ทำไม อ. คิดว่าหุ้น TU เป็นหุ้น cycle ครับ? | Q&A กล้วยๆ EP.1145
ทำไม Thai Union (TU) ถึงถูกจัดเป็นหุ้นวัฏจักร? เจาะลึกปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้ก่อนลงทุน
สำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย หลายคนอาจจะเคยตั้งคำถามหรือสงสัยว่า ทำไมหุ้นที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหารและประมงรายใหญ่อย่าง Thai Union (TU) ถึงถูกพิจารณาและจัดหมวดหมู่ให้เป็น “หุ้นวัฏจักร” (Cyclical Stock) ทั้งๆ ที่อาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในทุกช่วงเวลา วันนี้เราจะมาสรุปปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้มีรอบการขึ้นลงของผลประกอบการและรายได้ที่ชัดเจนกันครับ
ปัจจัยเรื่องค่าเงินจากการส่งออก
เหตุผลประการแรกคือ Thai Union (TU) ทำธุรกิจที่เน้นการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ดังนั้น “อัตราแลกเปลี่ยน” จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการ
- ช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า: บริษัทก็จะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ และส่งผลให้มีรายได้จากการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท
- ช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่า: ในทางกลับกัน หากเงินบาทแข็งค่าขึ้น บริษัทก็จะเสียประโยชน์ทันที ซึ่งความผันผวนของค่าเงินนี้เองที่เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนวัฏจักรของรายได้
สินค้าเกษตรและประมงคือ Soft Commodity
สินค้าทางการเกษตร ปศุสัตว์ และประมง ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์แบบอ่อน หรือ “Soft Commodity” ซึ่งสินค้าประเภทนี้จะมีวงจรการขึ้นลงของราคาและปริมาณผลผลิตตามฤดูกาลรวมถึงสภาพอากาศอย่างเด่นชัด
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ “ทุเรียน” ที่ปริมาณผลผลิตจะแปรผันตามปริมาณน้ำอย่างมาก หากปีก่อนหน้าประเทศไทยเผชิญกับปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) ที่ทำให้มีน้ำมาก ต้นทุเรียนก็จะสามารถเก็บสะสมอาหารและออกผลผลิตมาอย่างสะพรั่งในปีถัดมา แต่เมื่อโลกเตรียมปรับเปลี่ยนเข้าสู่ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ที่มีสภาพอากาศร้อนจัด ผลผลิตทุเรียนในอีก 2 ปีข้างหน้าก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งกลไกธรรมชาติเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นรอบๆ
อุณหภูมิและฤดูกาลที่มีผลต่อ “ราคาปลา”
สำหรับธุรกิจของ Thai Union (TU) ที่เน้นการส่งออกสินค้าจำพวกปลาทูน่า อุณหภูมิของน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงไปย่อมมีผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะแม้อุณหภูมิจะเปลี่ยนไปเพียงนิดเดียวก็ส่งผลต่อการรอดชีวิตและการอพยพของปลาแล้ว
นอกจากนี้ วัฏจักรราคาของสัตว์น้ำยังมีความผันผวนในตลาดโลกสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น “ปลาแซลมอน” ที่แม้ว่าเราจะเห็นราคาตามร้านอาหารดูค่อนข้างคงที่ แต่ความจริงแล้วต้นทุนของบริษัทแกว่งตัวแบบบ้าคลั่งในทุกๆ ปี โดยราคาแซลมอนจากประเทศนอร์เวย์มักจะถูกที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 3 (ประมาณกิโลกรัมละ 6 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 200 บาท) แต่ในช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นไปถึงจุดพีค (Peak) อาจทะยานไปถึง 11-12 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม ซึ่งแพงขึ้นเป็นเท่าตัว นี่คือผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยเรื่องฤดูกาล อุณหภูมิ และดินฟ้าอากาศที่เข้ามาควบคุมต้นทุน
วัฏจักรโรคระบาดในปศุสัตว์
ความเป็นหุ้นวัฏจักรไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Thai Union (TU) เท่านั้น แต่หุ้นในกลุ่มปศุสัตว์ที่ทำธุรกิจขายเนื้อสัตว์รายใหญ่อย่าง CPF ก็ถือว่าเป็นหุ้นวัฏจักรเช่นกัน โดยมีตัวแปรสำคัญอย่าง “โรคระบาด” เข้ามาเกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเช่นในปี 2022 ที่เกิดโรคระบาดในหมู (หรือโรคหมูตายด่วน) ส่งผลให้ปริมาณหมูในระบบหายไปจากตลาดถึง 40% และกลไกของซัพพลายที่ลดลงนี้ดันให้ราคาหมูพุ่งสูงขึ้น 40% ในทันที เหตุการณ์นี้ทำให้บริษัทใหญ่ๆ ที่เลี้ยงสัตว์ในระบบฟาร์มปิดและมีระบบป้องกันโรคที่ดี ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะต้นทุนการเลี้ยงยังคงเท่าเดิม แต่สามารถขายเนื้อหมูได้ในราคาที่แพงขึ้นมหาศาล ก่อนที่วัฏจักรจะหมุนเวียนกลับมาสู่ภาวะปกติเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
บทสรุป
จากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าการลงทุนในหุ้นอย่าง Thai Union (TU) และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรอื่นๆ นั้น นักลงทุนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจและคอยติดตามปัจจัยรอบนอกอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน, สภาพอากาศ, ฤดูกาล ไปจนถึงความเสี่ยงเรื่องโรคระบาด
ซึ่งในเรื่องของสภาพอากาศเอลนีโญนี้ แม้แต่คุณตัน ภาสกรนที ยังเคยให้สัมภาษณ์แบบติดตลกว่าเป็นปรากฏการณ์ “โย่ๆ” ที่ทำให้เกิดอากาศร้อนจัด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิด “วัฏจักร” ของธุรกิจที่นักลงทุนสายปัจจัยพื้นฐานต้องรู้เท่าทัน เพื่อหาจังหวะในการลงทุนได้อย่างถูกต้องครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

