Uncategorized

OSP, CBG, ICHI หุ้นตัวไหนเหมาะถือกินปันผล? | Q&A กล้วยๆ EP.1146

หลายคนอาจมีคำถามว่าหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มอย่าง OSP, CBG, ICHI ตัวไหนที่เหมาะกับการถือยาวเพื่อกินเงินปันผล วันนี้เราจะมาวิเคราะห์เจาะลึกธุรกิจของทั้ง 3 บริษัทนี้จากข้อมูลที่น่าสนใจกันว่า แต่ละตัวมีจุดแข็ง จุดอ่อน และความเหมาะสมอย่างไรบ้าง

OSP (โอสถสภา): พี่ใหญ่สุดเก๋า เน้นความมั่นคงและปันผลสูง

เริ่มต้นกันที่ OSP ธุรกิจหลักคือการขายเครื่องดื่มชูกำลัง เช่น แบรนด์ M-150 และลิโพ รวมถึงยังมีสินค้ากลุ่มของใช้ส่วนตัวในครัวเรือน (Personal care) อีกด้วย

  • จุดแข็งสำคัญ: OSP อยู่คู่ประเทศไทยมาเป็นร้อยปีและสามารถครองมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 ในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมาได้อย่างยาวนาน
  • ความเหมาะสมในการกินปันผล: ด้วยความที่สินค้าของบริษัทจัดเป็นสินค้า “กึ่งจำเป็น” ทำให้รายได้และกำไรของบริษัทมีความสม่ำเสมอและค่อนข้างชัวร์ ประกอบกับในปัจจุบันบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น หากมองในมุมของการถือยาวเพื่อกินเงินปันผล OSP ถือว่าเป็นหุ้นที่เหมาะสมมากตัวหนึ่ง

ICHI (อิชิตัน): ผู้นำด้านไอเดียและนวัตกรรมเครื่องดื่ม

สำหรับ ICHI แม้จะไม่ได้เน้นตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง แต่จะโฟกัสไปที่ชาเขียวและเครื่องดื่มรูปแบบอื่นๆ

  • จุดแข็งสำคัญ: จุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดของ ICHI คือความเก่งกาจในการพัฒนาสินค้าใหม่ (NPD – New Product Development) ที่สามารถจับความต้องการของตลาดและทำสินค้าออกมาได้ “โดนใจ” ผู้บริโภค
  • กลยุทธ์และการเติบโต: แม้ในอดีต คุณตัน (ผู้ก่อตั้ง) จะไม่สามารถนำชาเขียวอิชิตันไปโค่นล้มแบรนด์เดิมที่ตนเองเคยสร้างไว้อย่างโออิชิได้ แต่ ICHI ก็แก้เกมด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่กลายมาเป็น “สินค้าแม่เหล็ก” และขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดย่อยของตัวเองได้สำเร็จ เช่น เครื่องดื่มสมุนไพร “เย็นเย็น”, ชาเขียวรสน้ำผึ้งมะนาว และสินค้าฮิตตัวล่าสุดอย่างน้ำแดง ICHI จึงถือเป็นผู้นำด้านไอเดียที่มีอนาคตน่าสนใจ

ข้อควรระวังสำหรับหุ้นเครื่องดื่ม

สินค้าของทั้ง 3 บริษัทนี้มีปัจจัยด้าน “สภาพอากาศ” เข้ามาเกี่ยวข้อง หากปีไหนอากาศร้อน ความต้องการเครื่องดื่มเย็นๆ และน้ำตาลจะสูงขึ้น ทำให้ยอดขายเติบโตดี แต่หากปีไหนอากาศเย็น ยอดขายก็อาจจะซอฟต์ลงไปบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งนักลงทุนในหุ้น OSP, CBG, ICHI ต้องทำความเข้าใจ

CBG (คาราบาวกรุ๊ป): ผู้ท้าทายเบอร์ 2 ที่มีประเด็นต้องจับตา

ปิดท้ายที่ CBG ซึ่งเป็นผู้เล่นเบอร์ 2 ในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังรองจาก OSP และถือว่าทำผลงานได้เก่งมากในการค่อยๆ แย่งชิงมาร์เก็ตแชร์มาได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม CBG มีเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโต (Growth Engine) อีกตัวที่ต้องนำมาพิจารณา นั่นคือ “ธุรกิจตัวแทนจัดจำหน่าย (Distributor)” ที่รับกระจายสินค้าประเภทเบียร์และสินค้าในครัวเรือน ซึ่งธุรกิจนี้มีประเด็นที่น่ากังวลอยู่ 2 ข้อหลักๆ คือ:

  1. ผลประโยชน์อาจอยู่นอกตลาด: สินค้าส่วนใหญ่ที่ CBG รับมาจัดจำหน่าย เป็นสินค้าในเครือข่ายธุรกิจส่วนตัวของผู้บริหาร (เช่น เบียร์ หรือน้ำยาซักผ้าของบริษัทลูกสาว) ซึ่งบริษัทเหล่านี้ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้กำไรและผลประโยชน์หลักอาจไปตกอยู่กับธุรกิจนอกตลาดฯ
  2. อัตรากำไรที่ต่ำ: ธุรกิจจัดจำหน่ายนี้มีอัตรากำไรขั้นต้น (GP) เฉลี่ยเพียง 8-9% เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ของ CBG ที่สูงถึงกว่า 10% แตกต่างจากธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังที่ให้ GP สูงถึงราว 40% ดังนั้น การเติบโตของธุรกิจตัวแทนจัดจำหน่ายนี้ อาจจะไม่ได้ส่งผลดีต่อกำไรสุทธิของ CBG ในระยะยาวมากนัก

สรุป

หากประเมินเปรียบเทียบ OSP, CBG, ICHI จะเห็นได้ว่า:

  • OSP มีความโดดเด่นเรื่องความมั่นคงและอัตราปันผลที่น่าสนใจ เหมาะกับสายกินปันผลที่ชอบความสม่ำเสมอ
  • ICHI มีความน่าตื่นเต้นจากการออกสินค้าใหม่ๆ ที่จับกระแสเก่ง
  • CBG แม้จะทำได้ดีในตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง แต่ก็มีประเด็นเรื่องโครงสร้างรายได้และกำไรจากธุรกิจจัดจำหน่ายที่นักลงทุนควรนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam