หุ้น ADVICE ตอนนี้ P/E ต่ำไปไหมครับ? | Q&Aกล้วยๆ EP.1085
วิเคราะห์เจาะลึกหุ้นกลุ่มค้าปลีกไอที: P/E ตอนนี้สะท้อนอะไรเมื่อเทียบกันระหว่าง Advice และ Com7?
ใครที่กำลังสนใจศึกษาหรือลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีกสินค้าไอทีและสมาร์ทโฟน คงจะมีคำถามในใจเมื่อมองไปที่การประเมินมูลค่าหุ้นของ Advice และ Com7 ว่าทำไมระดับราคาและค่า P/E (Price to Earnings Ratio) ถึงมีความแตกต่างกัน
ในปัจจุบัน หุ้น Advice มีค่า P/E อยู่ที่ประมาณ 11 เท่า ซึ่งหลายคนมองว่ายังอยู่ในช่วงกำลังเติบโต (Growth Stage) และมีราคาถูก ในขณะที่หุ้นพี่ใหญ่อย่าง Com7 มีค่า P/E อยู่ที่ประมาณ 13 เท่า ซึ่งถูกมองว่าอยู่ในจุดที่ธุรกิจเติบโตจนมีเสถียรภาพแล้ว (Mature Stage) บทความนี้จะพาไปเจาะลึกแนวคิดจากมุมมองนักลงทุนว่า ทำไมตลาดถึงให้มูลค่าของหุ้นสองตัวนี้ในระดับที่แตกต่างกัน
“ศักดิ์ศรี” และพรีเมียมของความเป็นเบอร์ 1 ในโลกของการลงทุน
หุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันมักจะมี “ความพรีเมียม” หรือที่อาจเรียกติดตลกได้ว่าเป็น “ศักดิ์ศรีของหุ้น” ที่ไม่เท่ากัน ถึงแม้บริษัทเหล่านั้นจะเป็นคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันมาติดๆ หรือหายใจรดต้นคอกัน ตลาดหุ้นก็มักจะไม่ให้ค่า P/E ของหุ้นที่เป็นเบอร์ 1 เท่ากับหุ้นเบอร์ 2
เมื่อเรานำธุรกิจของ Advice และ Com7 มาเทียบขนาดและสเกลกัน จะพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
- Com7: คือผู้ค้าปลีกสมาร์ทโฟนและไอทีอันดับ 1 ของประเทศไทย ที่มียอดขายรวมเกือบหนึ่งแสนล้านบาท
- Advice: มียอดขายอยู่ในระดับหมื่นล้านต้นๆ
ดังนั้นในมุมมองพื้นฐาน ต่อให้สมมติว่าทั้งสองบริษัทสามารถทำอัตราการเติบโตได้เท่ากัน หุ้นที่เป็นผู้นำตลาดอย่าง Com7 ก็ย่อมมีความเหมาะสมที่จะได้รับค่า P/E จากตลาดที่สูงกว่าเสมอ
ความท้าทาย และเส้นทางการพิสูจน์ตัวเองของ Advice
เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโต (Growth Engine) ที่สำคัญของ Advice คือแผนการเปิดร้าน Apple Shop ในรูปแบบ Standalone (อยู่นอกห้างสรรพสินค้า) แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1 ปีแรกหลังจากที่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แผนการขยายสาขาดังกล่าวกลับเกิดความล่าช้า (Delay) และไม่สามารถสร้างผลงานได้ตามเป้าหมายที่เคยประกาศไว้ สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนในตลาดเกิดความผิดหวัง และนำไปสู่การปรับลดความน่าสนใจ (Downgrade) จากการเป็นหุ้นเติบโตสูงลงมา
แม้ว่าปัจจุบันผู้บริหารของ Advice จะยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ในระดับสูงเช่นเดิม แต่ตลาดก็ยังคงต้องการรอดูการพิสูจน์ผลงาน (Track Record) นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดสำคัญคือ:
- พื้นที่จำกัด: Advice สามารถขยายสาขา Apple Shop ได้เฉพาะพื้นที่นอกห้างสรรพสินค้าเท่านั้น
- เพดานการเติบโต: โดยตั้งเป้าหมายขยายสาขาทั่วประเทศไว้ที่ประมาณ 70 กว่าสาขา จำนวนที่จำกัดนี้ทำให้นักลงทุนเกิดคำถามต่อว่า หากขยายครบแล้ว จะมีทิศทางในการสร้างการเติบโต (Runway) ต่อไปอย่างไร
ในอนาคต หาก Advice สามารถพิสูจน์ตัวเองและเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้ ค่า P/E ก็อาจจะขยับขึ้นไปเทรดกันในกรอบ 15-18 เท่าได้ แต่โอกาสที่จะขึ้นไปได้สูงถึงระดับ 25 เท่านั้นถือว่าเป็นไปได้ยากมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม Advice และ Com7
Com7 กับการหา S-Curve ใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง
ในฝั่งของ Com7 แม้ธุรกิจหลักอย่างการขายสมาร์ทโฟนจะเป็นการขายสินค้ากึ่งคงทน (Semi-durable) ที่มีรอบการเปลี่ยนเครื่องเฉลี่ยทุกๆ 3 ปี ซึ่งทำให้รายได้อาจไม่ได้มีความสม่ำเสมอในตัวเอง แต่จุดแข็งที่โดดเด่นคือ วิสัยทัศน์ในการหา S-Curve ใหม่
กลยุทธ์ที่น่าสนใจล่าสุดคือการรุกตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบรนด์ AION จากประเทศจีน โดยมีโมเดลธุรกิจที่ชาญฉลาดดังนี้:
- เจาะกลุ่มแท็กซี่: ทำระบบคล้ายอู่ให้เช่าขับ ซึ่งช่วยสร้างฐานผู้ใช้งานระดับ Mass ได้รวดเร็วกว่าการขายให้บุคคลทั่วไป (End User) เพียงอย่างเดียว
- สร้างความเชื่อมั่น: เมื่อรถแท็กซี่ใช้งานเยอะและพิสูจน์ความทนทานได้ ศูนย์บริการจะเพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้ผู้ใช้งานทั่วไปกล้าซื้อตาม คล้ายกับความสำเร็จของรถญี่ปุ่นเจ้าตลาดในอดีต
- เครือข่ายมหาศาล: ด้วยสาขาครอบคลุมทั่วประเทศมากกว่า 1,000 สาขา ทำให้ Runway ของ Com7 ดูแข็งแกร่งและยาวไกลกว่า
ในอดีต Com7 เคยทำกำไรโตสม่ำเสมอ 20-30% ต่อปี จนตลาดเคยให้ค่า P/E สูงสุดถึงประมาณ 25 เท่า
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Advice | Com7 |
| สถานะทางธุรกิจ | Growth Stage (กำลังโต) | Mature Stage (มีเสถียรภาพ) |
| ระดับ P/E ปัจจุบัน | ~11 เท่า | ~13 เท่า |
| จุดแข็ง | ราคายังถูก (Value Buy) | ผู้นำตลาด, วิสัยทัศน์ S-Curve ใหม่ |
| ความท้าทาย | การพิสูจน์ Track Record และ Runway | การรักษาอัตราการเติบโตในตลาดที่อิ่มตัว |
บทสรุป
การประเมินมูลค่าระหว่าง Advice และ Com7 สะท้อนภาพความมั่นใจที่ต่างกันของนักลงทุน ความพรีเมียมของ Com7 เกิดจากการเป็นผู้นำที่มีโครงข่ายมหาศาลและความเฉลี่ยแหลมในการปรับตัว ส่วนทางด้าน Advice ถือเป็นหุ้นที่ระดับราคาปัจจุบันน่าสนใจในเชิง “ความคุ้มค่า”
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำเป็นต้องให้เวลา Advice ในการพิสูจน์ตัวเองว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตให้ได้ตามเป้าเพื่อล้างภาพความผิดหวังในอดีต และดึงดูดให้ตลาดกลับมาให้พรีเมียมกับราคาหุ้นได้อีกครั้งในระดับเดียวกับที่เคยทำได้ในอุตสาหกรรมนี้
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

