Hot Topic! บอลโลก (เย้!) หุ้นกลุ่มไหนได้ประโยชน์? | Hot Topic! EP.40
เจาะลึกหุ้นรับอานิสงส์ฟุตบอลโลก 2026: โอกาสทองของ JAS และ MONO หรือไม่? และกลุ่มไหนได้ประโยชน์ตามมา
มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง “ฟุตบอลโลก” ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความบันเทิงสำหรับแฟนบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นอีเวนต์ระดับโลกที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และแน่นอนว่าย่อมส่งผลดีต่อตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน ล่าสุดได้มีการประกาศรายชื่อผู้คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้หุ้นกลุ่ม JAS และ MONO กลายเป็นที่จับตามองในทันที
วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า การที่ JAS และ MONO ได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดในครั้งนี้ จะส่งผลต่อทิศทางธุรกิจอย่างไร มีความท้าทายอะไรที่ต้องระวัง และมีหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมไหนอีกบ้างที่จะได้รับ “ลาภลอย” จากกระแสฟุตบอลโลกในครั้งนี้
เปิดดีลประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของ JAS และ MONO
ผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงและชัดเจนที่สุดในเหตุการณ์นี้หนีไม่พ้นบริษัท แจส (JAS) ที่เป็นผู้คว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาครองได้สำเร็จ โดยมีรายละเอียดการลงทุนที่น่าสนใจ ดังนี้
- ครอบคลุมลิขสิทธิ์ 2 สมัย: JAS ได้ทุ่มเงินลงทุนมูลค่าสูงถึง 2,310 ล้านบาท เพื่อแลกกับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกถึง 2 ครั้ง คือในปี 2026 (ฟุตบอลโลกครั้งหน้า) และปี 2030
- ช่องทางการรับชมผ่าน MONOMAX: การถ่ายทอดสดช่องทางหลักจะดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Monomax ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท โมโน (MONO) ที่มีประสบการณ์การถ่ายทอดสดกีฬาอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาก่อนแล้ว
- กลยุทธ์การจัดแพ็กเกจ (Repackage): ทางโมโนได้วางกลยุทธ์ด้วยการนำฟุตบอลโลกมาจัดแพ็กเกจพ่วงไปกับพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โดยคาดการณ์ราคาแพ็กเกจรวมอยู่ที่ประมาณ 5,999 หรือ 6,000 บาท ซึ่งดึงดูดทั้งกลุ่มคนที่ชอบดูบอลลีกและกลุ่มที่ชอบดูบอลระดับทีมชาติให้เข้ามาสมัครสมาชิก
- ความท้าทาย (โอกาสคืนทุนอยู่ที่ตรงไหน?):
- ปัจจุบัน Monomax มีฐานผู้ใช้งาน (User) อยู่ที่ประมาณ 1.7 ล้านราย
- จากการคำนวณเบื้องต้นด้วยงบลงทุน 2,300 ล้านบาท และส่วนต่างราคาแพ็กเกจฟุตบอลโลกที่เพิ่มขึ้นมาราวๆ 1,500 บาท
- ทาง JAS และ MONO อาจจะต้องหาผู้สมัครสมาชิกเพิ่มอีกถึง 2.3 ล้านราย ในช่วง 2 รอบของการแข่งขัน จึงจะสามารถถึงจุดคุ้มทุน (Break-even) ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่ท้าทายพอสมควรเมื่อเทียบกับฐานผู้ใช้งานเดิม
- นอกจากนี้ ทางบริษัทยังต้องพึ่งพารายได้เสริมจากการขายสปอนเซอร์ โฆษณาระหว่างแมตช์ หรือการขายสิทธิ์ต่อให้ฟรีทีวี เพื่อช่วยครอบคลุมต้นทุนอีกทางหนึ่ง
“เวลา” อุปสรรคชิ้นใหญ่ของการถ่ายทอดสดครั้งนี้
แม้การคว้าลิขสิทธิ์ของ JAS และ MONO จะเป็นข่าวดี แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาคือ “โซนเวลา” ของการจัดการแข่งขัน ฟุตบอลโลกปี 2026 จะจัดขึ้นในทวีปอเมริกา ซึ่งเวลาท้องถิ่นแทบจะตรงข้ามกับประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง
- ตารางเตะขัดใจคนทำงาน: แมตช์การแข่งขันส่วนใหญ่จะเริ่มต้นในเวลาดึกจัดไปจนถึงเช้าตรู่ เช่น 02.00 น., 04.00 น., 08.00 น. หรือแม้กระทั่ง 09.00 น.
