EVEANDBOY ถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือยัง ถึงมาเข้าตลาด? | Q&A กล้วยๆ EP.1218
EVEANDBOY IPO ถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือยัง? เจาะลึกความท้าทายและทางรอดในตลาด Beauty
EVEANDBOY IPO กับคำถามเรื่องจุดอิ่มตัว
การก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ผ่านกระแส EVEANDBOY IPO ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ทั้งในฝั่งของนักลงทุนและผู้บริโภค คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ ธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอางและบิวตี้รายใหญ่นี้ กำลังเดินมาถึง จุดอิ่มตัว EVEANDBOY แล้วหรือไม่ จึงตัดสินใจเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้น
หากวิเคราะห์จากสภาวะตลาดและพัฒนาการของธุรกิจ จะพบข้อสังเกตว่าตัวธุรกิจอาจกำลังเดินทางเข้าใกล้จุดพีค (Peak) ของรอบการเติบโต เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณว่าการขยายตัวเริ่มทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
สภาวะการแข่งขันและการเติบโตที่เริ่มท้าทาย
ในอดีต การเติบโตของ EVEANDBOY สามารถทำได้อย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม การที่จะคาดหวังให้อัตราการเติบโตของยอดขายและกำไรสูงถึงระดับ 20-30% ต่อปีเหมือนเดิมนั้น ถือเป็นเรื่องที่เหนื่อยและมีความท้าทายอย่างมากในปัจจุบัน
ปัจจัยสำคัญที่เข้ามาส่งผลกระทบ ได้แก่:
- การแข่งขันที่รุนแรงจากออนไลน์: ตลาดเครื่องสำอางออนไลน์ มีการแข่งขันที่หนักหน่วงและรุนแรงขึ้นอย่างมาก
- ภาระต้นทุนค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม: การที่บริษัทต้องรุกเข้าสู่ตลาดออนไลน์มากขึ้น ทำให้ต้องแบกรับค่าธรรมเนียม (Fee) ของแพลตฟอร์มในระดับสูง โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้บริษัทอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมออนไลน์สูงถึงประมาณ 500 ล้านบาท
จาก Unfair สู่ Fair Competition: ทิศทางสมดุลใหม่
โครงสร้างการแข่งขันระหว่างช่องทางออนไลน์และหน้าร้านออฟไลน์กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ:
- ยุค Unfair Competition ในอดีต: สมัยก่อนฝั่งออนไลน์ได้เปรียบจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากแพลตฟอร์มยอมขาดทุนและคิดค่าธรรมเนียมในระดับต่ำเพื่อดึงดูดผู้ใช้
- การปรับตัวสู่ Fair Competition: ในปัจจุบัน แพลตฟอร์มออนไลน์เริ่มปรับขึ้นค่าธรรมเนียมจนมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับต้นทุนออฟไลน์ ทำให้สภาวะการแข่งขันเริ่มกลับมารักษาความเท่าเทียมมากขึ้น
จากแนวโน้มดังกล่าว การแข่งขันระหว่างสองช่องทางจึงมีลักษณะเหมือนการชักกะเย่อดึงกันไปมา และในที่สุดจะปรับเข้าสู่จุด สมดุลออนไลน์และออฟไลน์ ที่ต่างฝ่ายต่างมีส่วนแบ่งตลาดและสามารถดำเนินธุรกิจควบคู่กันไปได้
4. โมเดล Convenience Store: กลยุทธ์ทางรอดสาขาขนาดเล็ก
เพื่อรับมือกับความท้าทายรอบด้าน ทางรอดที่สำคัญของธุรกิจคือการปรับกลยุทธ์เข้าสู่ โมเดล Convenience Store โดยเน้นการกระจายสาขาขนาดเล็กเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ข้อได้เปรียบของการขยายสาขาขนาดเล็กเน้นความสะดวกสบาย มีดังนี้:
- ตอบโจทย์ความต้องการเร่งด่วน: เน้นการตอบสนองผู้บริโภคที่เดินผ่านหน้าร้านและต้องการซื้อสินค้าทันที 1 ชิ้น เช่น กรณีสินค้าหมดแล้วต้องการใช้งานด่วน
- จุดเด่นด้านความเร็วเหนือกว่าออนไลน์: แม้การสั่งซื้อผ่านออนไลน์อาจมีราคาถูกกว่าประมาณ 5-10 บาท แต่ช่องทางออฟไลน์ได้เปรียบอย่างชัดเจนในเรื่องความรวดเร็วโดยไม่ต้องรอการจัดส่ง
- พฤติกรรมผู้บริโภคชิ้นเดียว: สำหรับการซื้อสินค้าเพียงชิ้นเดียว ผู้บริโภคมักไม่ได้ให้ความสำคัญกับส่วนต่างราคาเพียงเล็กน้อย 5-10 บาท แต่เลือกความสะดวกและรวดเร็วเป็นหลัก
บทสรุป
แม้ว่ากระแส EVEANDBOY IPO จะสะท้อนถึงช่วงเวลาที่ธุรกิจเดินทางมาใกล้จุดพีค และการสร้าง การเติบโตของ EVEANDBOY ในระดับสูง 20-30% ต่อปีจะเป็นไปได้ยากขึ้น แต่การปรับตัวด้วยการเร่งกระจายสาขาขนาดเล็กตาม โมเดล Convenience Store เพื่อยึดทำเลและสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถรักษาสมดุลและเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

