อาจารย์ครับ ผมหายไปนาน ตอนนี้กลับมาแล้วครับ
หลังจากติกภาระกิจเอาธุรกิจตัวเองให้รอดก่อนการลงทุน (เพราะถ้าไม่รอด จะไม่มีเงินมาลงทุน!)
ตอนนี้ผ่านช่วงวิกฤตแล้ว แต่ไม่รู้จะมีรอบใหม่หรือเปล่า ต้องรอลุ้น 555
ช่วง 6 เดือน ที่ผ่านมา แทบไม่ได้เปิดดูพอร์ตเลย พอกลับมาเปิดดู ล่าสุดเข้าใจเลยว่าการลงทุนแบบ VI ดียังไง
ขอบคุณอาจารย์มากครับ ลุงทุนตามที่อาจารย์สอน แม้จะไม่มีเวลาเข้ามาดูเลย (6 เดือน) แต่ผลตอบแทนก็ยังบวกสวยๆ 25-30%
ลงทุนแบบที่อาจารย์สอน มันแน่นอนจริงๆครับ ในช่วงที่ธุรกิจตัวเองวิกฤต มีเรื่องให้ปวดหัว แต่พอร์ตของเราไม่มาซ้ำเติมให้เพิ่มความจิตตก กราบขอบคุณอาจารย์อีกครั้งนะครับ
ขอเข้าเรื่องเลยนะครับ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาไม่มีเวลาตามเรื่องหุ้นเลย
เลยอยากถามตรงๆ เลยว่า หุ้นเพิ่มทุน MAKRO 43.50 บาท ซื้อได้ไหมครับ?
(ผมตอบแทนคาดหวังระยะยาว 15% ต่อปี ครับอาจารย์)
รบกวนอาจารย์ด้วยนะครับ
ขอถามคำถามเดียวกันค่ะ
แต่วันสุดท้ายที่ไลฟ์ อาจารย์บอกว่าราคา 40 บาทก็แพงแล้วมีมอส 10% ซึ่งไม่มากพอแต่ตอนนี้คาดการณ์ยากต้องดูอนาคตสามปีตอนโลตัสฟื้น
อาจารย์ครับ ผมหายไปนาน ตอนนี้กลับมาแล้วครับ
หลังจากติกภาระกิจเอาธุรกิจตัวเองให้รอดก่อนการลงทุน (เพราะถ้าไม่รอด จะไม่มีเงินมาลงทุน!)
ตอนนี้ผ่านช่วงวิกฤตแล้ว แต่ไม่รู้จะมีรอบใหม่หรือเปล่า ต้องรอลุ้น 555ช่วง 6 เดือน ที่ผ่านมา แทบไม่ได้เปิดดูพอร์ตเลย พอกลับมาเปิดดู ล่าสุดเข้าใจเลยว่าการลงทุนแบบ VI ดียังไง
ขอบคุณอาจารย์มากครับ ลุงทุนตามที่อาจารย์สอน แม้จะไม่มีเวลาเข้ามาดูเลย (6 เดือน) แต่ผลตอบแทนก็ยังบวกสวยๆ 25-30%
ลงทุนแบบที่อาจารย์สอน มันแน่นอนจริงๆครับ ในช่วงที่ธุรกิจตัวเองวิกฤต มีเรื่องให้ปวดหัว แต่พอร์ตของเราไม่มาซ้ำเติมให้เพิ่มความจิตตก กราบขอบคุณอาจารย์อีกครั้งนะครับขอเข้าเรื่องเลยนะครับ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาไม่มีเวลาตามเรื่องหุ้นเลย
เลยอยากถามตรงๆ เลยว่า หุ้นเพิ่มทุน MAKRO 43.50 บาท ซื้อได้ไหมครับ?
(ผมตอบแทนคาดหวังระยะยาว 15% ต่อปี ครับอาจารย์)รบกวนอาจารย์ด้วยนะครับ
เมื่อวานนี้ผมได้โพสต์การประเมินมูลค่าคร่าวๆใน 3 ปีข้างหน้าให้ดูใน FB Group ไม่ทราบว่าได้เห็นรึเปล่าครับ ในนั้นน่าจะละเอียดกว่า ^ ^ ส่วนถ้าต้องการถือยาวๆ ผมคิดว่าจริงๆต้องลุ้น Lotus กันมากหน่อยครับ ส่วนตัวผมคิดว่าประเมิน Lotus ค่อนข้างยากครับ เพราะเป็นบริษัทนอกตลาด ราคาเพิ่มทุน 43.50 ในระยะ 3 ปีนี้พอลงทุนได้ ดังนั้น ถ้าหากเราคาดหวังผลตอบแทนสัก 15% ต่อปี ผมว่าก็น่าลุ้นนะครับ ลุ้นว่าเป้าหมายของ Lotus คือ 3 ปียอดขายโตขึ้น 100% และที่สำคัญกว่าคือนำ Lotus เข้า list ในตลาดหุ้นครับ แล้วถึงเวลานั้นค่อยมาประเมินกันอีกทีครับว่าจะเอายังไงต่อ
สวัสดีครับ
ถ้าเราเห็นว่า EBITDA สูงกว่า NP มากๆ
มันจะเป็นสัญญาณว่าในอนาคตบริษัทจะมี NP เพิ่มขึ้นมากๆหรือเปล่าครับ
ถ้าใช่ เราจะมีวิธีประเมินกำไร หรือ PE ในอนาคตได้ยังไงครับ
อันนี้คือที่ผมลองคิดดูเล่นๆ (เพราะกำไรจากโลตัส ดูแล้วคงต้องรอกันอีกพักใหญ่)
ผมตามดู Makro ปี 65 ทั้ง 3 Q หลังจากที่ได้โลตัสมา
NP ทรงๆเท่ากับก่อนที่จะได้โลตัสมา คือประมาณ 1,700 ล้านบาท/Q
แต่เนื่องจาก Market cap ที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเกือบเท่าตัว ทำให้ PE กระโดดไปเกือบๆ 60 เท่า
**คำนวณ PE หยาบๆจาก Market cap 4 แสนล้าน หารด้วย NP 3Q เฉลี่ยคิดเป็นต่อปี (1,700*4 = 6,800)
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากค่าเสื่อมที่เพิ่มมาจากเดิมเยอะมาก
ก่อนมีโลตัสค่าเสื่อมตก Q ละ 900 ล้านบาท
หลังมีโลตัสค่าเสื่อมตก Q ละ 4,000 ล้านบาท
** ค่าเสื่อมราวๆ 70% เป็นอสังหา และ PPE
เห็นแบบนี้ก็ลองเอาค่าเสื่อมไปบวกกับ NP ปัจจุบันดื้อๆเลย เพื่อคิดเป็นกำไรในอนาคต
NP จริงอยู่ที่ 6,800 บวกค่าเสื่อมทั้งปีเข้าไปอีก 16,000 หารด้วย Market cap 4 แสนล้าน
จะได้ PE ที่ราวๆ 17 เท่า ซึ่งถูกมากกกกกก
แต่เดี๋ยวก่อน 555
จากหมายเหตุประกอบงบ ค่าเสื่อมเกือบทั้งหมดคิดแค่ราว 5% ของราคาประเมิน (เพราะเป็นอาคาร)
ดังนั้นค่าเสื่อมพวกนี้จะใช้เวลา 20 ปีถึงจะหมดไป
สรุปคือที่คิดมาทั้งหมดนี้ ไม่มีประโยชน์เลยใช่มั๊ยครับ 555
สวัสดีครับ
ถ้าเราเห็นว่า EBITDA สูงกว่า NP มากๆ
มันจะเป็นสัญญาณว่าในอนาคตบริษัทจะมี NP เพิ่มขึ้นมากๆหรือเปล่าครับ
ถ้าใช่ เราจะมีวิธีประเมินกำไร หรือ PE ในอนาคตได้ยังไงครับ
อันนี้คือที่ผมลองคิดดูเล่นๆ (เพราะกำไรจากโลตัส ดูแล้วคงต้องรอกันอีกพักใหญ่)
ผมตามดู Makro ปี 65 ทั้ง 3 Q หลังจากที่ได้โลตัสมา
NP ทรงๆเท่ากับก่อนที่จะได้โลตัสมา คือประมาณ 1,700 ล้านบาท/Q
แต่เนื่องจาก Market cap ที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเกือบเท่าตัว ทำให้ PE กระโดดไปเกือบๆ 60 เท่า
