Uncategorized

อ.ประพาส ลงทุนหุ้น ตปท. ไหมครับ? | Q&A กล้วยๆ EP.1185

ในยุคที่กระแสการย้ายเงินทุนไปต่างประเทศกำลังมาแรง หลายคนมักมีคำถามคาใจว่า นักลงทุนสายปัจจัยพื้นฐานอย่าง อาจารย์ประพาส มีมุมมองต่อการ ลงทุนหุ้นต่างประเทศ อย่างไร และยังมองเห็นอนาคตใน หุ้นไทย อยู่หรือไม่ ? บทความนี้สรุปแก่นคิดสำคัญและบทเรียนการลงทุนที่ไม่ควรมองข้าม

ขนาดพอร์ตและโอกาสที่ยังซ่อนอยู่ใน หุ้นไทย

แม้จะเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวมชะลอตัวลงมากเมื่อเทียบกับเมื่อ 20 ปีก่อน แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้ อาจารย์ประพาส ยังคงสัดส่วนพอร์ตส่วนใหญ่อยู่ใน หุ้นไทย มาจากปัจจัยหลักคือ “ขนาดของพอร์ต”

  • เน้นเจาะจง (Selective / Bottom-up): หากขนาดพอร์ตการลงทุนไม่ได้ใหญ่จนเกินไป การเลือกลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในตลาดไทยยังคงมีโอกาสให้ค้นหาอยู่เสมอ แม้เศรษฐกิจภาพรวมจะไม่เติบโต แต่ยังมีบางอุตสาหกรรมและบางธุรกิจที่สามารถเติบโตสวนกระแสได้
  • เกาะกระแสเมกะเทรนด์โลก: ธุรกิจที่สอดคล้องกับเทรนด์โลกยังคงมีอยู่ในไทย ไม่ว่าจะเป็นห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของ AI, ธุรกิจ Data Center หรือพลังงานสะอาด เช่น กรณีของ DELTA ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน AI จนสามารถสร้างการเติบโตได้ 20–30% ต่อปี

กับดักความรอบรู้: ทำไมการเลือกหุ้นรายตัวเมื่อ ลงทุนหุ้นต่างประเทศ ถึงยากกว่าที่คิด?

สำหรับการไป ลงทุนหุ้นต่างประเทศ นั้น ในท้ายที่สุดก็เป็นทางเลือกที่ต้องกระจายความเสี่ยงไป แต่ อาจารย์ประพาส เลือกที่จะเน้นลงทุนผ่านกองทุนดัชนี (Passive Fund) มากกว่าการเลือกหุ้นรายตัว ด้วยเหตุผลสำคัญเรื่อง “ความได้เปรียบทางข้อมูล” (Information Edge)

  • เสียเปรียบนักลงทุนท้องถิ่น: การคิดว่าเรารู้เท่าทันคนอเมริกันหรือคนเวียดนาม มักเป็นเพียงแค่ความรู้สึกไม่ใช่ความจริง เหมือนกับประสบการณ์ตอนไป Company Visit ที่ประเทศจีนและสอบถามไกด์ท้องถิ่นถึงสาเหตุที่หุ้นตัวหนึ่งราคาตกลง ทั้งที่งบการเงินออกมาดี ไกด์กลับบอกว่าคนท้องถิ่นเลิกเห่อแบรนด์นี้และย้ายไปซื้อแบรนด์อื่นนานแล้ว
  • เป้าหมายคือการชนะตลาด: หากประเมินแล้วว่าไม่มีแต้มต่อหรือข้อมูลที่เหนือกว่าคนอื่น การเลือกซื้อ Passive Fund ที่ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยตลาด หรือเลือกหุ้นปันผลที่เข้าใจง่าย จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและปลอดภัยกว่า

กับดักหุ้นเติบโต: เมื่อราคาหุ้นสะท้อนอนาคตไปไกลแล้ว

หนึ่งในบทเรียนเรื่องความถูกแพง (Valuation) ที่น่าคิด คือหุ้นเทคโนโลยีหรือหุ้นเติบโตสูง เช่น หุ้นกลุ่ม AI, Tesla หรือ Nvidia แม้จะเป็นอนาคตที่มองเห็นชัดเจนในอีก 5–10 ปีข้างหน้า แต่นักลงทุนต้องตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่า “ราคาหุ้นในวันนี้ ได้สะท้อนกำไรในอีก 10-20 ปีข้างหน้าไปแล้วหรือยัง?”

  • ความคาดหวังที่สูงเกินไป: หากราคาหุ้นสะท้อนการเติบโตไปหมดแล้ว ต่อให้บริษัทเติบโตจริงตามคาด ราคาหุ้นก็อาจจะไม่ปรับขึ้น และหากมีปัจจัยลบมากระทบเพียงเล็กน้อย ตลาดจะเกิดการปรับลดมูลค่า (De-rating) ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงมาได้ถึง 30% อย่างรวดเร็ว
  • ภาพสะท้อนในตลาดหุ้น: เปรียบเทียบกับกรณี DELTA ใน หุ้นไทย ที่อดีตซื้อขายกันที่ P/E เพียง 8 เท่ามาหลายสิบปี แต่ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ 100–120 เท่า ทั้งที่เป็นธุรกิจรับจ้างผลิตเหมือนเดิม เพียงเพราะตลาดให้มูลค่ากับภาพการเป็น Supply Chain ให้กับ AI ล่วงหน้าไปไกลมาก
  • เงินฉลาด (Smart Money) ไวกว่าเสมอ: นักลงทุนมือใหม่อย่าหลงคิดว่าตนเองมองเห็นอนาคตก่อนคนอื่น เพราะกลไกตลาดมักมองเห็นและสะท้อนสิ่งเหล่านั้นเข้าไปในราคาไปก่อนแล้ว

สัญญาณเตือนภัยจากกระแสฝูงชน: บทเรียนจากทองคำสู่ตลาดหุ้น

สัญญาณเตือนสำคัญในตลาดการเงินมักเกิดขึ้นเมื่อคนส่วนใหญ่เริ่มแห่ทำสิ่งเดียวกันตามกระแสความนิยม

  • ระวังเมื่อทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน: ช่วงเวลาที่ผู้คนหรือผู้ที่ไม่มีความรู้ทางการเงินเริ่มพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ลงทุนหุ้นต่างประเทศ ดีกว่า หุ้นไทย อย่างท่วมท้น มักเป็นจังหวะที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • ดัชนีชี้วัดรอบสุดท้าย: ปรากฏการณ์นี้ไม่ต่างจากตอนที่คนแห่ไปเข้าคิวซื้อทองคำตอนราคาสูงปรี๊ด หรือคนรอบตัวที่ไม่ได้ติดตามเรื่องการเงินเริ่มมาชวนซื้อทอง ซึ่งมักเป็นสัญญาณของ “รอบสุดท้าย” ที่บ่งบอกว่าควรขายมากกว่าซื้อ
  • ผลลัพธ์ของการตามกระแส: ผู้ที่แห่ไป ลงทุนหุ้นต่างประเทศ ตามกระแสเมื่อปีก่อนหน้า หลายคนต้องเผชิญกับการขาดทุนในปีถัดมา ในขณะที่คนที่เข้าซื้อ หุ้นไทย ในช่วงที่คนกำลังบ่น กลับสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 30-40%

สรุปแนวทางสำหรับนักลงทุน

  1. อย่าทิ้ง หุ้นไทย เพียงเพราะภาพรวมเศรษฐกิจ: ตราบใดที่ขนาดพอร์ตยังเปิดช่องให้หาหุ้นรายตัวที่เติบโตเฉพาะกลุ่มได้ โอกาสสร้างผลตอบแทนระดับสูงยังคงมีอยู่
  2. รู้จุดแข็งเมื่อ ลงทุนหุ้นต่างประเทศ: หากไม่มี Information Edge ที่เหนือกว่าคนท้องถิ่น การเลือก Passive Fund เพื่อรับผลตอบแทนเฉลี่ยคือกลยุทธ์ที่ดีกว่าการเสี่ยงเลือกหุ้นรายตัว
  3. ระวังการซื้อบนความคาดหวัง: หุ้นที่ดีและเติบโตจริง หากซื้อในราคาที่สะท้อนอนาคตไปไกลแล้ว ย่อมแบกรับความเสี่ยงที่สูงเกินความจำเป็น

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam