4 วันเรียนเข้มข้น + 1 วันตรวจการบ้าน + 2 เดือนคัดหุ้นนางฟ้า
รุ่น 59 : วันที่ 30-31 สิงหาคม 2568, 6-7 สิงหาคม 2568 (9:00น. – 17:00น.)
11 กันยายน 2568 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (เต็มแล้ว)
รุ่น 60 : วันที่ 4,11 ตุลาคม 2568, 18-19 ตุลาคม 2568 (9:00น. – 17:00น.)
25 ตุลาคม 2568 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (5 ที่นั่งสุดท้าย)
รุ่น 61 : วันที่ 1,2 พฤศจิกายน 2568, 8-9 พฤศจิกายน 2568 (9:00น. – 17:00น.)
13 พฤศจิกายน 2568 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (15 ที่นั่งสุดท้าย)
จากราคา 44,900 บาท ลดเหลือ 36,500 บาท
จองล่วงหน้า Early Bird – 27,000 บาท ลด 40%
(เมื่อชำระเงินภายในวันที่ 24 กันยายน 2025!)
กลั่นกรองประสบการณ์ที่ผมได้มีโอกาสให้คำปรึกษากับนักลงทุนอิสระรอบข้างที่ประสบกับภาวะขาดทุน
จนได้มีโอกาสช่วยแนะนำจนพอร์ตกลับมาทำกำไรได้ ผมพบสาเหตุหลักๆ ดังนี้
เมื่อเป้าหมายไม่ชัด หรือไม่สมเหตุสมผล เราก็จะมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ และการมีอารมณ์เหนือเหตุผลนั่นเอง ที่มักจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เราขาดทุน
ในคอร์สขั้นตอนแรก เราจะให้ทุกท่านวางเป้าหมายใหม่อีกครั้ง ซึ่งในความเห็นของผม เป้าหมายแรกทางการเงินที่ทุกคนควรตั้งเป้าคือ “การมีอิสระภาพทางการเงิน”
บางคนลงทุนโดยไม่รู้ว่าหุ้นที่ตัวเองถือทำอะไร บางคนฟัง Oppday, ผู้บริหาร หรือนักวิเคราะห์ เชียร์ 2-3 คลิป ก็ตัดสินใจซื้อหุ้นแล้ว จริงๆแล้วการวิเคราะห์ธุรกิจ จำเป็นต้องมีความเข้าใจในหลายๆศาสตร์มากๆ ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ การติดตามข่าวสาร และสถานการณ์ด้านต่างๆ
แต่เพื่อให้ทุกคนแม้ว่าไม่เคยทำธุรกิจก็สามารถวิเคราะห์คุณภาพธุรกิจได้อย่างรอบด้าน ผมได้ออกแบบเครื่องมือ ที่จะทำให้ทุกท่านสามารถตรวจสอบธุรกิจที่ตัวเองกำลังจะลงทุนได้อย่างง่ายได้
และจะสอนให้ทุกท่านเข้าใจเครื่องมือนี้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงใช้มันได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อคุณจะได้เลือกหุ้นที่คุณภาพดีไปได้ตลอด โดยไม่ต้องหวาดระแวงทุกวันว่า ธุรกิจที่เราลงทุน จะเพลี่ยงพล้ำไปวันไหน
หุ้นมี 6 ประเภทใหญ่ๆ (ตามสไตล์ Peter Lynch)
1. หุ้นอิ่มตัว (เน้นปันผล)
2. หุ้นแข็งแกร่ง (เน้นปลอดภัย และเติบโตระดับหนึ่ง)
3. หุ้นเติบโต (เน้นพอร์ตโตเร็ว แต่ความเสี่ยงสูง ต้องทำการบ้านหนัก)
4. หุ้นวัฏจักร (เติบโต หรือถดถอย ขึ้นลงเป็นรอบ)
5. หุ้นสินทรัพย์แฝง Asset play (ตัวหุ้นแอบซ่อนมูลค่ามหาศาลที่มากกว่าตัวกิจการหลัก เน้นปลอดภัย และถือยาวมาก)
6. หุ้นคืนชีพ ฟื้นตัว (เน้นพอร์ตโตเร็ว แต่ความเสี่ยงสูง ต้องทำการบ้านหนักเช่นกัน)
ข้อผิดพลาดที่มักพบ เช่น อยากได้ปันผล แต่ดันลงทุนในหุ้นวัฏจักร ซึ่งไม่ได้เข้าใจว่า % ปันผลที่เห็นว่าเยอะนั้น มันจะลดลงได้อย่างรวดเร็ว ถ้ามันกำลังอยู่ในวัฏจักรขาลง ซึ่งสุดท้าย ทำให้ ขาดทุนราคาอย่างหนัก แถมปันผลก็ได้น้อยกว่าที่คาดหวังด้วย
หรือบางคน บอกอยากให้พอร์ตเติบโตเร็วๆ แต่ไปซื้อหุ้นแข็งแกร่ง ที่โตช้าแล้ว (เพราะธุรกิจใหญ่มากแล้ว) แถมยังไปซื้อราคาแพง บางคนถือหุ้นดังๆระดับประเทศมาหลายปี แต่ผลตอบแทนเฉลี่ยได้เพียง 2-3% ต่อปี ก็มี (รวมปันผลแล้ว)
หากคุณเข้าใจเรื่องนี้หุ้น 6 ประเภทนี้ และทำการเลือกหุ้นให้เหมาะกับ ผลตอบแทนที่ตนเองคาดหวัง เวลา และความรู้ ของตนเอง คุณจะไม่มีวันขาดทุนอีกเลย และจะมีความสุขกับการลงทุนในหุ้นมาก
อ่าน 56-1 ไม่เป็น หรือไม่คิดจะอ่าน
ถ้าเราเชื่อว่าการลงทุนในหุ้น คือการลงทุนในการกิจการที่ดี
และการที่เราจะลงทุนในกิจการที่ดีได้ ต้องเริ่มจากการที่เราเข้าใจในกิจการนั้นอย่างดีก่อน
ไฟล์ 56-1 เป็นเอกสารที่ละเอียดที่สุด ที่ช่วยให้เราเข้าใจกิจการที่เราลงทุนเป็นอย่างดี
แต่ผมเข้าใจดีว่า 56-1 น่าจะเป็นยาขมที่สุด สำหรับนักลงทุนหลายๆท่าน เพราะมันทั้งหนา และก็อ่านยากมากๆ และเราไม่รู้ว่าตรงไหนสำคัญที่สุดควรจะเน้น ตรงไหนสำคัญน้อยกว่า ไว้เก็บรายละเอียดทีหลังได้ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่ เกิดความท้อแท้ในการอ่าน 56-1 จนล้มเลิกไป
จากประสบการณ์ที่ผมอ่าน 56-1 อย่างละเอียดมามากกว่า 500 บริษัท ใน 12 ปีที่ผ่านมา
ผมจะสอนเคล็ดลับพิเศษในการ อ่าน 56-1 เช่น
1. เทคนิคการอ่าน 56-1 ให้จบภายใน 5 นาที
2. เทคนิคการอ่าน 56-1 แบบเจาะลึก 5 รอบ โดยที่แต่ละรอบเจาะเนื้อหาคนละส่วน
เทคนิคเหล่านี้จะทำให้คุณเห็นภาพใหญ่ของบริษัทที่จะลงทุน ใช้เวลาน้อย ทำให้คุณมีกำลังใจ และสนุกกับการลงทุน แม้ว่าคุณไม่เคยลงทุนเลยก็ทำได้!!
” ไม่มีนักลงทุนวีไอที่ประสบความสำเร็จ ที่อ่านงบการเงินไม่เป็น “
ประโยคข้างต้น คือข้อสรุปสั้นๆว่า ทำไมคุณจึงต้องอ่านงบการเงินให้เป็น
ทุกครั้งที่เราวิเคราะห์ธุรกิจที่กำลังจะลงทุน หรือที่เรียกว่าการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราจะทราบได้อย่างไรว่า สิ่งที่เราวิเคราะห์นั้น ถูกต้องหรือไม่?
หนึ่งในคำตอบที่เป็นรูปธรรมที่สุด ก็คือ งบการเงิน
เพราะงบการเงินได้สะท้อนการดำเนินงานของบริษัทออกมาอย่างเป็นตัวเลข
ผมเข้าใจดีว่า การอ่านงบการเงิน ก็เป็นยาขมอีกตัวหนึ่งของนักลงทุนส่วนใหญ่
สาเหตุหลักๆที่ผมพบคือ คนที่ศึกษางบการเงินส่วนใหญ่ จะใช้วิธีท่องจำ ที่ละบรรทัด
แต่ในคอร์สนี้ ผมจะสอนทุกท่าน ให้เน้นความเข้าใจ
โดยอธิบายเรื่องงบการเงิน ให้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่างๆในธุรกิจ และมี Workshop ให้คุณทำ เพื่อตอกย้ำความเข้าใจ
แนวคิดการลงทุนแบบ VI นั้น “เรียบง่ายมาก”
นั่นก็คือการซื้อ ธนบัตร 1,000 บาท ที่ราคาไม่เกิน 700 บาท ให้ได้
แต่ความเรียบง่ายนั้น ก็ไม่เคยง่าย สำหรับคนที่ประเมินมูลค่าหุ้นไม่เป็น
ไม่รู้ว่าหุ้นที่เราถือ ราคา 1,000 บาท จริงๆหรือเปล่า
ทำให้ซื้อหุ้นที่ราคาทั่วไป หรือซื้อแพง
เป็นเหตุให้ขาดทุนอย่างหนัก หรือได้ผลตอบแทนน้อยมาก
บางคนคิดว่าตนเอง ซื้อธนบัตร 1,000 บาท ที่ราคา 700 บาท
แต่ผ่านไปไม่นาน กลับพบว่า จริงๆแล้ว ธนบัตรที่เราซื้อมา ราคา 300 บาทต่างหาก กว่าจะรู้ตัว ราคาก็ร่วงลงไป จนขาดทุน มากกว่า 50%-80% ก็มีให้เห็นกันบ่อยๆ
ถ้าคุณประเมินมูลค่าหุ้นเป็น และคุณรู้ว่าจะซื้อหุ้นที่เราสนใจที่ราคาเท่าไหร่ ที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย (MOS) อย่างน้อย 30% ก็เท่ากับเราลดโอกาสขาดทุนไปมากแล้ว ยิ่งเราเลือกหุ้นที่มีคุณภาพดีประกอบด้วย เรียกได้ว่า “ปิดประตูขาดทุน” ได้เลย
และการที่เรา “ปิดประตูขาดทุน” นี่แหล่ะครับ เป็นหัวใจที่ทำให้ VI ได้ผลตอบแทนกันเป็นหลายๆเด้ง
ต่อให้เราติดตามหุ้น 1 ตัวอย่างใกล้ชิด จนเรียกได้ว่า รู้ลึก เท่ากับผู้บริหารธุรกิจนั้นเลย
และต่อให้หุ้นนั้นแข็งแกร่งที่สุดในประเทศ
แต่คุณเชื่อไหมครับ
เราก็ยังมีโอกาสขาดทุน ถ้าหากเราไม่กระจายความเสี่ยง!
เพราะอะไร?
เพราะเราไม่มีคาดเดาปัจจัยภายนอก ที่จะมากระทบหุ้นที่เราถือได้อย่างแม่นยำ
เราไม่มีทางทราบว่า จะมีปัจจัยภายนอกอะไรบ้างที่จะเข้ามากระทบอย่างหนัก (เหมือนที่เราเจอกันในปี 2020 นี้)
ดังนั้น วิธีที่จะทำให้เราปิดโอกาสขาดทุนได้อย่างแท้จริง (และยังสร้างผลตอบแทนที่ดีด้วย)
นั่นก็คือ การกระจายความเสี่ยง โดยถือหุ้นในพอร์ตประมาณ 5-10 ตัว
นอกจากจะลดความเสี่ยงให้ต่ำสุดๆ และเพิ่มผลตอบแทนเฉลี่ยได้ดีแล้ว
การที่เราศึกษาหุ้นหลายๆตัว ยังทำให้เรามีโอกาสซื้อหุ้นในราคาที่ถูกได้ทุกปีด้วย
(บางท่าน รู้จักหุ้นเป็นอย่างดีอยู่แค่ 2-3 ตัวทั้งตลาด รอ 5 ปี ราคายังไม่เคยลงมาให้ซื้อได้ สุดท้ายอดใจไม่ไหว ซื้อตอนราคาแพง ทำให้ขาดทุน หรือได้ผลตอบแทนน้อย)
ก่อนจบคอร์ส ผมจะตรวจการบ้านของทุกคน เป็นรายบุคคล
ว่าหุ้น 5-10 ตัวในพอร์ต (หรือใน Excel สำหรับหุ้นที่ราคายังไม่ลงมาถึงราคาเป้าหมาย) ของคุณผ่าน Checklist คุณภาพหุ้นหรือไม่
และที่สำคัญคือ สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของคุณหรือไม่?
และผลตอบแทนที่คุณน่าจะได้รับ จะสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของคุณหรือไม่?
และมีจุดไหนที่คุณต้องระวัง และไปทำการบ้านเพิ่ม และมาพูดคุยกันต่อ (อีก 2 เดือน)
1. เข้าใจเบสิคที่สำคัญ 7 เรื่องใหญ่ๆ ของการลงทุนแบบ VI อย่างลึกซึ้ง
ซึ่งเป็นวิธีที่พิสูจน์มากว่า 100 ปี ว่าได้ผลดีและปลอดภัยในการลงทุนที่สุด
2. ขจัดอาการไม่มั่นใจ ทั้งการเลือกหุ้น การประเมินราคา การซื้อ การขาย ฯลฯ
เพราะคุณจะมีเข็มทิศ และเครื่องมือ (Checklist และไฟล์ Excel) ที่จะเป็นเหมือนเข็มขัดนิรัดภัยให้คุณทุกครั้งที่จะซื้อ หรือขายหุ้น ให้ปลอดภัย และทำกำไรได้จริง
3. หาหุ้นถูก ซื้อได้ทุกปี
ผมการันตีว่า หุ้นดี และถูก มีให้ซื้อทุกปี แต่เหตุผลที่คนส่วนใหญ่หาไม่เจอเพราะ รู้จักหุ้นน้อยตัวเกินไป, ไม่ได้เกาะติดหุ้นอย่างละเอียด และนานพอ, และสุดท้ายไม่ได้ประเมินมูลค่า และติดตามราคาอย่างต่อเนื่อง (อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็พอ ใช้เวลา 3 นาที)
เราจะสอนวิธีที่เรียบง่าย ทำตามได้ง่าย ได้ผล แม่นยำ คุณจะซื้อหุ้นถูก ง่ายเหมือนช็อปปิ้งออนไลน์
4. พอกันที กับการติดดอย และขาดทุน
ถ้าคุณเลือกหุ้นที่ดี มีอนาคต และซื้อในราคาที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัยอย่างน้อย 30% เสมอ (ย้ำว่าเสมอ!!) และยังกระจายความเสี่ยงมากพอ (แต่ไม่มากเกินไปจนดูแลไม่ไหว) ผลลัพธ์คือคุณจะไม่มีวันติดดอยอีกเลย
5. ไม่ต้องกลัวตกรถ อีกต่อไป
อาการกลัวตกรถ ส่วนใหญ่เกิดจาก เราไม่รู้ว่าราคาที่หล่นลงมา ต่ำที่สุดหรือยัง? และคุณภาพธุรกิจนี้มันจะแย่ลงอีกไหม? ซึ่งถ้าเพียงแต่เราเข้าใจคุณภาพของหุ้นที่เราสนใจมากพอ และรักษากฎเหล็กเรื่อง ส่วนเผื่อความปลอดภัย 30% จากราคาเหมาะสม เราจะไม่มีคำว่า กลัวตกรถ เพราะเรายึดมั่นกับเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์
6. สูตรลับทำกำไร > 10% ต่อปี ระยะยาว ความเสี่ยงใกล้เคียง 0%
เข้าใจวิธีลงทุนให้กำไรต่อเนื่อง (อย่างน้อย 10% ต่อปี หรือมากกว่านั้น) ใช้เวลาน้อย และที่สำคัญ ความเสี่ยงเข้าใกล้ 0
7. ได้แผนเกษียณเบื้องต้นที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้
เพราะแต่ละคนเป้าหมายทางการเงินไม่เหมือนกัน เราไม่เปรียบเทียบกับใคร แต่เราจะต้องตอบให้ได้ว่า แผนเกษียณของเราหน้าตาเป็นอย่างไร และกลยุทธ์ที่จะไปถึง ต้องทำอย่างไร (ซื้อหุ้นประเภทไหน, คาดหวังปันผลเท่าไหร่, ใช้เวลากี่ปี ฯลฯ)
8. คุณจะได้เป็นเจ้าของหุ้นบริษัทที่แข็งแกร่งจริงๆ
พอกันที บริษัทที่ “เหมือนจะแข็งแกร่ง” ซื้อปุ๊บ ราคาร่วงปั๊บ และหลายครั้งก็ไม่เคยกลับขึ้นมาอีกเลย (เรียกอาการนี้ว่า “ติดดอย”)
9. สอนแกะ 56-1 ให้จบภายใน 5 นาที และเอาไปตัดสินใจลงทุนได้จริง
ไม่ใช่อ่านกัน 5 เดือน แบบอ่านปกติ เน้นจุดที่สำคัญเป็นหลัก
10. เพิ่มน้ำหนักหู!! (ลดอาการหูเบา) ผู้บริหาร นักวิเคราะห์ พูดอะไรก็เชื่อ!! ด้วยการอ่านงบการเงิน ขาด!! (แบบเบสิค)
เพื่อคอนเฟิร์มว่าหุ้นที่เราสนใจ “แข็งแกร่งจริง” หรือ “โตจริง” อย่างที่เราคิดหรือเปล่า?
รู้หรือไม่? งบการเงินสามารถถูกเล่นแร่แปรธาตุได้ แต่ไม่สามารถตบตา คนที่เข้าใจอย่างแท้จริงได้ (ทุกคนทำได้ ไม่ยาก)
การตั้งเป้าหมาย คือกระดุมเม็ดแรกในการลงทุนของคุณ การตั้งเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ ลักษณะของหุ้น ราคาหุ้นเป้าหมาย จิตวิทยาการลงทุน ฯลฯ
การตั้งเป้าหมายได้สมเหตุสมผล จะทำให้คุณลงทุนได้อย่างมีทิศทาง มีเหตุผลอยู่เหนืออารมณ์ และจะมีความสุขกับการลงทุน
เมื่อเรียนจบวันนี้ คุณจะเข้าใจว่าทำไม…? การลงทุนจึงจำเป็นสำหรับทุกคน
และทำไม…? การไม่ขาดทุนในการลงทุนแม้แต่ปีเดียว เป็นกฎเหล็กข้อแรกที่สำคัญที่สุด
และคุณจะเข้าใจประเภทของหุ้นชัดๆ 6 ประเภท และพอร์ตของคุณ ควรมีหุ้นประเภทไหนบ้าง และมีกี่ตัว?
และเรียนรู้การอ่าน 56-1 อย่างรวดเร็ว ทำให้คุณเข้าใจหุ้นได้เร็ว และลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
เมื่อจบวันนี้ เปรียบเสมือนคุณจบคลาส Mini MBA แบบย่อๆ
จะทำให้คุณวิเคราะห์ธุรกิจได้อย่างรอบด้าน ลดปัญหาการมโน หรือคิดไปเองว่า หุ้นตัวนั้นดี ตัวนี้ไม่ดี
คุณจะวิเคราะห์คุณภาพของหุ้นด้วยตัวเองได้ และจะรู้ว่า ทุกคำถามสำคัญ จะต้องหาคำตอบอย่างไร และที่ไหน
เมื่อจบวันนี้ คุณจะเก่งมากขึ้นในการหาจุดอ่อนของธุรกิจที่กำลังจะลงทุน
และจะทำให้คุณหาหุ้นที่จะลงทุนยากมากขึ้น
แต่ขณะเดียวกัน ก็มีข้อดีคือ จะทำให้คุณมีหุ้นที่แข็งแกร่งอย่างเป็นรูปธรรมจริงๆใน Watchlist ของคุณมากขึ้น
มาตรฐานในการเลือกหุ้นของคุณจะสูงขึ้น ทำให้โอกาสที่คุณจะขาดทุนจากตลาดหุ้นลดลง และเพิ่มผลตอบแทนให้คุณได้มากขึ้น
เรียนจบวันนี้ คุณจะเข้าใจพื้นฐานเรื่องงบการเงินทั้ง 3 รูปแบบ เข้าใจที่มาที่ไปของงบการเงินผ่านตัวอย่างธุรกิจจริง ไม่ใช่การท่องจำ
และจะทำให้คุณอ่านงบการเงินในตลาดหุ้นอย่างง่ายเป็น เพิ่มความแน่นอน เพิ่มความมั่นใจ และผลตอบแทนให้มากขึ้น
เมื่อจบวันนี้ คุณจะเข้าใจอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญต่างๆทั้งหมด
และสามารถนำความรู้นี้ ไปสแกนหุ้นที่กำลังจะลงทุนได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น
เพื่อให้กรองหุ้นที่คุณภาพดี เติบโตยั่งยืน มีความเสี่ยงต่ำ ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกได้ดี
ลดโอกาสขาดทุน เพิ่มผลตอบแทน เพิ่มความสบายใจ
เรียนจบวันนี้ ประเมินมูลค่าเป็นแน่นอน! คุณจะเกิดความมั่นใจว่าจะซื้อหุ้นนี้ที่ราคาเท่าไหร่ดี
ทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับราคาที่ขึ้นๆลงๆ และการซื้อๆขายๆแบบสะเปะสะปะอีกต่อไป
เรียนรู้แนวคิด และวิธีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสขาดทุนของคุณให้ใกล้เคียง 0 ที่สุด แถมยังเพิ่มผลตอบแทนอีกด้วย
เมื่อจบวันนี้ คุณจะได้ Roadmap การลงทุนของตัวคุณเอง ที่เหมาะกับความรู้ความเข้าใจ เวลาในการศึกษา และผลตอบแทนที่คุณคาดหวัง
คุณจะมีหุ้นใน Watchlist ของคุณ 5-10 ตัว พร้อมราคาเป้าหมายที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย (MOS) อย่างน้อย 30%
และคุณจะได้เปรียบเทียบแนวคิดของคุณ กับแนวคิดพอร์ตการลงทุนของเพื่อนๆในคลาสอีกด้วย
ผมเชื่อว่า เราไม่สามารถหาโอกาสที่จะได้เรียนรู้ในลักษณะนี้จากที่อื่นได้ง่ายๆ
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ที่เราอยากให้เกิดขึ้นในคอร์สนี้ครับ ^^
สำหรับใครที่มีคำถามส่วนตัวด้านการลงทุน อยากสอบถามวิทยากร เรามี Forum (กระทู้) ออนไลน์ เพื่อให้ทุกท่านสามารถไปทิ้งคำถามไว้ได้ทุกเมื่อ และสามารถไปไล่อ่านย้อนหลังคำถามที่น่าสนใจของเพื่อนๆได้ด้วยเช่นกัน
1. นักลงทุนอิสระ Full-time แนววีไอคนหนึ่ง ที่หลงไหลในการลงทุนสไตล์วีไอ ผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาว 30% ต่อปี
สามารถอยู่กับการเจาะลึกเรื่องหุ้นได้วันละ 8 ชั่วโมงทุกวัน อย่างมีความสุข และคิดว่าอยู่กับหุ้นได้ตลอดชีวิต
ใช้เวลาส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ไปกับกิจกรรมที่เกี่ยวกับหุ้น เช่น
แกะงบการเงินบริษัทใน Watchlist ของตัวเอง ไตรมาสละ 50 บริษัท
ติดตามข่าวเศรษฐกิจ, ไปเยี่ยมชมกิจการ (Company Visit) ในบริษัทที่สนใจทุกเดือน
2. นักลงทุนที่เคยขาดทุนเกือบหมดตัว แต่พลิกกำไรมาทำไรได้ 20 เด้ง (จากปี 2009-2014)
ใช้เวลา 6 เดือน ขาดทุน 40% เจ๊งเกือบหมดตัว จากนั้นใช้เวลาศึกษาและทำการบ้านอย่างหนักวันละ 8-12 ชั่วโมงต่อเนื่องทุกวัน 6 เดือน อ่านหนังสือมากกว่า 100 เล่ม แกะงบมากกว่า 500 บริษัท และติดตามผลประกอบการบริษัททุกไตรมาส มากกว่า 50 บริษัท (ใน Watchlist ของผม)
หลังจากนั้นก็ไม่เคยขาดทุนอีกเลย
จนตกผลึกว่าจริงๆแล้วการลงทุนเป็นเรื่อง “เรียบง่าย” สำหรับคนมีความรู้
3. นักธุรกิจ และนักบริหาร ที่เคยอยากปั้นบริษัทเข้าตลาดหุ้น
แต่สุดท้ายค้นพบว่า การทำธุรกิจถึงแม้จะทำยอดขาย และกำไรได้เยอะ แต่ไม่มีความสุขเท่ากับการวิเคราะห์หุ้น และลงทุนในหุ้น
ทำธุรกิจมา 10 ปี สุดท้ายค้นพบว่า ตนเองไม่ชอบในการบริหารคน
(ธุรกิจที่ทำ คือเฟอร์นิเจอร์ Living Element ที่มีคนติดตามกว่า 290,000 คน
ปัจจุบันส่งมอบให้ภรรยาดูแล 100% และเปลี่ยนมาเป็นนักลงทุนเต็มเวลา)
4. นักลงทุนที่มีใจ อยากจะเผยแพร่ความรู้ ไม่ชอบเห็นคนใกล้ตัวขาดทุน แต่…ก็อยากทำคอร์สให้เป็นธุรกิจด้วย
อย่างไรก็ตาม… ใครที่ไม่มีงบ อยากเรียนฟรี เรามีคอร์สฟรี มากกว่า 60 ตอนให้ดูฟรี
(ผมมั่นใจว่า ตัวคอร์สฟรี ถ้าคนขยัน และมีวินัยมากๆ ดูจบก็ลงทุนได้อย่างมั่นใจแน่นอน)
แต่ใครอยากย่นระยะเวลาความสำเร็จ, อยากให้จับมือทำ Workshop, อยากมีเพื่อน มีสังคมนักลงทุนที่ช่วยกันคิด ช่วยกันแลกเปลี่ยนความเห็น, อยากให้ช่วยแนะนำแบบเฉพาะเจาะจง, แก้ไขพอร์ต หรือปรึกษาเรื่องการลงทุน
เรียนเชิญในคอร์ส Workshop คอร์สหุ้น 0-100 VI Turn Pro
5. นักลงทุนที่ปัจจุบัน กำลังพยายามทำทั้งเนื้อหา คอร์ส และหลักสูตร ให้ออกมาเข้าใจง่ายที่สุด
มีความคาดหวังสูง!! ต่อผู้ที่จะมาลงคอร์ส ให้ได้รับความเข้าใจ และมีสุขภาพพอร์ตที่ดีขึ้น ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น
6. สมาชิกอาสาพิทักษ์สิทธิ์ผู้ถือหุ้น – สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
ได้รับเกียรติไปเป็นหนึ่งในทีมช่วยตรวจสอบ ให้คะแนนความโปร่งใส ของบริษัทต่างๆในตลาดหลักทรัพย์
7. วิทยากรรับเชิญ สอนเรื่อง การลงทุนแบบ VI ที่ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย กับ หลักสูตรนักลงทุนผู้ทรงคุณวุฒิ (Thai Intelligent Investors Program – TIIP)
สอนเรื่องการลงทุนแบบวีไอ
เยี่ยมชมกิจการ (Company Visit) MEGA WE CARE หุ้นเติบโตที่น่าจับตามอง
อัพเดตมุมมองการเงินของโลก ที่งาน Asian Financial Forum (AFF) ที่ฮ่องกง เป็นงานที่ผูนำทางการเงินระดับโลกมาบรรยายแนวโน้มการเงิน และเศรษฐกิจในปีนั้นๆ (เช่น CEO VISA, Master Card, AMEX, World Bank, FED เป็นต้น)
งานอดิเรกนอกจากการลงทุนของผมคือการเล่นหมากล้อม ผมใช้เวลาฝึกฝนโกะเพียงไม่กี่ปีก็พบว่า โกะช่วยขัดเกลาชีวิตการลงทุนของผม ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างมาก
ได้รับเกียรติเลื่อนขั้นหมากล้อมโดยคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย และเป็นประธานสมาคมหมากล้อมจีนโลก
ผมตัดสินใจลงแข่งขัน GO International Championship 2019 เพราะเชื่อว่าการแข่งขัน จะทำให้เราพัฒนาได้เร็ว เพิ่มความท้าทายให้ชีวิต และฝึกความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา (ผมลงเอยด้วยการได้อันดับ 3 รองจากแชมป์ชาวสิงคโปร์ และรองแชมป์จากเกาหลี)
โกะ นอกจากจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการลงทุนหุ้นให้กับผมแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ผมเอาไว้ใช้เวลาร่วมกับลูกสาวอีกด้วย ใครมีลูกมีหลานผมแนะนำนะครับ ช่วยพัฒนาสมองทั้งสองฝั่งได้อย่างดีเยี่ยมเลยครับ ^^
ผมขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจส่งต่อธุรกิจให้ภรรยา วางมือจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และมาเป็นนักลงทุนเต็มเวลา เพราะสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้มาคือ “ความสามารถในการบริหารพอร์ตเวลาของตนเอง” ได้ดียิ่งขึ้น
จากเดิมตอนทำธุรกิจ ตลอด 8-9 ปีนั้น ผมแทบไม่มีเวลาให้ลูกสาวเลย
แต่ตอนนี้ผมมีเวลาให้เค้าอย่างเต็มที่ นี่เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ที่อะไรก็แลกไม่ได้
ขอขอบคุณลูกศิษย์ทุกท่าน ที่ทุ่มเท ตั้งใจเรียน และทำการบ้านอย่างหนัก
ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนครับ
Q: สนใจการลงทุนแนววีไอ แต่มีเงินน้อย จะเหมาะไหม?
A: การเป็นนักลงทุนวีไอ ไม่เกี่ยวว่าจะมีเงินเท่าไหร่ ส่วนตัวผมเองเริ่มต้นด้วยเงิน 480,000 บาท และขาดทุน 40% เหลือประมาณ 280,000 บาท ในการเริ่มต้นอีกครั้ง และไม่ได้เพิ่มเงินทุนเข้าไปเพิ่มเลย ก็สามารถทำให้พอร์ตโตขึ้นเป็น 10 ล้านบาทได้ ผมเชื่อว่าสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่มี แต่อยู่ที่ความตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะเข้าใจมันให้ได้จริงๆหรือเปล่า เพราะถ้าเราเข้าใจมันจริงๆแล้วทุกๆคนก็สามารถลงทุนได้ทุกคนครับ และผมก็เชื่อมั่นว่า ทุกคนควรมีการลงทุนนอกเหนือจากทำงานปกติทุกคนครับ
Q: คอร์สนี้แตกต่างจากคอร์สหุ้นอื่นๆ ส่วนใหญ่อย่างไร?
A: เราเชื่อว่าคอร์สการลงทุนทุกคอร์ส ล้วนมีประโยชน์กับผู้เรียนทุกคนไม่มากก็น้อย
แต่เราก็เชื่อว่าเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ ยังไม่มั่นใจในความรู้การลงทุนของตัวเอง
เพราะส่วนใหญ่จะเน้นนั่งฟัง และมีโอกาสลงมือทำน้อย
ดังนั้นคอร์สเราของจะเน้น Workshop ทุกเนื้อหาที่สำคัญ
มีทั้ง Workshop แบบกลุ่ม และ Workshop แบบเดี่ยว มากกว่า 30 Workshops
และก่อนจบคอร์ส ทุกคนต้องมี list หุ้นในพอร์ตอย่างน้อย 5-10 ตัว
พร้อมราคาเป้าหมายที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัยอย่างน้อย 30%
และเรายังมี Member กลุ่มปิดที่จะมาคัดหุ้นกันอีก 6 สัปดาห์ เพื่อตอบสนองผู้เรียนที่มีเวลาไปศึกษาหุ้นเองน้อย
Q: คอร์สหุ้น 0-100 VI Turn PRO แตกต่างจากคอร์สฟรีสอนหุ้นวีไอมือใหม่ กำไรตั้งแต่ซื้อ (60 ตอน) อย่างไร?
A: สิ่งที่แตกต่างคือ คอร์สนี้จะเน้นให้ทุกคนที่มาเรียนเข้าใจ และเห็นผลที่สุด โดยจะ Workshop มากกว่า 30 Workshops, เรียนจบทุกคนต้องมีหุ้นอย่างน้อย 5-10 ตัว และมีไลฟ์สด คัดหุ้นนางฟ้า, ช็อปหุ้นถูก และวีไอคลีนิกอีก 6 สัปดาห์
Q: เรียนจบแล้ว ดูย้อนหลังได้หรือไม่?
A: เรามีคลิป เกี่ยวกับการบ้านทุก Workshop ให้ดูย้อนหลังได้
Q: หากไม่สะดวกเข้าเรียนบางวัน จะทำอย่างไรได้บ้าง?
A: ทางทีมงานจะประสานงานให้เรียนชดเชย เฉพาะเนื้อหาในวันที่ผู้เรียนขาดในรุ่นถัดไป
อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ อยากให้ผู้เรียนทุกท่านเข้าเรียนให้ครบ 100% เพราะเนื้อหาในแต่ละวันจะร้อยเรียงต่อเนื่องกัน ดังนั้นการที่ผู้เรียนเข้าเรียนทุกวัน และเข้าใจอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทางทีมงานเชื่อว่า จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียนครับ ^^
Q: เรียนจบแล้ว จะประสบความสำเร็จ จากตลาดหุ้นแน่นอนจริงหรือ?
A: ด้วยวิธีที่ผมพิสูจน์มามากกว่า 12 ปี และระบบการเรียนที่เราออกแบบมา เรามั่นใจมากๆว่า เมื่อทุกท่านจบคอร์สนี้ไป สิ่งที่ทุกท่านจะได้แน่ๆคือ “พื้นฐานความเข้าใจที่แข็งแรง” ในเรื่องการลงทุนแบบวีไอ และพื้นฐานที่แข็งแรงนี้เอง จะเป็นตัวช่วยปกป้องการขาดทุนให้กับท่าน และการปกป้องการขาดทุนนั้น จะเป็นจุดที่ทำให้เราทำผลตอบแทนได้มาก ส่วนใครที่ขยันทำการบ้าน ต่อยอดจากสิ่งที่เรียนไปยิ่งมาก ก็จะยิ่งทำผลตอบแทนได้มากขึ้น
Q: ทำไมถึงต้องมีระบบ Member ฟรี 2 เดือน?
A: เพราะเราเข้าใจดีว่า หลายท่านที่เรียนเรื่องการลงทุน อาจจะมีเวลาศึกษาด้วยตนเองต่อหลังเรียนจบ ไม่มากพอ ทำให้พลาดโอกาสในการต่อยอดความรู้ที่มี หรือบางท่านถึงแม้จะมีความเข้าใจมากขึ้นเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีความไม่มั่นใจอยู่บ้าง เพราะประสบการณ์อาจจะยังไม่มาก ทางเราจึงอยากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่านด้วยการไลฟ์ 3 รายการต่อเดือน ได้แก่ 1. ตะแกรงร่อนหุ้น(เจาะลึกหุ้นคุณภาพดี, หาหุ้นดี ราคาถูก)
Q: หลังจาก Member 2 เดือนจบแล้ว มีค่าใช้จ่ายต่อไหม?
A: มีค่าใช้จ่าย 6 เดือน 15,950 บาท แต่ถ้า สมัครสมาชิก 1 ปี ลด 10% : 28,710 บาท (ประหยัด 3,190 บาท)
Q: เรียนจบแล้ว ถ้าไม่ต่ออายุ Member สามารถสอบถาม/ปรึกษา วิทยากรได้ไหม?
A: สามารถสอบถามวิทยากรได้ โดยเราจะมี Forum สำหรับศิษย์เก่าเพื่อให้มาโพสต์ถามกัน
Q: คอร์สนี้สอนแนว VI แปลว่าต้องถือหุ้นนานมากๆ หรือเปล่า กว่าจะได้ผลตอบแทนที่ดี?
A: ไม่เสมอไป หลักการวีไอจริงๆแล้วไม่ใช่การถือหุ้นระยะยาว แต่เป็นการซื้อหุ้นถูกกว่ามูลค่าที่แท้จริงต่างหาก
ดังนั้น ถ้าหุ้นขึ้นไปเกินมูลค่าที่เหมาะสม มากๆ เราก็สามารถขายทำกำไรได้ทันที
หรือหากเราเจอหุ้นถูกตัวอื่น ที่เรามองว่ามีส่วนเผื่อความปลอดภัยที่มากกว่า และเรามั่นใจในกิจการ ไม่แพ้หุ้นตัวเดิม
เราก็สามารถขายตัวเก่าทำกำไร เพื่อไปเข้าตัวใหม่ได้เช่นกัน ซึ่งหลายต่อหลายครั้ง
สิ่งนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น (แต่หลายครั้งก็นานกว่านั้น เช่น ครึ่งปีถึงหนึ่งปี)
รุ่น 59 : วันที่ 30-31 สิงหาคม 2568, 6-7 สิงหาคม 2568 (9:00น. – 17:00น.)
11 กันยายน 2568 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (เต็มแล้ว)
รุ่น 60 : วันที่ 4,11 ตุลาคม 2568, 18-19 ตุลาคม 2568 (9:00น. – 17:00น.)
25 ตุลาคม 2568 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (5 ที่นั่งสุดท้าย)
รุ่น 61 : วันที่ 1,2 พฤศจิกายน 2568, 8-9 พฤศจิกายน 2568 (9:00น. – 17:00น.)
13 พฤศจิกายน 2568 Live ตรวจการบ้านผ่าน ZOOM (18:30น.-22:00น.) (15 ที่นั่งสุดท้าย)
จากราคา 44,900 บาท ลดเหลือ 36,500 บาท
จองล่วงหน้า Early Bird – 27,000 บาท ลด 40%
(เมื่อชำระเงินภายในวันที่ 24 กันยายน 2025!)
