อาจารย์คะ ทั้ง BOL และ PLUS เป็น B2B มี recurring เป็นส่วนใหญ่
ทำไมอาจาร์ถึงให้ PE ของ BOL สูงกว่า PLUS หรอคะ ทั้งที่ BOL มีสัดส่วน recurring ประมาณ 70กว่าเปอร์เซนต์ ในขณะที่ สินค้า PLUS เป็น recurring หมดอะค่ะ และอุตสาหกรรมของ PLUS ก็ดูจะเติบโตกว่าอะค่ะ อาจารย์มีมุมมองอย่างไรหรอคะ หรือเป็นเรื่องของการแข่งขันในอุตสาหกรรมหรอคะ
แล้วเหมือนธุรกิจ BOL ก็ไม่ได้เติบโตมาก ทำไมอาจารย์ถึงให้ premium BOL ด้วยหรอคะ
ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
อาจารย์คะ ทั้ง BOL และ PLUS เป็น B2B มี recurring เป็นส่วนใหญ่
ทำไมอาจาร์ถึงให้ PE ของ BOL สูงกว่า PLUS หรอคะ ทั้งที่ BOL มีสัดส่วน recurring ประมาณ 70กว่าเปอร์เซนต์ ในขณะที่ สินค้า PLUS เป็น recurring หมดอะค่ะ และอุตสาหกรรมของ PLUS ก็ดูจะเติบโตกว่าอะค่ะ อาจารย์มีมุมมองอย่างไรหรอคะ หรือเป็นเรื่องของการแข่งขันในอุตสาหกรรมหรอคะ
แล้วเหมือนธุรกิจ BOL ก็ไม่ได้เติบโตมาก ทำไมอาจารย์ถึงให้ premium BOL ด้วยหรอคะ
ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
จริงๆแล้ว PLUS รายได้ขึ้นอยู่กับ Distributor อยู่นะครับ อยากให้มองว่าคล้ายๆ XO หากลองพิจารณางบการเงินของ XO จะพบว่ามีความผันผวนทั้งจาก
1. ราคาต้นทุนที่เป็นสินค้าเกษตร (Soft Commodity)
2. ราคา Packaging ที่มาจากพลาสติก (ไลน์สินค้าเดิมของ PLUS เป็นขวดแก้วราคาจะนิ่งกว่าแต่แพงกว่า ส่วนไลน์ใหม่เป็น PET ซึ่งราคาถูกกว่าแต่ต้นทุนจะผันผวนตามราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นสารตั้งต้น และมีสัดส่วนประมาณ 20-25% +/- ของต้นทุนสินค้า)
3. ความเสี่ยง distributor ยกเลิกการสั่งสินค้า จะกระทบกับยอดขายได้มาก
4. ความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน (Q1 ค่าเงินอ่อน)
เมื่อเทียบกับ BOL ที่ต้นทุนคงที่สุดๆ เพราะเป็นต้นทุนในการซื้อ "ข้อมูล" ไม่ผันผวนเลย ลูกค้าก็มีความ "จำเป็น" ที่จะต้องซื้อข้อมูล และ BOL ก็มีข้อมูล "ละเอียด" ที่สุดในอุตสาหกรรม พอเห็นภาพมะครับว่าความเสี่ยงต่างกันอย่างไร
ส่วนเรื่องการเติบโต หุ้นที่มีความเสี่ยงที่ผลประกอบการจะผันผวนมากๆ ตลาดก็จะไม่ค่อยมั่นใจที่จะให้ premium สูงๆนะครับ ยกตัวอย่างธุรกิจที่เห็นได้ชัดเจนกว่าก็เช่นธุรกิจอสังหาฯครับ ที่แม้ตั้งเป้าเติบโต 20% และทำได้ด้วย ตลาดก็ยังให้ Fair P/E 6x เหมือนเดิม เป็นต้นครับ เพราะมันมองอนาคตเกิน 1 ปีไม่ออกเลยครับ ก็คล้ายๆกันกับกลุ่มส่งออกนะครับ อย่าง XO นี่ก็โต 100% เมื่อปีที่แล้วใช่ไหมครับ แต่ตลาดก็ให้ P/E แค่ 12-15x เองนะครับ