หุ้นปันผล ต้องถือหุ้นในพอร์ตกี่ตัว และแต่ละตัวไม่เกินกี่ % ของพอร์ต? (กล้วยๆ Q&A | EP.1061)
จัดพอร์ตลงทุน: หุ้นปันผล ต้องถือ หุ้น กี่ตัว และสัดส่วนแต่ละตัวควรเป็นเท่าไหร่?
คำถามยอดฮิตสำหรับนักลงทุนมือใหม่และมือเก๋าหลายคนคงหนีไม่พ้นเรื่องของการจัดพอร์ต หุ้น ว่าจริงๆ แล้วเราควรมี หุ้น ในพอร์ตจำนวนกี่ตัวถึงจะพอดี? และน้ำหนักการลงทุนใน หุ้น แต่ละตัวควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์? เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของเราเติบโตได้อย่างยั่งยืน หรือได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผลตามที่ตั้งใจไว้ วันนี้เรามีคำตอบจากกูรูด้านการลงทุนมาฝากกันครับ
1. กำหนดเป้าหมายการลงทุนให้ชัดเจน
ก่อนที่จะไปตอบว่าต้องถือ หุ้น กี่ตัว สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ “จุดประสงค์ของการลงทุน” ของคุณคืออะไร? เพราะกลยุทธ์การบริหารพอร์ตนั้นขึ้นอยู่กับความคาดหวังของคุณเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 2 ไอเดียหลักๆ ดังนี้
- คาดหวังการเติบโตสูง (High Growth): ต้องการให้พอร์ตโตเร็วๆ
- ต้องการกระจายความเสี่ยง (Diversify): ต้องการความปลอดภัย หรือเน้นรับเงินปันผล
2. กลยุทธ์แบบเน้นการเติบโต (Focusing)
หากคุณเป็นนักลงทุนสายซิ่ง หรือต้องการให้พอร์ตการลงทุนเติบโตอย่างรวดเร็ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมี หุ้น ในพอร์ต “ไม่ควรเยอะเกินไป” แต่ก็ต้องไม่น้อยจนเกินไปเช่นกัน
- จำนวน หุ้น ที่แนะนำ: สำหรับคนที่อยากให้พอร์ตโต วิธีการคือการ Focus หรือเน้นเจาะจง หุ้น เด่นๆ โดยควรมี หุ้น ในพอร์ต ไม่เกิน 5 ตัว
- สัดส่วนการลงทุน: เมื่อจำนวน หุ้น น้อย น้ำหนักของ หุ้น แต่ละตัวย่อมต้องสูง เพื่อให้เห็นผลกำไรที่ชัดเจนเมื่อราคาขยับขึ้น โดยควรมีสัดส่วน ขั้นต่ำ 20% ต่อ 1 ตัว
3. กลยุทธ์แบบกระจายความเสี่ยง (Diversify)
สำหรับสาย หุ้นปันผล หรือคนที่ต้องการความมั่นคงปลอดภัยของเงินต้น กลยุทธ์นี้จะเหมาะกับคนที่คาดหวังผลตอบแทนระดับปานกลาง (Moderate) และต้องการป้องกันความเสี่ยงให้กับเงินปันผลที่จะได้รับ การกระจายความเสี่ยงจึงเป็นหัวใจสำคัญ
- จำนวน หุ้น ที่แนะนำ: ควรมีการกระจายตัวของ หุ้น ในพอร์ตมากกว่าแบบแรก โดยจำนวนที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 5-10 ตัว (โดยเฉลี่ยประมาณ 10 ตัว)
- สัดส่วนการลงทุน: เพื่อให้ความเสี่ยงกระจายตัวออกไป สัดส่วนการถือครอง หุ้น ต่อ 1 ตัว จะอยู่ที่ประมาณ 10% ของพอร์ต ซึ่งจะช่วยให้พอร์ตโดยรวมไม่ผันผวนมากจนเกินไปหาก หุ้น ตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา
สรุป
การจะตอบว่าควรมี หุ้นปันผล หรือ หุ้น ในพอร์ตกี่ตัวนั้น ไม่มีสูตรตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับ “ความคาดหวัง” ของคุณ หากคุณรับความเสี่ยงได้สูงและอยากรวยเร็ว การถือ หุ้น ไม่เกิน 5 ตัว (Focusing) อาจเป็นคำตอบ แต่ถ้าคุณเน้นความสบายใจ อยากได้ปันผลสม่ำเสมอ และต้องการกระจายความเสี่ยง การถือ หุ้น ประมาณ 5-10 ตัว (Diversify) ก็จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าครับ
ลองกลับไปสำรวจพอร์ตของตัวเองดูนะครับว่า ตอนนี้เราถือ หุ้น มากหรือน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับเป้าหมายของเราหรือเปล่า?
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

