Hot Topic

Hot Topic! อัปเดทงบ สื่อสาร, ค้าปลีก ตัวไหนเหมาะถือเอาปันผล? | Hot Topic EP.41

เจาะลึกงบสื่อสาร & ค้าปลีกปลีก 5 หุ้นเด่น น่าจับตา: เจาะลึกผลประกอบการและจุดเด่นที่นักลงทุนต้องรู้

เมื่อฤดูกาลประกาศงบการเงินผ่านพ้นไป สิ่งที่นักลงทุนสายพื้นฐานและผู้ที่ชื่นชอบการสร้าง Passive Income ต้องทำคือการค้นหา “เพชรเม็ดงาม” ที่ซ่อนอยู่ในตลาด เพื่อนำมาเก็บสะสมไว้ใน พอร์ตปันผล ของตนเอง วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกวิเคราะห์งบการเงินล่าสุดของสองกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ ทั้ง หุ้นสื่อสาร และ หุ้นค้าปลีก รวมถึงพาไปรู้จักกับหุ้นม้านอกสายตาที่ให้ปันผลสูงปรี๊ด เพื่อเป็นไอเดียในการลงทุนของคุณ!

นี่คือดราฟต์บทความสำหรับลง Blog โดยจัดรูปแบบให้สแกนอ่านง่ายขึ้น และเน้นคำที่คาดว่าเป็นคีย์เวิร์ดสำหรับ SEO ด้วยตัวหนาและเอียง (Bold & Italic) ตามที่คุณต้องการ โดยยังคงเนื้อหาและใจความสำคัญไว้ครบถ้วนครับ

วันนี้เราจะพามาเจาะลึก 5 หุ้นที่กำลังมีความน่าสนใจในตลาด ทั้งกลุ่ม หุ้นปันผล ที่เติบโตอย่างมั่นคง กลุ่ม หุ้นเทิร์นอะราวด์ ที่พลิกฟื้นกลับมาทำกำไร และกลุ่ม หุ้นค้าปลีก ที่ได้อานิสงส์จากปัจจัยบวกต่างๆ มาดูกันว่าแต่ละตัวมีไฮไลต์อะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง

1. AIS (ADVANCE) – หุ้นพิมพ์นิยมที่ปันผลเติบโตอย่างมั่นคง

  • ผลประกอบการล่าสุด: แม้รายได้รวมจะดูเหมือนเติบโตเพียงเล็กน้อยที่ 0.8% แต่หากเจาะลึกไส้ในจะพบว่าธุรกิจหลักเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งมาก โดยธุรกิจมือถือเติบโต 6% และอินเทอร์เน็ตบ้าน (Broadband) เติบโต 8% ส่วนสาเหตุที่รายได้รวมดูโตน้อยเนื่องจากการหมดสัญญาขายส่งกับ NT (ซึ่งทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลงไปถึง 67% หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท)
  • จุดเปลี่ยนด้านกำไร: กำไรสุทธิ เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 25% ในไตรมาส 2 (และครึ่งปีแรกโต 26%) เนื่องจากสัญญา NT ที่หมดไปนั้นเดิมทีเป็นสัญญาที่ AIS ขาดทุนอยู่ เมื่อสัญญาจบลงทำให้ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายลดลงไปเกือบ 3,000 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิเด้งขึ้นมาประมาณ 1,000 ล้านบาททันที
  • ความแข็งแกร่ง: หลังจากคู่แข่งควบรวมกัน การแข่งขันที่เคยรุนแรงก็จบลง ส่งผลให้ AIS มี Pricing Power (อำนาจการต่อรองราคา) และสามารถดันรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ให้สูงขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านยังก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของประเทศหลังจากการควบรวมกับ 3BB
  • แนวโน้มปันผล: มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่เติบโตต่อเนื่องชนะเงินเฟ้อ โดยจ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี จากปีละ 7.69 บาทในอดีต (ปี 64-65) ขยับขึ้นมาเป็น 14 บาทในปี 68 และล่าสุดงวดแรกของปี 69 ก็จ่ายสูงถึง 8.69 บาทไปแล้ว

2. TRUE – หุ้นเทิร์นอะราวด์ที่พลิกฟื้นกลับมาสร้างกำไรมหาศาล

  • ผลประกอบการล่าสุด: รายได้รวมดูเหมือนลดลง 7.5% แต่นี่คือภาพลวงตา เพราะรายได้ที่หายไปคือรายได้ค่าเช่าโครงข่าย NT ที่ขาดทุนอยู่ (ลดลงไป 4,000 ล้านบาท) แต่ต้นทุนค่าเช่าโครงข่ายกลับลดลงไปถึง 7,000 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรโผล่เข้ามาเพิ่มทันที 3,000 ล้านบาท
  • จุดเปลี่ยนด้านกำไร: เป็น หุ้นเทิร์นอะราวด์ (Turnaround) อย่างแท้จริง จากเดิมที่เคยขาดทุนสะสมปีละหลายหมื่นล้านบาทติดต่อกันหลายปี ในปีนี้คาดว่าจะ พลิกฟื้นธุรกิจ กลับมามีกำไรปกติในระดับ 25,000 – 26,000 ล้านบาท
  • ความแข็งแกร่ง: จำนวนผู้ใช้บริการและ ARPU เติบโตขึ้นทั้งฝั่งมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้านหลังควบรวม แม้ ARPU จะยังต่ำกว่า AIS เล็กน้อย (มือถือเฉลี่ยอยู่ที่ 220 บาท เทียบกับ AIS ที่ 240 บาท) แต่ในแง่ของโครงข่ายและคุณภาพสัญญาณในปัจจุบันถือว่าปรับปรุงจนดีขึ้นเทียบเท่ากันแล้ว

3. HOMEPRO (HMPRO) – ค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านที่ฟื้นตัวเด่นรับสภาพอากาศ

  • ผลประกอบการล่าสุด: หลังจากรายได้และกำไรแย่ลงต่อเนื่องมาตลอด 2 ปี ล่าสุดในไตรมาส 2 เริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยรายได้เติบโต 3% และกำไรสุทธิเติบโตถึง 14%
  • จุดเด่น: ได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด (เอลนีโญ) ที่ลากยาวไปจนถึงปีหน้า ส่งผลให้ยอดขายกลุ่มสินค้าทำความเย็น (เครื่องปรับอากาศ พัดลม ตู้เย็น) เติบโตอย่างรวดเร็ว
  • การบริหารต้นทุน: ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เนื่องจากห้างค้าปลีกโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่สามารถผลักภาระต้นทุนค่าน้ำมันขนส่งไปให้คู่ค้า (Supplier) รับผิดชอบได้
  • แนวโน้มปันผล: มีนโยบายจ่ายปันผลสม่ำเสมอในระดับประมาณ 80% ของกำไรสุทธิ คิดเป็น อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงเกือบ 6% ซึ่งถือเป็นระดับที่ดีมากสำหรับ หุ้นปันผล เต็มตัว แม้การเติบโตจะชะลอตัวลงมาอยู่ในระดับ 3-5% แล้วก็ตาม

4. GLOBAL – หุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่ทำกำไรนิวไฮด้วย House Brand

  • ผลประกอบการล่าสุด: แม้รายได้ในไตรมาส 2 จะหดตัวลงเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิกลับเติบโตได้อย่างโดดเด่น ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก
  • จุดเด่นด้านกำไร: ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 25% เป็น 31% เนื่องจากสัดส่วนยอดขายสินค้าแบรนด์ตัวเองหรือ House Brand ที่สูงขึ้นถึง 20% ปลายๆ ควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
  • การเติบโตและปันผล: ปัจจุบันจ่ายปันผลประมาณ 3% (น้อยกว่า HomePro) เนื่องจากยังต้องนำเงินไปใช้ลงทุนขยายสาขา แต่บริษัทชดเชยด้วย หุ้นเติบโต ที่มีโอกาสสูงกว่า (ตั้งเป้าโตปีละประมาณ 10% เทียบกับ HMPRO ที่โต 3-5%) และมีแนวโน้มจะจ่ายปันผลเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นในอนาคตเมื่อการขยายสาขาเริ่มน้อยลง

5. TACC – หุ้นปันผลระดับเทพที่ควงคู่เติบโตไปพร้อมกับ 7-Eleven

ปันผลระดับเทพ: จ่ายปันผลเกือบ 100% ของกำไร ให้ Yield สูงสุดๆ ถึงประมาณ 9% และตัวเงินปันผลก็เติบโตเกือบเท่าตัวภายใน 5 ปี จาก 33 สตางค์ในปี 64 มีโอกาสได้เห็นถึงระดับ 50-60 สตางค์ในปี 69 ตามแนวโน้มกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนดึงดูด นักลงทุน VI พอร์ตหมื่นล้านระดับประเทศเข้ามาถือหุ้นใหญ่

ผลประกอบการล่าสุด: ยอดขายเติบโตอย่างร้อนแรงในไตรมาส 2 โดยรายได้เติบโต 18% และกำไรสุทธิเติบโตอย่างบ้าคลั่งถึง 32% แม้จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เป็น One-time ในเรื่องของกฎหมายเข้ามาก็ตาม

จุดเด่นและโมเดลธุรกิจ: เป็นธุรกิจตัวเบาหรือ Asset-Light เนื่องจากใช้วิธีจ้างผลิตภายนอก (Outsource) จึงไม่ต้องแบกรับต้นทุนสินทรัพย์หนักๆ มีความเสี่ยงต่ำเพราะเป็นการขายขาดเครื่องดื่มในตู้กดให้ 7-Eleven และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า (Value for Money) ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว

โอกาสเติบโต: เติบโตไปพร้อมกับการขยายสาขาของ 7-Eleven ทั้งแนวลึกและแนวกว้าง ปัจจุบันไม่ได้ส่งเฉพาะเครื่องดื่มในตู้กดโถปั่น (Dispenser) เท่านั้น แต่ยังส่งสินค้าเข้าสู่เคาน์เตอร์ All Café (เช่น ชาไต้หวัน) อีกด้วย

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam