไปใช้บริการคู่แข่ง (ซึ่งเกิดได้ยากมาก) แต่ความเสี่ยงหรือจุดตายที่เกิดได้ง่ายกว่าคือ “การที่สินค้าของลูกค้ารายนั้นเสื่อมความนิยมลงไปเอง”
ในอุตสาหกรรมอาหารนั้น รสชาติใหม่ๆ ที่ออกสู่ตลาดมักจะเป็นเพียงการสร้างสีสัน (Refreshing) เพื่อกระตุ้นตลาดชั่วคราวเท่านั้น แต่การจะเกิดรสชาติใหม่ที่ฮิตติดลมบนไปนานๆ นั้นเกิดได้ยากมาก ยอดขายหลักกว่า 60-70% ของแบรนด์ขนมหรืออาหาร มักจะมาจากสินค้ารสชาติเดิมๆ หรือรสชาติออริจินัลคลาสสิก
ดังนั้น หากสินค้าตัวหลักของแบรนด์ลูกค้าเกิดขายไม่ได้หรือเสื่อมความนิยมลง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดสั่งซื้อวัตถุดิบจาก RBF ทันที
บทสรุป
RBF เป็นธุรกิจที่มีรากฐานและจุดแข็งที่แข็งแกร่งมากจากการเป็นเบอร์ 1 ในตลาดผู้ผลิตกลิ่นสัญชาติไทย โดยมีอัตราการรักษาลูกค้าที่สูงลิ่ว แต่ในขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ต้องจับตามองความท้าทายในการเจาะตลาดใหม่ๆ และต้องติดตามความนิยมในตัวสินค้าหลักของลูกค้าบริษัทปลายทาง เพราะนั่นคือหัวใจสำคัญที่จะกำหนดทิศทางรายได้ของ RBF ต่อไปในอนาคต
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