- ยอดคนดูอาจลดลง: เวลาที่ดึกและเช้าเกินไปจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานผู้ชม ทั้งกลุ่มวัยเรียนที่ต้องตื่นไปโรงเรียน และกลุ่มคนวัยทำงานที่ไม่สามารถรับชมในช่วงเวลางานได้ สิ่งนี้อาจทำให้กระแสความคึกคักและการบอกปากต่อปากลดลง เมื่อเทียบกับการจัดแข่งในแถบเอเชียหรือยุโรปที่มีเวลาเป็นมิตรกับคนไทยมากกว่า
ใครบ้างที่ได้ “ลาภลอย” จากกระแสฟุตบอลโลก?
นอกเหนือจาก JAS และ MONO ที่เป็นตัวเอกในงานนี้แล้ว ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากการที่คนไทยตื่นตัวรับชมฟุตบอลโลก ดังนี้
- ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Providers): ในยุคที่คนดูบอลผ่านสตรีมมิ่งและแอปพลิเคชัน ผู้เล่นหลักอย่าง AIS และ TRUE จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการดึงข้อมูล (Data) ที่เพิ่มสูงขึ้น บางครอบครัวอาจตัดสินใจติดอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่ม หรืออัปเกรดแพ็กเกจมือถือให้มีความเร็วสูงขึ้นเพื่อรองรับการรับชมวิดีโอแบบลื่นไหลและคมชัด
- ธุรกิจร้านสะดวกซื้อและสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG): บรรยากาศการเชียร์บอลย่อมมาคู่กับการดื่มกิน ธุรกิจขายส่ง ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม (ทั้งแบบมีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์) มักจะมียอดขายพุ่งกระฉูดในช่วง 1 เดือนของการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม รอบนี้อาจต้องเผชิญข้อจำกัดเรื่องเวลาเตะที่ดึกมากจนเกินเวลาเปิดทำการของผับบาร์ตามกฎหมาย ทำให้การรวมกลุ่มสังสรรค์ดูบอลตามร้านอาหารหรือสถานบันเทิงอาจไม่คึกคักเท่าที่ควร และการซื้อสินค้ามาตุนไว้ดูที่บ้านอาจมีปริมาณจำกัดกว่า
- ธุรกิจสินค้าไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้า: ร้านค้าปลีกไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น Com7, Advice, HomePro หรือ DoHome อาจได้เห็นแรงซื้อสินค้ากลุ่มสมาร์ททีวี (Smart TV) หรือแท็บเล็ต (iPad) เพิ่มขึ้น เพื่อนำมาใช้รับชมการถ่ายทอดสดให้ได้อรรถรสมากขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาแข่งขันที่ดึก อาจทำให้แรงกระตุ้นในการซื้อของชิ้นใหญ่ลดหลั่นลงไปบ้าง
- ธุรกิจโฆษณาและสื่อโฆษณานอกบ้าน (Out of Home Media): แบรนด์ต่างๆ ที่เป็นสปอนเซอร์ หรือผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างโมโนเอง ย่อมต้องมีการอัดงบโปรโมตอย่างหนักเพื่อแย่งชิงพื้นที่สื่อ ทำให้ธุรกิจอย่าง PlanB หรือผู้ให้บริการสื่อโฆษณาอื่นๆ มีโอกาสรับเม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้น
มีใครเสียประโยชน์หรือไม่?
แน่นอนว่าเมื่อมีผู้ได้ ย่อมต้องมีผู้เสีย แพลตฟอร์มอย่าง TrueVision อาจเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม หลังจากที่สูญเสียสิทธิ์การถ่ายทอดพรีเมียร์ลีกให้กับคู่แข่งไปแล้วในปีที่ผ่านมา การที่กลุ่ม JAS และ MONO ได้สิทธิ์ฟุตบอลโลกไปอีก อาจส่งผลให้ลูกค้ารู้สึกว่าคอนเทนต์กีฬาที่ต้องการดูย้ายไปอยู่แพลตฟอร์มอื่นหมดแล้ว ซึ่งอาจเร่งให้เกิดการยกเลิกสมาชิก (Subscription) หรือทำให้ยอดผู้ใช้งานที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ไหลออกไปเพิ่มเติมได้ในอนาคต
บทสรุปทิศทางการลงทุน
การประกาศคว้าลิขสิทธิ์ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจที่สำคัญให้กับ JAS และ MONO อย่างไม่ต้องสงสัย
ข้อควรระวังสำหรับนักลงทุน: ควรประเมินปัจจัยเรื่องของ “ระยะเวลาความคุ้มทุน” และ “พฤติกรรมผู้บริโภค” ที่จะได้รับผลกระทบจากโซนเวลาที่แข่งขัน ควบคู่ไปกับความสามารถในการหาสปอนเซอร์ของบริษัทด้วย
นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่มค้าปลีก อาหารเครื่องดื่ม และอินเทอร์เน็ต ก็ถือเป็นทางเลือกการลงทุนทางอ้อมที่น่าสนใจและมีความเสี่ยงต่ำกว่าสำหรับผู้ที่ต้องการเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 ในครั้งนี้
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

