Uncategorized

จิตวิทยาการลงทุน สำคัญต่อการลงทุนมากแค่ไหน? (กล้วยๆ Q&A | EP.1061)

จิตวิทยาการลงทุน สำคัญต่อการลงทุนมากแค่ไหน? (กล้วยๆ Q&A | EP.1061)

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนส่วนใหญ่ที่มีความรู้เรื่องกราฟ หรืออ่านงบการเงินเป็น แต่กลับยังไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุน? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ “วิธีการ” แต่อยู่ที่ “วิธีคิด” บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่อง จิตวิทยาการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าคุณจะเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ในตลาดหุ้น

ความรู้ vs อารมณ์: ทำไมความรู้ถึงแพ้ความกลัว?

หลายคนคิดว่าการมีความรู้แน่นปึ้กจะทำให้รวยหุ้น แต่ในความเป็นจริง จิตวิทยาการลงทุน นั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด แม้คุณจะมีความรู้มากแค่ไหน แต่ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ คุณก็จะไม่สามารถตัดสินใจลงทุนในจังหวะที่ถูกต้องได้

มีกรณีศึกษาคลาสสิกที่น่าสนใจ จากเหตุการณ์จริงที่มีการพาลูกศิษย์กว่า 30 คนไปเยี่ยมชมกิจการ (Company Visit) ในวันนั้นมีหุ้นตัวหนึ่งราคาตกลงมาอย่างหนักจนติดพื้น (Floor) อาจารย์ผู้สอนวิเคราะห์แล้วว่าเป็นหุ้นที่ดีมากและตัดสินใจซื้อโชว์ต่อหน้าลูกศิษย์ พร้อมบอกว่า “พี่ซื้อนะ ตัวนี้ดีมาก” แต่เชื่อไหมว่าในบรรดา นักลงทุน ที่เป็นลูกศิษย์ทั้ง 30 คนนั้น “ไม่มีใครซื้อตามเลยแม้แต่คนเดียว”

สาเหตุไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่มีความรู้ แต่เป็นเพราะ “ความกลัว” เมื่อเห็นราคาหุ้นดิ่งลงแรง จิตวิทยาการลงทุน ฝั่งความกลัวจึงทำงานทันที ทำให้เกิดจินตนาการว่ามันจะลงต่อ ส่งผลให้ขาดวินัยและไม่กล้าซื้อในจุดที่ควรซื้อ, นี่คือบทพิสูจน์ว่าต่อให้ข้อมูลดีแค่ไหน ถ้าใจไม่นิ่งพอ คุณก็พลาดโอกาสทองได้

กับดักสัญชาตญาณ: ทำไมเราชอบซื้อตอนแพงและขายตอนถูก?

พฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์คือการชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเพื่อความปลอดภัย สิ่งนี้สะท้อนออกมาในการลงทุนผ่านอาการที่เรียกว่า “กลัวตกรถ” (FOMO) เรามักจะรีบซื้อหุ้นตามฝูงชนเพราะรู้สึกปลอดภัยกว่า แต่ในตลาดหุ้น การทำตามคนส่วนใหญ่มักนำไปสู่ความล้มเหลว

สถิติระบุชัดเจนว่าในตลาดหุ้นมีกฎ 80/20 คือคน 80% จะแพ้ตลาด และมีเพียง นักลงทุน 20% เท่านั้นที่ชนะตลาด ดังนั้น หากคุณอยากเป็นผู้ชนะ คุณต้องฝึกเป็น “Contrarian Investor” หรือ “ชาวสวน” คือกล้าที่จะคิดและทำสวนทางกับคนส่วนใหญ่

เมื่อคนส่วนใหญ่กลัว: เช่น ช่วงวิกฤตโควิด หรือสงครามการค้า ที่ตลาดหุ้นตกหนักๆ นั่นคือจังหวะที่ นักลงทุน แบบ VI (Value Investor) มองว่าเป็นโอกาสทองที่ “ต้องซื้อ”

เมื่อคนส่วนใหญ่มั่นใจ: เช่น ปรากฏการณ์คนต่อคิวซื้อทองคำตอนราคาสูงเสียดฟ้า นั่นคือสัญญาณเตือนว่า “ต้องขาย”

วิธีเอาชนะใจตัวเองด้วยเหตุผลและวินัย

การมี จิตวิทยาการลงทุน ที่ดีไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก แม้แต่เซียนหุ้นเองก็มีความรู้สึกอยากได้หรือความกลัวเกิดขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างคือการใช้ “เหตุผล” และ “วินัย” เข้ามากำกับอารมณ์

เครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดการใช้อารมณ์คือการคำนวณ Risk Reward Ratio (สัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง) หากคำนวณออกมาแล้วคุ้มค่า ก็ต้องตัดสินใจ Action ตามแผนที่วางไว้ ไม่ใช่ตามความรู้สึก การมีวินัยที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณยับยั้งชั่งใจไม่ให้ไหลไปตามกระแสสังคม และสามารถยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องแม้จะขัดแย้งกับคนส่วนใหญ่ได้

บทสรุป

สุดท้ายแล้ว ตลาดหุ้นเป็นสถานที่ที่วัดกันที่สภาพจิตใจพอๆ กับความรู้ หากคุณอยากขยับสถานะจากเม่าเป็นเซียน อย่าลืมให้ความสำคัญกับ จิตวิทยาการลงทุน หมั่นฝึกฝนใจให้เป็นชาวสวนที่กล้าหาญในวันที่คนอื่นกลัว และมีวินัยในวันที่คนอื่นโลภ แล้วคุณจะพบว่าการเป็น นักลงทุน ที่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam