IR เป็นอาชีพที่มีโอกาสถูกแทนที่ด้วย Al ไหมครับ? | Q&Aกล้วยๆ EP.1127
อาชีพ IR จะถูก AI แทนที่หรือไม่? ถอดรหัสความอยู่รอดในยุคปัญญาประดิษฐ์
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดและเริ่มเข้ามามีบทบาทในหลายสายงาน หลายคนคงเกิดคำถามและข้อสงสัยว่า อาชีพ IR (Investor Relations หรือ นักลงทุนสัมพันธ์) จะเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่มีโอกาสถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีนี้หรือไม่? บทความนี้จะพาไปเจาะลึกมุมมองจากผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับอาชีพนี้ เพื่อหาคำตอบว่าทิศทางและอนาคตของนักลงทุนสัมพันธ์จะเป็นอย่างไร
ทำไม IR ถึงไม่ใช่แค่ Call Center?
เมื่อพูดถึงการตอบคำถาม หลายคนอาจมองว่าหน้าที่ของ IR มีความคล้ายคลึงกับ Call Center ซึ่งปัจจุบันหลายองค์กรก็เริ่มนำแชทบอท (Chatbot) หรือ AI เข้ามาใช้ทำงานแทนที่พนักงานที่เป็นมนุษย์แล้ว แต่ในความเป็นจริง ตำแหน่ง IR ส่วนใหญ่มักเติบโตมาจากสายงานอย่าง “เลขานุการบริษัท” ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเข้าร่วมทุกการประชุมและจดบันทึกข้อมูล แม้ว่า AI ในปัจจุบันจะสามารถทำหน้าที่ฟังและจดบันทึก (Short note) แทนได้ แต่หัวใจสำคัญของอาชีพ IR คือการนำข้อมูลเหล่านั้นมา “สื่อสาร” ต่อให้กับนักลงทุนในมิติที่หลากหลาย ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องการการพูดคุยและประสานงานกับมนุษย์อยู่
ความซับซ้อนของ “ระดับข้อมูล” และ “ระดับนักลงทุน”
สิ่งที่ทำให้งานของ IR มีความซับซ้อนเกินกว่าที่ AI จะสามารถจัดการได้แบบเบ็ดเสร็จคือเรื่องของ “ระดับข้อมูล” บริษัทมีทั้งข้อมูลที่เป็นความลับทางธุรกิจที่ต้องเก็บรักษาไว้ และข้อมูลทั่วไปที่สามารถเปิดเผยได้ นอกจากนี้ นักลงทุนเองก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่นักลงทุนรายย่อยทั่วไป ไปจนถึงกลุ่ม “Smart Money” อย่างเช่น กองทุน, นักวิเคราะห์ หรือ Private Equity ซึ่งกลุ่มนี้มักจะต้องการสอบถามข้อมูลในระดับที่เจาะลึกกว่าปกติ
ประเด็นที่น่าสนใจคือ บริษัทมักจะมีความระมัดระวัง (Strict) ในการให้ข้อมูลกับนักลงทุนทั่วไปค่อนข้างมาก เนื่องจากไม่สามารถรู้ได้เลยว่าปลายสายที่ติดต่อมานั้นอาจจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจหรือไม่ ในทางกลับกัน บริษัทมักจะเปิดกว้าง (Open) กับกลุ่มนักวิเคราะห์มากกว่าเพราะมั่นใจว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจแข่งขันด้วยอย่างแน่นอน ความซับซ้อนในการประเมินสถานการณ์และคัดกรองข้อมูลเหล่านี้ ทำให้ความละเอียดอ่อนในการตัดสินใจของมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น
“ความรับผิดรับชอบ” (Accountability) หัวใจที่ AI แทนไม่ได้
กุญแจสำคัญที่ทำให้ AI ไม่สามารถเข้ามาทำหน้าที่แทน IR ได้อย่างสมบูรณ์คือเรื่องของ “ความรับผิดรับชอบ” (Accountability) หากบริษัทตัดสินใจใช้ AI ในการตอบคำถามข้อมูลเชิงลึกกับนักลงทุน ท้ายที่สุดแล้วก็ยังคงต้องมีใครสักคนในบริษัทมารับผิดชอบต่อคำตอบที่ AI สื่อสารออกไปอยู่ดี ซึ่งก็คงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าการใช้คนในตำแหน่ง IR ตามเดิม
เรื่องนี้สามารถเปรียบเทียบได้กับเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างรถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Drive) หรือ Robotaxi แม้ว่าระบบจะขับเคลื่อนด้วย AI แต่ในหลายๆ ค่ายก็ยังคงกำหนดให้ต้องมีคนขับนั่งประจำที่และจับพวงมาลัย เพื่อรับผิดชอบต่อความปลอดภัยในยามฉุกเฉินอยู่ดี
AI เข้ามา Disrupt “เนื้องาน” แต่ไม่ได้แปลว่าจะโละ “คน”
การมาถึงของ AI จะเข้ามามีบทบาทในการ “Disrupt เนื้องาน” มากกว่าการเข้ามาทำลายตำแหน่งงานของคนแบบ 100% AI สามารถเข้ามาช่วยจัดการงานในแง่ของปริมาณ (Volume) ทำให้ประหยัดต้นทุนและลดภาระงานซ้ำซ้อนลงได้ แต่หากคนทำงานไม่ยอมปรับตัวและเรียนรู้ที่จะใช้งานเทคโนโลยี (Adopt) ก็ย่อมเสียเปรียบและอาจถูกเทคโนโลยีแย่งงานในส่วนนั้นไปได้
การที่ AI เข้ามาช่วยจัดการเนื้องานบางส่วน จะส่งผลให้ IR มีเวลามากขึ้นในการไปรับผิดชอบงานในระดับที่สูงและซับซ้อนขึ้น โดยรายละเอียดของลักษณะงาน (Job Description) อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ตัวตำแหน่งงานนั้นยังคงต้องมีอยู่
คุณค่าของมนุษย์จะสูงขึ้น ในยุคที่ AI ล้นตลาด
เมื่อ AI สามารถช่วยมนุษย์สร้างสรรค์งานหรือบทความ (Content) ได้จำนวนมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือภาวะข้อมูลล้นตลาดและยุ่งเหยิง และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ผู้คนเริ่มแยกออกและรู้สึกว่าผลงานเหล่านั้นมาจากเทคโนโลยี คอนเทนต์จะเริ่มเฟ้อ ในเวลานั้น ผู้คนจะหันมาให้คุณค่ากับ “ความมีเอกลักษณ์” (Uniqueness) มากขึ้น ส่งผลให้ผลงานที่สร้างสรรค์โดยมนุษย์แท้ๆ รวมไปถึงงานศิลปะ จะกลับมามีมูลค่าสูงขึ้นและเป็นที่ต้องการมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน
บทสรุป
แม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปเพียงใด อาชีพ IR ก็ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่องค์กรขาดไม่ได้และยังมีงานอีกมากที่มนุษย์สามารถทำได้ดีกว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะถูกแทนที่หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับการทำงานให้ดีขึ้นได้อย่างไร
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

