Notifications
Clear all

สอบถามค่าสถิติสำคัญ ใน set.or.th และ Set Smart จากเมนู Company > Company Highlights


pop
 pop
(@pop)
Estimable Member
Joined: 5 years ago
Posts: 49
Topic starter  

รบกวนขอสอบถามครับอาจารย์ 

1. สังเกตค่าสถิติสำคัญใน set.or.th วันที่ของงบการเงินที่ใช้คำนวณค่าสถิติ จะใช้วันที่ 30 ก.ย. ของทุกปี สงสัยว่าทำไมไม่ใช้วันสิ้นปีครับ (รูปที่ 1)

2. ผมลอง Export ตัวเลขจาก Set Smart จากเมนู Company > Company Highlights ก็จะได้ตัวเลขเดียวกัน เหมือนตัวเลขจาก set.or.th คือใช้ วันที่ของงบการเงินที่ใช้คำนวณค่าสถิติ เป็นวันที่ 30 ก.ย. เช่นกัน

คำถามคือ เราสามารถใช้ตัวเลขนี้วิเคราะห์งบการเงินแบบคร่าวๆ ก็ได้ใช่ไหมครับ? (มันได้ Highlights ตัวเลขสำคัญๆ มาให้แล้ว เลยทำให้ง่าย และเร็วดี แต่จะไม่ละเอียดเท่า Template ของอาจารย์ และผมลองตรวจดูจาก Template ของอาจารย์โดยใช้หุ้น CPALL ตัวเลขส่วนใหญ่ก็ตรงกัน)

3. จาก Template ของอาจารย์ จะใช้วันสิ้นงวด ในการหาตัวเลขสำคัญเช่น P/E, P/BV ใช่ไหมครับ? และถ้าใช่ ตัวเลขต่างๆ จะไม่ตรงกับตัวเลขจาก Set Smart ก็ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ? โดยเฉพาะอย่างยิงการเอา P/E, P/BV, EV/EBITDA ไปหา MOS

รบกวนอาจารย์ด้วยนะครับ


   
Quote
(@prapas-b88)
Noble Member Admin
Joined: 5 years ago
Posts: 1869
 
Posted by: @pop

1. สังเกตค่าสถิติสำคัญใน set.or.th วันที่ของงบการเงินที่ใช้คำนวณค่าสถิติ จะใช้วันที่ 30 ก.ย. ของทุกปี สงสัยว่าทำไมไม่ใช้วันสิ้นปีครับ (รูปที่ 1)

1. ช่างสังเกตดีมากๆครับ เป็นปัญหาทางเทคนิคครับ สังเกตนะครับ เฟรมของ set.or.th นั้น จะบันทึกราคาหุ้นรายวัน ดังนั้นพอขึ้นปีใหม่ ก็จำเป็นต้องเลื่อน column ใหม่สำหรับปีใหม่ ซึ่งตอนสิ้นปีนั้น งบ Q4 ยังไม่ออก ทำให้ระบบยังไม่สามารถบันทึกงบได้ แต่พอข้ามไปแล้ว งบ Q4 ออกมา มันก็ไม่สามารถย้อนไปคำนวณย้อนหลังได้ครับ พอนึกออกไหมครับ 

สรุปก็คือ เป็นปัญหาทางเทคนิค ซึ่งทำให้ตัวเลขที่คำนวณได้นั้นจะไม่ตรงกับความเป็นจริงเลยครับ 😉 ซึ่งเราควรใช้งบเต็มปีในการคำนวณถูกไหมครับ สิ่งที่ set ทำจะใช้ข้อมูลของ Q4 ปีก่อนหน้า + Q1-3 ปีปัจจุบันในการคำนวณครับ 

 

Posted by: @pop

2. ผมลอง Export ตัวเลขจาก Set Smart จากเมนู Company > Company Highlights ก็จะได้ตัวเลขเดียวกัน เหมือนตัวเลขจาก set.or.th คือใช้ วันที่ของงบการเงินที่ใช้คำนวณค่าสถิติ เป็นวันที่ 30 ก.ย. เช่นกัน

คำถามคือ เราสามารถใช้ตัวเลขนี้วิเคราะห์งบการเงินแบบคร่าวๆ ก็ได้ใช่ไหมครับ? (มันได้ Highlights ตัวเลขสำคัญๆ มาให้แล้ว เลยทำให้ง่าย และเร็วดี แต่จะไม่ละเอียดเท่า Template ของอาจารย์ และผมลองตรวจดูจาก Template ของอาจารย์โดยใช้หุ้น CPALL ตัวเลขส่วนใหญ่ก็ตรงกัน)

กับหุ้นขนาดใหญ่ที่มีงบการเงินไม่ค่อยเปลี่่ยนแปลงมากจะไม่ค่อยมีปัญหาครับ แต่ถ้าเป็นหุ้นขนาดเล็ก-กลาง และโตเร็วก็จะมีความไม่แม่นยำสูงขึ้นครับ

 

Posted by: @pop

3. จาก Template ของอาจารย์ จะใช้วันสิ้นงวด ในการหาตัวเลขสำคัญเช่น P/E, P/BV ใช่ไหมครับ? และถ้าใช่ ตัวเลขต่างๆ จะไม่ตรงกับตัวเลขจาก Set Smart ก็ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ? โดยเฉพาะอย่างยิงการเอา P/E, P/BV, EV/EBITDA ไปหา MOS

ผมใช้ราคาเฉลี่ยทั้งปีจาก Setsmart คำนวณครับ วันสิ้นปีมีความแกว่งของข้อมูลสูงเกินไปครับ


   
ReplyQuote
pop
 pop
(@pop)
Estimable Member
Joined: 5 years ago
Posts: 49
Topic starter  
Posted by: @prapas-b88
Posted by: @pop

1. สังเกตค่าสถิติสำคัญใน set.or.th วันที่ของงบการเงินที่ใช้คำนวณค่าสถิติ จะใช้วันที่ 30 ก.ย. ของทุกปี สงสัยว่าทำไมไม่ใช้วันสิ้นปีครับ (รูปที่ 1)

1. ช่างสังเกตดีมากๆครับ เป็นปัญหาทางเทคนิคครับ สังเกตนะครับ เฟรมของ set.or.th นั้น จะบันทึกราคาหุ้นรายวัน ดังนั้นพอขึ้นปีใหม่ ก็จำเป็นต้องเลื่อน column ใหม่สำหรับปีใหม่ ซึ่งตอนสิ้นปีนั้น งบ Q4 ยังไม่ออก ทำให้ระบบยังไม่สามารถบันทึกงบได้ แต่พอข้ามไปแล้ว งบ Q4 ออกมา มันก็ไม่สามารถย้อนไปคำนวณย้อนหลังได้ครับ พอนึกออกไหมครับ 

สรุปก็คือ เป็นปัญหาทางเทคนิค ซึ่งทำให้ตัวเลขที่คำนวณได้นั้นจะไม่ตรงกับความเป็นจริงเลยครับ 😉 ซึ่งเราควรใช้งบเต็มปีในการคำนวณถูกไหมครับ สิ่งที่ set ทำจะใช้ข้อมูลของ Q4 ปีก่อนหน้า + Q1-3 ปีปัจจุบันในการคำนวณครับ 

รับทราบครับอาจารย์
ดังนั้น ที่ตัวเลขที่ถูกต้องที่จะใช้ในการวิเคราะห์งบการเงิน เราควรใช้ตัวเลขเต็มปี ซึ่งได้จากงบการเงินที่ Load จาก Set Smart แล้วไปใส่ลง Template ใช่ไหมครับ?

 

Posted by: @pop

2. ผมลอง Export ตัวเลขจาก Set Smart จากเมนู Company > Company Highlights ก็จะได้ตัวเลขเดียวกัน เหมือนตัวเลขจาก set.or.th คือใช้ วันที่ของงบการเงินที่ใช้คำนวณค่าสถิติ เป็นวันที่ 30 ก.ย. เช่นกัน

คำถามคือ เราสามารถใช้ตัวเลขนี้วิเคราะห์งบการเงินแบบคร่าวๆ ก็ได้ใช่ไหมครับ? (มันได้ Highlights ตัวเลขสำคัญๆ มาให้แล้ว เลยทำให้ง่าย และเร็วดี แต่จะไม่ละเอียดเท่า Template ของอาจารย์ และผมลองตรวจดูจาก Template ของอาจารย์โดยใช้หุ้น CPALL ตัวเลขส่วนใหญ่ก็ตรงกัน)

กับหุ้นขนาดใหญ่ที่มีงบการเงินไม่ค่อยเปลี่่ยนแปลงมากจะไม่ค่อยมีปัญหาครับ แต่ถ้าเป็นหุ้นขนาดเล็ก-กลาง และโตเร็วก็จะมีความไม่แม่นยำสูงขึ้นครับ

รับทราบครับอาจารย์ งั้นทำข้อมูลเองลง Template ดีกว่าครับ

 

Posted by: @pop

3. จาก Template ของอาจารย์ จะใช้วันสิ้นงวด ในการหาตัวเลขสำคัญเช่น P/E, P/BV ใช่ไหมครับ? และถ้าใช่ ตัวเลขต่างๆ จะไม่ตรงกับตัวเลขจาก Set Smart ก็ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ? โดยเฉพาะอย่างยิงการเอา P/E, P/BV, EV/EBITDA ไปหา MOS

ผมใช้ราคาเฉลี่ยทั้งปีจาก Setsmart คำนวณครับ วันสิ้นปีมีความแกว่งของข้อมูลสูงเกินไปครับ

เข้าใจแล้วครับ ราคาหุ้นที่ใช้ในการคำนวณ เป็นค่าเฉลี่ยที่ Load จาก Set Smart

รบกวนขอสอบถามเพิ่่มเติมครับอาจารย์

4. ปี 2020 ถือเป็นปีที่ผิดปกติ แบบนี้เราก็ไม่สามารถเอาปี 2020 ไปรวมเพื่อคำนวณหาค่าเฉลี่ย สำหรับหา MOS ได้ใช่ไหมครับ? เช่น CPALL ก็ใช้ 12 ปี 2008-2019

5. ดูคลิปย้อนหลังเรื่องการกรอกข้อมูลใน Template ตอนใส่ Common Shares ให้เอาปีล่าสุดใส่แล้วลากยาวย้อนหลับไปปี 2008 เลย โดยไม่ต้องสนว่าก่อนหน้านั้นจะมีการเพิ่มทุนเข้ามาใช่ไหมครับ?


   
ReplyQuote
(@prapas-b88)
Noble Member Admin
Joined: 5 years ago
Posts: 1869
 
Posted by: @pop

4. ปี 2020 ถือเป็นปีที่ผิดปกติ แบบนี้เราก็ไม่สามารถเอาปี 2020 ไปรวมเพื่อคำนวณหาค่าเฉลี่ย สำหรับหา MOS ได้ใช่ไหมครับ? เช่น CPALL ก็ใช้ 12 ปี 2008-2019

จริงๆพอรวมได้ครับ แต่จะตัดออกก็ได้เช่นกัน

- ถ้ารวม เราก็จะ conservative ดีครับ เพราะรวมปีที่มีปัญหาเข้าไปด้วยแล้ว และในสูตรของเราจะตัดปีที่ค่าสูงที่สุด และต่ำที่สุดออกอยู่แล้วครับ ถ้าสังเกตดีๆ ถ้าปี 2020 แย่ สูตรจะตัดค่าออกอยู่แล้วครับ 😉

- คิดแบบรวมจะคำนวณง่ายกว่าครับ เพราะทำเหมือนๆกันทุกตัวครับ ถ้าต้องตัด บางบริษัทได้รับผลกระทบเชิงบวกซึ่งไม่ควรตัดจะยิ่งทำให้คำนวณยากขึ้นครับ สูตรเลือกที่จะคำนวณปี 2020 อยู่แล้ว และในสูตรมีการตัดค่าสูงสุด-ต่ำสุดเพื่อให้ค่าเฉลี่ยไม่แกว่งมากอยู่แล้วครับ 😉

Posted by: @pop

5. ดูคลิปย้อนหลังเรื่องการกรอกข้อมูลใน Template ตอนใส่ Common Shares ให้เอาปีล่าสุดใส่แล้วลากยาวย้อนหลับไปปี 2008 เลย โดยไม่ต้องสนว่าก่อนหน้านั้นจะมีการเพิ่มทุนเข้ามาใช่ไหมครับ?

ถ้าคร่าวๆสามารถทำบบนั้นได้เลยครับ แต่หากต้องการความละเอียดเพิ่มมากขึ้นสามารถดูย้อนหลังได้จากใน set smart ได้ครับ แต่จะคิดยากกว่าอีกหน่อยครับ เพราะต้องแยกระหว่างการเพิ่มทุนกับการแตกพาร์ และการจ่ายปันผลเป็นหุ้นออกจากกันครับ เพราะ

- การเพิ่มทุนเท่านั้นที่มีผลกระทบต่อทุนจริงๆ แต่การแตกพาร์กับ การจ่ายปันผลเป็นหุ้นไม่มีผลต่อทุนเลยครับ ดังนั้นเฉพาะการเพิ่มทุนเท่านั้นที่เราต้องกรอกจำนวนหุ้นแตกต่างกันครับ

 


   
ReplyQuote
pop
 pop
(@pop)
Estimable Member
Joined: 5 years ago
Posts: 49
Topic starter  
Posted by: @prapas-b88
Posted by: @pop

4. ปี 2020 ถือเป็นปีที่ผิดปกติ แบบนี้เราก็ไม่สามารถเอาปี 2020 ไปรวมเพื่อคำนวณหาค่าเฉลี่ย สำหรับหา MOS ได้ใช่ไหมครับ? เช่น CPALL ก็ใช้ 12 ปี 2008-2019

