หุ้นจะโต 1 เด้ง ใน 3 ปี มั่นใจ 70% จะซื้อดีไหม? | Q&Aกล้วยๆ EP.1109
หุ้นจะโต 1 เด้ง ใน 3 ปี มั่นใจ 70% ควรแบ่งไม้ซื้อหรือลุยเลย?
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสใน การลงทุนหุ้นโรงพยาบาล อาจจะเคยมีคำถามหรือพบเจอกับสถานการณ์คล้ายๆ กันว่า หากเราพบหุ้นโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่มี Market Cap ปัจจุบันประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งราคาหุ้นกำลังได้รับผลกระทบระยะสั้นจากภาวะสงครามและการลงทุนสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่
แต่เมื่อประเมินศักยภาพแล้วมีความมั่นใจถึง 70% ว่า Market Cap จะเติบโตเป็น 9,000 ล้านบาท (โต 1 เด้ง) ในอีก 3 ปีข้างหน้า เราควรมีแนวทางการเข้าซื้อหรือจำเป็นต้องแบ่งไม้ซื้อหรือไม่? บทความนี้จะพาไปหาคำตอบและเจาะลึกมุมมองที่น่าสนใจกันครับ
มั่นใจ 70% ว่าหุ้นจะโต 1 เด้ง ต้องแบ่งไม้ซื้อไหม?
หากคุณประเมินแล้วมีความมั่นใจถึง 70% ว่าหุ้นจะสามารถเติบโตได้ 1 เด้งภายในเวลา 3 ปี ซึ่งคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยที่สูงถึงปีละ 24-25% คำแนะนำคือ คุณสามารถเข้าซื้อได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องคิดมากหรือแบ่งไม้ซื้อรอให้หุ้นขึ้นไปก่อน โดยปกติแล้ว การแบ่งไม้ซื้อมักจะเกิดขึ้นจากข้อจำกัดทางด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นตัวนั้นๆ มากกว่า ดังนั้น หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องสภาพคล่องและเรามั่นใจในไอเดียการลงทุนของเรา ก็สามารถลุยได้เลย!
ทำไมราคาหุ้นถึงร่วง? ตลาดหุ้นมีเหตุผลเสมอ
หุ้นโรงพยาบาลที่ถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษานี้คาดว่าคือหุ้น WPH ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วถือเป็นธุรกิจที่ดี แต่การที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมานั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะตลาดหุ้น (Smart Money) ให้ราคาอย่างมีเหตุผลเสมอ สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาลดลงเป็นเพราะตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่จังหวัดภูเก็ต
ประเด็นสำคัญ: โรงพยาบาลแห่งใหม่นี้เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ถึง 200 เตียง ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับโรงพยาบาลเดิมของบริษัทที่มีขนาดเพียง 50 หรือ 100 เตียง จะเห็นได้ว่าการลงทุนครั้งนี้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก ส่งผลให้ความเสี่ยงและผลกระทบ (Impact) ที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทนั้นสูงตามไปด้วย
ผู้บริหารเก่ง การันตีความสำเร็จของธุรกิจใหม่ 100% หรือไม่?
หลายคนอาจแย้งว่า หากบริษัทมีผู้บริหารที่เก่งและเราเชื่อใจในตัวผู้บริหาร เราก็ไม่น่าจะต้องกังวลอะไรกับความเสี่ยงนี้ แต่ในโลกของธุรกิจ การขยายกิจการใหม่ไม่มีการการันตีความสำเร็จ 100% * แม้แต่โรงพยาบาลอันดับ 1 ของประเทศอย่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ก็เคยมีประวัติการเปิดสาขาใหม่แล้วไม่ประสบความสำเร็จจนต้องขายทิ้งมาแล้ว
- หรือแม้แต่บริษัทอื่นๆ ที่มีผู้บริหารเก่งระดับแนวหน้า การสร้างธุรกิจใหม่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาก็มีโอกาสล้มเหลวหรือเจ๊งได้เช่นกัน
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การที่ธุรกิจใหม่ล้มเหลวไม่ได้แปลว่าผู้บริหารไม่เก่งเสมอไป เพราะการทำธุรกิจย่อมมีปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้มากมาย สถิติโดยทั่วไปชี้ให้เห็นว่า การเปิดธุรกิจใหม่ในระยะเวลา 3-5 ปี มีโอกาสที่ธุรกิจจะปิดตัวสูงถึง 80% ซึ่งเป็นสถิติความเสี่ยงตามปกติของการทำธุรกิจ ดังนั้น การที่ตลาดรับรู้ถึงความเสี่ยงนี้และทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา จึงถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องและสมเหตุสมผลแล้ว
หัวใจสำคัญของ การลงทุนหุ้นโรงพยาบาล ที่กำลังขยายกิจการ
กุญแจสำคัญที่จะตอบได้ว่าราคาหุ้นจะกลับมาเติบโตได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ความเชื่อใจในตัวผู้บริหารเพียงอย่างเดียว แต่คือ “การทำความเข้าใจในธุรกิจ” อย่างถ่องแท้
นักลงทุนที่ทำการบ้านอย่างหนักจะต้องลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลจริง (Company Visit) เช่น:
- หากโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่ภูเก็ตเปิดให้บริการ นักลงทุนควรเข้าไปสำรวจเพื่อให้เห็นด้วยตาตัวเอง
- มีคนไข้เข้ามาใช้บริการจริงตามเป้าหมายหรือไม่?
- มีการใช้งานเตียงผู้ป่วยมากน้อยแค่ไหน?
การมีข้อมูลเชิงลึกและเห็นภาพการดำเนินงานที่แท้จริงเหล่านี้ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินได้ว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวและเติบโตได้จริงหรือไม่ในอนาคต
สรุป
หัวใจหลักของ การลงทุนหุ้นโรงพยาบาล ที่อยู่ในช่วงขยายสาขาขนาดใหญ่นั้น คือการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบอย่างรอบด้าน ราคาหุ้นที่ลดลงมาได้สะท้อนความกังวลของตลาดต่อธุรกิจใหม่ไปแล้ว หากนักลงทุนมั่นใจในผลตอบแทน ก็ต้องแลกมาด้วยการทำการบ้านอย่างหนักและติดตามผลการดำเนินงานจริงอย่างใกล้ชิด เพื่อยืนยันว่าธุรกิจสามารถทำกำไรและเติบโตได้ตามที่คาดการณ์ไว้ครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

