พอดีเห็นทางอาจารย์ประพาสไป CV บริษัทนี้มาเลยอยากลองแชร์มุมมองหน่อยอครับ
ผมตามบริษัทนี้มาตั้งแต่ช่วงเข้า IPO แล้ว รู้สึกว่าตัว business model ของบริษัทเป็นเทรนด์ในอนาคตดีเนื่องจากเป็นบริษัท outsource พนักงานต่างๆ แต่ผมว่าจุดเด่นของบริษัทมันคือการ outsource ด้วย technology base เป็นหลักโดยนำเสนอ technology ต่างๆรวมกับการ outsource แบบดั้งเดิมไปมันเลยดูมี value มากกว่าผู้เล่นอื่นๆในอุตสาหกรรมนี้ อำนาจต่อรองกับลูกค้าอาจจะไม่ได้เยอะมากเพราะเป็น B2B และเป็นธุรกิจบริการแต่ก็ด้วยการเซ็นสัญญาต่างๆและสิ่งที่บริษัทส่งมอบไม่ใช่ core value หลักของลูกค้าเพราะงั้นการขึ้นราคานิดๆหน่อยๆลูกค้าอาจจะไม่ได้มาซีเรียสมากแต่ขอแค่ไม่ทำให้คุณภาพแย่ลงก็น่าจะโอเคแล้ว ส่วนอำนาจต่อรองด้าน supply ผมว่าค่อนข้างสูงเพราะผมมอง supply เป็นพนักงานที่ส่งไปให้กับลูกค้าซึ่งเป็นในมุมของบริษัทกับคนเดียวและพนักงานใน database ก็เยอะมาก(เหมือนบริษัทเคยบอกว่าเป็นแสนคน)ซึ่งทำให้บริษัทได้เปรียบในการต่อรองกับคนคนเดียว รวมๆแล้วทุกอย่างดูโอเคในมุมของการแข่งขันและอนาคตเห็นบริษัทบอกว่าส่วนของ SO Next ซึ่งจะเป็น S-curve ใหม่ของบริษัทก็จะเริ่มเติบโตซึ่งผมก็ติดตามมาตลอดในตัว product digidocs ที่เปลี่ยนมาเป็น Flow ซึ่งคิดว่าตัว software ต่างๆที่ได้พัฒนาในส่วนนี้รวมถึงการทำเป็นแหล่ง outsource training น่าจะทำให้บริษัทได้เปรียบเรื่องคนด้วย ความเสี่ยงที่เห็นก็น่าจะเป็นเรื่องการหาลูกค้าใหม่ๆเนื่องจากลูกค้าเซ็นสัญญาเป็นปีๆบางบริษัทเซ็นระยะยาว 3-5 ปีแต่ก็ไม่ได้ถือว่ายาวมาก รวมถึงตอนนี้สัดส่วนของ SO People ในส่วนของพนักงานขับรถก็ค่อนข้างเยอะ ถ้าหากรถยนต์อัตโนมัติเข้ามาหรือพวก auto pilot เข้ามาอาจจะทำให้ demand จุดนี้หายไปบ้างแต่ก็คงไม่ได้หายหมดเพราะว่าการให้บริการไม่ได้แค่มาขับรถ
อยากทราบมุมมองของอาจารย์ประพาสหน่อยครับว่าคิดเห็นเหมือนหรือต่างกับผมจุดไหนหรือมีจุดไหนที่ผมวิเคราะห์ผิดวิเคราะห์ตกไปไหมครับ
พอดีเห็นทางอาจารย์ประพาสไป CV บริษัทนี้มาเลยอยากลองแชร์มุมมองหน่อยอครับ
ผมตามบริษัทนี้มาตั้งแต่ช่วงเข้า IPO แล้ว รู้สึกว่าตัว business model ของบริษัทเป็นเทรนด์ในอนาคตดีเนื่องจากเป็นบริษัท outsource พนักงานต่างๆ แต่ผมว่าจุดเด่นของบริษัทมันคือการ outsource ด้วย technology base เป็นหลักโดยนำเสนอ technology ต่างๆรวมกับการ outsource แบบดั้งเดิมไปมันเลยดูมี value มากกว่าผู้เล่นอื่นๆในอุตสาหกรรมนี้ อำนาจต่อรองกับลูกค้าอาจจะไม่ได้เยอะมากเพราะเป็น B2B และเป็นธุรกิจบริการแต่ก็ด้วยการเซ็นสัญญาต่างๆและสิ่งที่บริษัทส่งมอบไม่ใช่ core value หลักของลูกค้าเพราะงั้นการขึ้นราคานิดๆหน่อยๆลูกค้าอาจจะไม่ได้มาซีเรียสมากแต่ขอแค่ไม่ทำให้คุณภาพแย่ลงก็น่าจะโอเคแล้ว ส่วนอำนาจต่อรองด้าน supply ผมว่าค่อนข้างสูงเพราะผมมอง supply เป็นพนักงานที่ส่งไปให้กับลูกค้าซึ่งเป็นในมุมของบริษัทกับคนเดียวและพนักงานใน database ก็เยอะมาก(เหมือนบริษัทเคยบอกว่าเป็นแสนคน)ซึ่งทำให้บริษัทได้เปรียบในการต่อรองกับคนคนเดียว รวมๆแล้วทุกอย่างดูโอเคในมุมของการแข่งขันและอนาคตเห็นบริษัทบอกว่าส่วนของ SO Next ซึ่งจะเป็น S-curve ใหม่ของบริษัทก็จะเริ่มเติบโตซึ่งผมก็ติดตามมาตลอดในตัว product digidocs ที่เปลี่ยนมาเป็น Flow ซึ่งคิดว่าตัว software ต่างๆที่ได้พัฒนาในส่วนนี้รวมถึงการทำเป็นแหล่ง outsource training น่าจะทำให้บริษัทได้เปรียบเรื่องคนด้วย ความเสี่ยงที่เห็นก็น่าจะเป็นเรื่องการหาลูกค้าใหม่ๆเนื่องจากลูกค้าเซ็นสัญญาเป็นปีๆบางบริษัทเซ็นระยะยาว 3-5 ปีแต่ก็ไม่ได้ถือว่ายาวมาก รวมถึงตอนนี้สัดส่วนของ SO People ในส่วนของพนักงานขับรถก็ค่อนข้างเยอะ ถ้าหากรถยนต์อัตโนมัติเข้ามาหรือพวก auto pilot เข้ามาอาจจะทำให้ demand จุดนี้หายไปบ้างแต่ก็คงไม่ได้หายหมดเพราะว่าการให้บริการไม่ได้แค่มาขับรถ
อยากทราบมุมมองของอาจารย์ประพาสหน่อยครับว่าคิดเห็นเหมือนหรือต่างกับผมจุดไหนหรือมีจุดไหนที่ผมวิเคราะห์ผิดวิเคราะห์ตกไปไหมครับ
ในมุมธุรกิจหลักผมเห็นด้วยนะครับว่าบริษัทมี Expertise สูงดี เป็นผู้นำอุตสาหกรรมชัดเจน
ส่วนเรื่องการเติบโตผมคิดว่าก็พอจะมองเห็นภาพอยู่บ้าง
แต่วันที่ไป CV ผบห. กรุณาโชว์หน้าจอ Dashboard จริงๆที่ผบห.ใช้ monitor งานแบบ Realtime ผมค้นพบปัญหาที่หนักหนาสาหัสของกิจการประการนึงคือการขาดคนครับ ลูกค้ามีการดีลแบบขั้นต่ำเอาไว้เป็นหลัก และมีการ request พนักงานแบบรายวันต่อวันเลย ซึ่งทำให้บริษัทต้องพบปัญหาขาดคนที่จะส่งให้ลูกค้าทุกวันเลยครับ บางเคสลูกค้าก็เข้าใจ เพราะบริษั่ทจะชดเชยพนักงานให้ในวันถัดไป แต่บางเคสก็ถูกปรับก็มี ในปัจจุบันอัตราการว่างงานต่ำเพียงไม่ถึง 1% ผมเลยค่อนข้างกังวลกับการเติบโตในกิจการหลัก
ซึ่งทางผบห.เองก็กล่าวว่าในกิจการหลักมองเป็น Cash cow ซึ่งอาจไม่ได้โตมากนัก
ส่วน new s-curve อื่นๆนั้นส่วนตัวผมเห็นด้วยว่าพอเป็นไปได้ พอเห็นภาพครับ
อัตราการว่างงานต่ำเพียงไม่ถึง 1% หมายถึงอย่างไรอะครับ ไม่ค่อยเก้ทรบกวนพี่ประพาสช่วยขยายความให้หน่อยได้ไหมครับ
อัตราการว่างงานต่ำเพียงไม่ถึง 1% หมายถึงอย่างไรอะครับ ไม่ค่อยเก้ทรบกวนพี่ประพาสช่วยขยายความให้หน่อยได้ไหมครับ
อัตราว่างงานของคนไทยครับ มีคนว่างงานในประเทศไทยเพียงไม่ถึง 1% ของจำนวนประชากร
นั่นแปลว่าหาก SO จะเติบโต ก็จะทำได้ยากขึ้นครับ เพราะมีคนว่างงานน้อย ซึ่งผบห.ก็ตระหนักถึงข้อนี้ และผบห.ก็ไม่คิดว่าจะเติบโตได้นานจริงๆครับ
อัตราว่างงานของคนไทยครับ มีคนว่างงานในประเทศไทยเพียงไม่ถึง 1% ของจำนวนประชากร
นั่นแปลว่าหาก SO จะเติบโต ก็จะทำได้ยากขึ้นครับ เพราะมีคนว่างงานน้อย ซึ่งผบห.ก็ตระหนักถึงข้อนี้ และผบห.ก็ไม่คิดว่าจะเติบโตได้นานจริงๆครับ
แปลว่าแบบนี้หุ้นจะกลายเป็นหุ้นโตกลางรึป่าวครับ ถ้าแบบนี้ PE ของบริษัทอยู่ที่ 25-27 เท่าพอไหวไหมครับ เพราะถ้าหากตลาดไม่สามารถเติบโตได้มากแต่บริษัทเก่งกว่าบริษัทอื่นแล้วสามารถแย่ง share ได้ก็จะทำให้ได้เปรียบบริษัทอื่นรวมถึงการเข้ามาของผู้เล่นใหม่ๆก็จะน้อยลงครับ
อัตราว่างงานของคนไทยครับ มีคนว่างงานในประเทศไทยเพียงไม่ถึง 1% ของจำนวนประชากร
นั่นแปลว่าหาก SO จะเติบโต ก็จะทำได้ยากขึ้นครับ เพราะมีคนว่างงานน้อย ซึ่งผบห.ก็ตระหนักถึงข้อนี้ และผบห.ก็ไม่คิดว่าจะเติบโตได้นานจริงๆครับ
แปลว่าแบบนี้หุ้นจะกลายเป็นหุ้นโตกลางรึป่าวครับ ถ้าแบบนี้ PE ของบริษัทอยู่ที่ 25-27 เท่าพอไหวไหมครับ เพราะถ้าหากตลาดไม่สามารถเติบโตได้มากแต่บริษัทเก่งกว่าบริษัทอื่นแล้วสามารถแย่ง share ได้ก็จะทำให้ได้เปรียบบริษัทอื่นรวมถึงการเข้ามาของผู้เล่นใหม่ๆก็จะน้อยลงครับ
น่าจะเป็นโตกลางครับ ส่วน P/E ผมคิดว่าไม่น่าถึงนะครับ