จริงๆพอรวมได้ครับ แต่จะตัดออกก็ได้เช่นกัน

- ถ้ารวม เราก็จะ conservative ดีครับ เพราะรวมปีที่มีปัญหาเข้าไปด้วยแล้ว และในสูตรของเราจะตัดปีที่ค่าสูงที่สุด และต่ำที่สุดออกอยู่แล้วครับ ถ้าสังเกตดีๆ ถ้าปี 2020 แย่ สูตรจะตัดค่าออกอยู่แล้วครับ 😉

- คิดแบบรวมจะคำนวณง่ายกว่าครับ เพราะทำเหมือนๆกันทุกตัวครับ ถ้าต้องตัด บางบริษัทได้รับผลกระทบเชิงบวกซึ่งไม่ควรตัดจะยิ่งทำให้คำนวณยากขึ้นครับ สูตรเลือกที่จะคำนวณปี 2020 อยู่แล้ว และในสูตรมีการตัดค่าสูงสุด-ต่ำสุดเพื่อให้ค่าเฉลี่ยไม่แกว่งมากอยู่แล้วครับ 😉

ขอบคุณมากครับอาจารย์ 
แล้วกรณีนี้ ต้องตัดปี 2008 ออก ด้วยหรือเปล่าครับ? อาจารย์เคยเล่าว่า 2008 ก็เป็นปีวิกฤต
ในความคิดของผมก็อาจจะใช้ค่าระหว่างปี 2009-2020 เพื่อหาค่าเฉลี่ย จะได้ไม่มีปีวิกฤต 2 ปี
ไม่ทราบว่าอาจารย์คิดเห็นอย่างไรครับ?

Posted by: @pop

5. ดูคลิปย้อนหลังเรื่องการกรอกข้อมูลใน Template ตอนใส่ Common Shares ให้เอาปีล่าสุดใส่แล้วลากยาวย้อนหลับไปปี 2008 เลย โดยไม่ต้องสนว่าก่อนหน้านั้นจะมีการเพิ่มทุนเข้ามาใช่ไหมครับ?

ถ้าคร่าวๆสามารถทำบบนั้นได้เลยครับ แต่หากต้องการความละเอียดเพิ่มมากขึ้นสามารถดูย้อนหลังได้จากใน set smart ได้ครับ แต่จะคิดยากกว่าอีกหน่อยครับ เพราะต้องแยกระหว่างการเพิ่มทุนกับการแตกพาร์ และการจ่ายปันผลเป็นหุ้นออกจากกันครับ เพราะ

- การเพิ่มทุนเท่านั้นที่มีผลกระทบต่อทุนจริงๆ แต่การแตกพาร์กับ การจ่ายปันผลเป็นหุ้นไม่มีผลต่อทุนเลยครับ ดังนั้นเฉพาะการเพิ่มทุนเท่านั้นที่เราต้องกรอกจำนวนหุ้นแตกต่างกันครับ

 

ขอบคุณมากครับอาจารย์ 
ขอยกกรณี CPALL อีกครั้งนะครับ ในปี 2011-2012 ปริมาณหุ้น เปลี่ยนจาก 4,493 ล้าน เป็น 8,983 ล้านหุ้น 
เราสามารถหาข้อมูลได้จากไหมครับ ว่ากรณีนี้เป็นการเพิ่มทุนหรือเปล่า?
รบกวนอาจารย์ด้วยนะครับ มือใหม่ คำถามเยอะ เกรงใจอาจารย์มากๆ


   
ReplyQuote
(@prapas-b88)
Noble Member Admin
Joined: 5 years ago
Posts: 1869
 

@pop

ยินดีครับคุณป็อป 🙂

จำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น แต่ Par ไม่เพิ่ม จะมีข้อสงสัย 2 ข้อ คือ

1. เพิ่มทุน

2. จ่ายหุ้นปันผล

ซึ่งจะต้องเข้าไปดูเรื่องทุนจดทะเบียนว่ามีการเปลี่ยนแปลงรึเปล่า หรือง่ายสุดคือดูที่ Equity ครับ ว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญรึเปล่า ซึ่งในเคสของ CPALL ที่มีการเปลี่ยนแปลงของจำนวนหุ้นในปี 2011-2012 เมื่อไปดู equity จะพบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงของ equity เลยครับ ก็แปลว่าอาจมีการจ่ายปันผลเป็นหุ้น ซึ่งไม่มีผลต่อพื้นฐานกิจการแต่อย่างใด และเราควรใช้จำนวนหุ้น 8983 ยาวเลยครับ


   
ReplyQuote
Share:
Protected by CleanTalk Anti-Spam