**คำนวณ PE หยาบๆจาก Market cap 4 แสนล้าน หารด้วย NP 3Q เฉลี่ยคิดเป็นต่อปี (1,700*4 = 6,800)
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากค่าเสื่อมที่เพิ่มมาจากเดิมเยอะมาก
ก่อนมีโลตัสค่าเสื่อมตก Q ละ 900 ล้านบาท
หลังมีโลตัสค่าเสื่อมตก Q ละ 4,000 ล้านบาท
** ค่าเสื่อมราวๆ 70% เป็นอสังหา และ PPE
เห็นแบบนี้ก็ลองเอาค่าเสื่อมไปบวกกับ NP ปัจจุบันดื้อๆเลย เพื่อคิดเป็นกำไรในอนาคต
NP จริงอยู่ที่ 6,800 บวกค่าเสื่อมทั้งปีเข้าไปอีก 16,000 หารด้วย Market cap 4 แสนล้าน
จะได้ PE ที่ราวๆ 17 เท่า ซึ่งถูกมากกกกกก
แต่เดี๋ยวก่อน 555
จากหมายเหตุประกอบงบ ค่าเสื่อมเกือบทั้งหมดคิดแค่ราว 5% ของราคาประเมิน (เพราะเป็นอาคาร)
ดังนั้นค่าเสื่อมพวกนี้จะใช้เวลา 20 ปีถึงจะหมดไป
สรุปคือที่คิดมาทั้งหมดนี้ ไม่มีประโยชน์เลยใช่มั๊ยครับ 555
สวัสดีน้องก่อ 😉
พี่คิดว่าไม่เสมอไปนะครับที่ ebitda สูงกว่า np มากๆแล้วอนาคตจะมี np เพิ่มขึ้น
เหตุผลคือ บางกิจการมี "ค่าเสื่อม" สูงมากๆ ยกตัวอย่างเช่นธุรกิจ Operator มี EBITDA กัน 8-9 หมื่นล้าน แต่มี np แค่ 3 หมื่น
เหตุผลอีกข้อนึงคือมาตรฐานบัญชี TFRS16 ครับ ซึ่งจะทำให้สิทธิการเช่า มารวมอยู่ในค่าเสื่อมเพิ่มขึ้น
กรณีของ makro เป็นกรณีพิเศษครับ เกิดจากการ "ตัดจำหน่าย" ไม่ใช่ "ค่าเสื่อม" เนื่องจากเดิม makro ใช้ระบบ erp ระบบเดิม
แล้วหลังจาก cp ไปซื้อมามีการเปลี่ยนระบบ erp ทำให้ต้อง "ตัดจำหน่าย" ระบบ erp เดิมออก ทำให้เป็นก้อนใหญ่ครับ
ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ชั่วคราวครับ วิธีคิดคือ ควรหาคำตอบว่าค่าตัดจำหน่ายนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ในงบ Cashflow
ไม่สามารถนำไปบวกตรงๆแบบนั้นได้ครับ แต่หากนำ "ค่าตัดจำหน่าย" ที่เป็น Special items จะพอได้กำไรสุทธิคร่าวๆได้เช่นกันครับ
@prapas-b88 ขอบคุณมากครับ
เข้าใจว่าค่าตัดจำหน่าย ERP ตัวเก่าตก Q ละประมาณ 300 ล้านนะครับ
แต่หมายเหตุประกอบงบไม่ได้บอกอะไรมาก ต้องไปดูข้อมูลที่ไหนเหรอครับถึงรู้ว่าเป็น ERP ตัวเก่าที่เลิกใช้
Op day ก็ไม่มี ข้าน้อยขอคารวะ
อีกคำถามนะครับ มีวิธีดูว่าค่าเสื่อมจะหมดเมื่อไหร่มั๊ยครับ
@prapas-b88 ขอบคุณมากครับ
เข้าใจว่าค่าตัดจำหน่าย ERP ตัวเก่าตก Q ละประมาณ 300 ล้านนะครับ
แต่หมายเหตุประกอบงบไม่ได้บอกอะไรมาก ต้องไปดูข้อมูลที่ไหนเหรอครับถึงรู้ว่าเป็น ERP ตัวเก่าที่เลิกใช้
Op day ก็ไม่มี ข้าน้อยขอคารวะ
อีกคำถามนะครับ มีวิธีดูว่าค่าเสื่อมจะหมดเมื่อไหร่มั๊ยครับ
จริงๆพี่ก็ไม่ได้แกะละเอียดนะตัวนี้ อ่านเจอใน md&a ครับ
ค่าเสื่อมจะหมดเมื่อไหร่นี่ต้องถาม cfo อย่างเดียวเลยอ่ะ