สวัสดีค่ะ พอดีทำการบ้านหุ้น PR9 แล้วเทียบกับไฟล์ของอาจารย์เลยเจอว่าให้ PE ไม่เท่ากัน ในไฟล์อาจารย์ให้ core PE 20, fair PE 25 แต่ว่า PR9 เป็นโรงพยาบาลที่ไม่มีประกันสังคม ตามความเข้าใจ core PE ควรจะเป็น 25 หรือเปล่าคะ หรือเพราะเป็นโรงพยาบาลที่เน้นรักษาโรคเฉพาะทางเลยนับว่าไม่ recurring เหรอคะ
อีกคำถามคือ ทำไมอาจารย์ถึงให้ fair PE 25 ด้วยคะ ในเมือ core PE 20 ไม่ทราบว่ามี premium เหรอคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ พอดีทำการบ้านหุ้น PR9 แล้วเทียบกับไฟล์ของอาจารย์เลยเจอว่าให้ PE ไม่เท่ากัน ในไฟล์อาจารย์ให้ core PE 20, fair PE 25 แต่ว่า PR9 เป็นโรงพยาบาลที่ไม่มีประกันสังคม ตามความเข้าใจ core PE ควรจะเป็น 25 หรือเปล่าคะ หรือเพราะเป็นโรงพยาบาลที่เน้นรักษาโรคเฉพาะทางเลยนับว่าไม่ recurring เหรอคะ
อีกคำถามคือ ทำไมอาจารย์ถึงให้ fair PE 25 ด้วยคะ ในเมือ core PE 20 ไม่ทราบว่ามี premium เหรอคะ
ขอบคุณค่ะ
เป็นคำถามที่ดีครับ
คือผมคิดว่า รพ. เอกชน ที่รับลูกค้าเงินสด และเป็นตลาด Premium เนี่ย ปกติจะมีช่วง P/E ประมาณ 20x-25x อยู่แล้วครับ
แต่พวก รพ. topๆ เค้าก็มักจะ P/E 25x กัน ยกตัวอย่าง รพ. Top 3 ของไทย มี 3 รายคือ BH, BDMS, BCH ก็จะมี P/E 25x กันทั้งหมด
ทีนี้ คำถามคือทำไม รพ.เอกชนอื่นๆ มี P/E 20x กัน แล้ว 3 กลุ่ม รพ.นี้มี P/E 25x ได้
คำตอบน่าจะประมาณว่าเป็น ผู้นำของอุตสาหกรรม มีความสามารถในการแข่งขันสูง และสำคัญที่สุดคือ ตลาดสามารถมองเห็นการเติบโตในอนาคตได้ชัดเจนมากๆ
กลับมาที่ PR9 จริงๆตลาดก็ให้ P/E 20x-25x ในบางช่วงเวลาครับ ผมเลยคิดว่า Core P/E ประมาณ 20x เหมือน รพ.เอกชนทั่วไป
แต่การให้ P/E 25x ส่วนหนึ่งเพราะคิดว่าเค้ามีศักยภาพที่จะเป็นรพ.ระดับ Top ได้ครับ
เหตุผลคือ คุณหมอของ PR9 หลักๆเป็นคุณหมอจาก รพ. BH ซึ่งผมได้ยินมาว่ามีลูกค้าบางกลุ่มของ BH ไหลมาที่ PR9 อยู่บ้างครับ
แต่ก็ต้องรอการพิสูจน์พอสมควรนะครับ ถ้ามองเซฟๆ มอง Fair P/E 20x ก็ได้ครับ
การลงทุน โดยเฉพาะเรื่องการคิดเรื่อง Fair P/E เป็นศิลปะมากๆครับ
คือเราต้องเข้าใจภาพธุรกิจในอนาคต ว่าจะเป็นอย่างไร และคาดการณ์ว่าตลาดจะคิดอย่างไรครับ
ถ้าเรามองเห็นช่องว่างเราก็สามารถทำกำไรได้ครับ
ยกตัวอย่างเคสที่ผ่านไปแล้วบ้างนะครับ
1. ASK อดีต P/E 8x เนื่องจากเป็นกลุ่ม Finance ที่ไม่โตเลย แต่พอประกาศเพิ่มทุน ราคาหุ้นลง 30% ผมค้นพบว่าเค้าจะตั้งเป้าเติบโตอย่างรุนแรง ซึ่งถ้ากลับมาโตได้ก็ไม่ควร P/E 8x จึงคิดว่าอาจจะ P/E 15-20x ได้ จึงได้ซื้อไป หลังจากนั้น พอนักวิเคราะห์เข้าใจเหตุผลที่เพิ่มทุน ตลาดก็ให้ P/E 15-20x จริงๆ และทำกำไรได้ 100% เป็นต้น
2. ATP30 อดีต P/E 12x เพราะตั้งเป้าเติบโตปีละ 10% มาตลอด แต่พอเพิ่มทุนแบบ PP กับ โตโยต้าทูโช่ ผมก็คิดว่าเค้ามีโอกาสยัดลูกค้าญี่ปุ่นมาให้จึงไป CV จึงได้รู้ว่าบริษัทจะตั้งเป้าเติบโต 25% ต่อปีซึ่งจะทำให้ P/E เพิ่มขึ้นเป็น 25x ทันที จึงเห็นช่องว่างในการลงทุน และได้กำไรได้มากกว่า 100% เช่นกัน
3. XO ปกติ P/E 12-15x ช่วง 12 บาท แต่ผมติดตามยอดส่งออกให้ลูกค้าที่ usa มาตั้งแต่ปลายปี 2 ปีก่อน จึงทำให้ทราบได้ว่ายอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญและจะทำให้รายได้ทั้งบริษัทเติบโตมากกว่า 100% ในปีถัดมา แปลว่า P/E ก็ควรเพิ่มขึ้น เป็นต้นครับ
4. COCOCO เป็น OEM ตลาดให้ P/E 10-12x เท่านั้น แต่เพราะรู้ว่ามี Growth จึงให้ Premium สูงเป็น 18-20x แต่พองบ Q3 2023 ออกมาราคาร่วงทันที 30% ลงไปที่ Core P/E ทันที เนื่องจากไม่มั่นใจการเติบโต แต่พอผมได้เชิญ ceo มาสัมภาษณ์เพื่อทราบถึงเหตุผล จึงมั่นใจว่าเหตุการณ์ใน Q3 เป็นเพียงชั่วคราวไม่ใช่ถาวรเหมือนที่ตลาดคิด จึงมั่นใจว่าราคาจะสามารถลับไปที่ Premium P/E ได้ เป็นต้น
สรุปคือการใช้ Fair P/E นั้น หลักๆเราต้องเข้าใจหลักคิดของตลาดว่าอะไรทำให้เค้าให้ P/E สูงขึ้น
การที่เราเข้าใจมุมมองของตลาดก็จะทำให้พอเราทำการบ้านหุ้นให้ลึกมากกว่าคนอื่น
ก็จะสามารถมองเห็นโอกาสที่ตลาดอาจจะให้ Premium P/E เพิ่มขึ้นและเกิดช่องว่างของราคาที่มากได้ครับ
ผมสรุปการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงๆ หรือหุ้นเด้งได้ 5 ข้อครับ ไม่แน่ใจว่าเคยบอกในคลาสแล้วรึเปล่านะครับ
1. มองหารายได้เติบโตสูง และยาวนาน
2. มองหา GPM ที่สามารถเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต
3. มองหา Selling Expense to sales ที่จะลดลงในอนาคต
4. มองหา Admin Expense to sales ที่จะลดลงในอนาคต
5. มองหาหุ้นที่มีโอกาสตลาดให้ Fair P/E เพิ่มขึ้นในอนาคต จะเป็น Gearing ทำให้ราคาหุ้นขึ้นได้แรง และเยอะที่สุดครับ