Uncategorized

สรุปงบการเงิน และ Earnings Call หุ้น MRDIYT ไตรมาส 2/2569

📣 ดูเวอร์ชั่นเต็มคลิก : https://www.facebook.com/share/p/1DDtzRKUXQ/

MRDIYT #Q2Y2026

#หุ้นศูนย์รวมสินค้าชีวิตประจำวันดัน Private Label ดันอัตรากำไร

· Sales Revenue 5,832.12 +17.8% แบ่งออกเป็น
Standalone Revenue 4,217.9 +25.5% มีจำนวน 944 สาขา
Retail Mail-Based Revenue 1,601.6 +1.2% มีจำนวน 304 สาขา

  • บริษัทมี Same Store ที่ลดลง -1.2% เนื่องจาก High Base เมื่อปีที่แล้วจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทำให้ลูกค้ามีการซ่อมแซมบ้านหลังจากเกิดเหตุการณ์แต่บริษัทสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา Standalone โดยบริษัทมีธุรกรรมเพิ่มขึ้น 18.8% แต่มูลค่าต่อธุรกรรมลดลงเล็กน้อย -0.9%
    · Gross Profit 3,034.45 +19.2% GPM 52.03%
  • กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นโดยยังสามารถเพิ่มอัตรากำไรจาก Economy of Scale ของการขยายสาขาและเพิ่มสัดส่วนยอดขายของ Private Label มากขึ้น
    · SG&A 1,996.85 +22.8% SG&A to Sales 33.98%
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากขยายสาขา การปรับปรุงร้านค้า ขยายคลังสินค้ารวมถึงการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลต่อค่าขนส่ง

· Net Profit 757.02 +19.4% NPM 12.88%

#Q&A จาก Earnings Call

  • การที่ Maintain GPM ได้เนื่องจากการทำ Global Sourcing โดยบริษัทคาดหวังที่จะ Maintain ที่ 51 – 52%
  • สาขากาญจนาภิเษกเป็นโมเดล Standalone Flagship Store ขนาดใหญ่ 2 ชั้นที่จัดแสดงสินค้าครบทั้ง 10 แผนก (สินค้ากว่า 16,000 SKU) โดยพื้นที่การขยายจำกัด
  • MRDIY ไม่จำเป็นต้องเปิด 24 ชั่วโมงเพราะไม่ได้ขายอาหารเครื่องดื่ม / ส่วนการ Delivery ปัจจุบันมีช่องทาง E-commerce Shopee Lazada ที่จัดส่งถึงหน้าบ้าน
  • การจ่ายปันผลบริษัทจะพยายามให้ดีที่สุดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต่ำกว่า 40%
  • ตอนนี้บริษัทมีสาขาต่อ 1 ประชากรอยู่ที่ 57,000 คนต่อสาขาโดยบริษัทมองลึงลงไประดับอำเภอ 900 อำเภอทั่วประเทศจะพบว่าบริษัทเปิดได้ครอบคลุมเพียง 60% ของทั้งหมดและบริษัทมั่นใจว่าสามารถเปิดได้ไม่ต่ำกว่า 200 สาขา 2-3 ปีข้างหน้า

– การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงโดย บริษัทยังคงใช้จุดแข็ง สินค้าราคาถูกเสมอ จะทำให้ดึงดูดลูกค้าที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดีและบริษัทได้เปิดตัว Campaign Price Lock ช่วงเดือน 5 – เดือน 7 โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร Supplier ไม่ปรับราคาสินค้าขึ้น

#สรุป

  • กำไรของบริษัทเติบโตสนับสนุนจากปัจจัย GPM ที่สูงขึ้นเนื่องจากทำการ Global Sourcing ถึงแม้ว่าต้นทุนต่างๆสูงขึ้นจากปัจจัยสงครามบริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีรวมถึงตรึงราคาให้ผู้บริโภคได้โดย GPM ยังไม่ลดลง
  • ปัจจัยที่ติดตามเนื่องจากสาขาต่อๆไปจะมีศักยภาพลดลงเรื่อยๆอาจจะทำให้ SG&A มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นซึ่งอาจจะกดดันกำไรไม่ให้เติบโตได้มากเท่าปีก่อนๆ

“การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน”
.
.
สรุปโดย ลงทุนกล้วยๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam