หุ้นช่วงวิกฤต เลือกอะไรดี ระหว่าง เงินสดเยอะ กับ ROE เยอะ? | Q&Aกล้วยๆ EP.1132
ควรเลือกแบบไหน ระหว่าง “เงินสดเยอะแต่ ROE ต่ำ” กับ “เงินสดน้อยแต่ ROE สูง”?
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหา หุ้นช่วงวิกฤต อาจจะมีคำถามในใจว่า หากเกิดวิกฤตขึ้นมา ระหว่างบริษัทที่มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเยอะ แต่มีค่า ROE (Return on Equity) ต่ำ กับบริษัทที่มีเงินสดน้อย แต่มีค่า ROE สูง บริษัทไหนมีความปลอดภัยและน่าเลือกมาลงทุนมากกว่ากัน?
จากมุมมองของการประเมินธุรกิจ การใช้ตัวแปรเพียงแค่เรื่องเงินสดและ ROE เพื่อตัดสินใจเลือก หุ้นช่วงวิกฤต นั้นถือว่าเป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่น้อยและหยาบเกินไป จึงไม่สามารถใช้ฟันธงได้ สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรกก่อนตัวเลขคือ “คุณภาพของธุรกิจ” เราควรเลือกธุรกิจที่สามารถต้านทานสภาวะเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตได้ หรือถ้าจะให้ดีที่สุดคือเป็นธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของภาครัฐ ซึ่งถ้าหากบริษัทสามารถได้ประโยชน์ในส่วนนี้ได้จริง การมีเงินสดตุนไว้เยอะๆ ก็อาจจะไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นเสมอไป
ทำไมถึงไม่ควรใช้แค่ค่า ROE ในการตัดสินใจ?
ตัวเลข ROE หรือการนำกำไรสุทธิตั้ง หารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) เพื่อดูว่าบริษัทนำทุนไปสร้างกำไรได้ดีแค่ไหนนั้น มีจุดอ่อนซ่อนอยู่ค่อนข้างมาก
ลองนึกภาพตามว่า: หากเป็นบริษัทที่เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) หรือเพิ่งมีการเพิ่มทุนเข้ามาเพื่อเริ่มต้นการลงทุน ค่า ROE ในช่วงแรกก็ย่อมต้องต่ำมากเป็นเรื่องปกติ การนำจุดนี้มาเป็นเกณฑ์ชี้วัดเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมนักในการประเมินศักยภาพที่แท้จริง
สิ่งที่ควรโฟกัสในการเลือกธุรกิจ
เป้าหมายหลักในการเลือก หุ้นช่วงวิกฤต คือการมองหาธุรกิจที่สามารถอยู่รอด (Sustain) ในสภาวะแบบนี้ได้ หรือหาบริษัทที่สามารถเติบโตต่อไปได้ ซึ่งถ้าบริษัทมีคุณสมบัตินี้ สภาวะเงินสดน้อยหรือค่า ROE ต่ำก็จะไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
นอกจากนี้ การประเมินธุรกิจยังต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วยอย่างละเอียดรอบด้าน เพราะหากตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเพียงน้อยนิดอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อพอร์ตการลงทุนได้ หากตัวเลขคุณภาพด้านอื่นแย่มากๆ
ปัจจัยเชิงปริมาณและคุณภาพที่นักลงทุนต้องตั้งคำถามเพิ่มเติม ได้แก่:
- คุณภาพของลูกหนี้เป็นอย่างไร: มีปัญหาลูกหนี้บวมจนเสี่ยงเป็นหนี้สูญหรือไม่?
- อำนาจในการต่อรอง: บริษัทมีอำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) และสามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้หรือไม่?
- ความจำเป็นของสินค้า: สินค้าของบริษัทเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของผู้บริโภคหรือไม่?
บทสรุป
การจะเลือก หุ้นช่วงวิกฤต ให้ปลอดภัยและได้ผลดีนั้น ไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยข้อมูลเพียงแค่ตัวเลขเงินสดกับ ROE สองตัวนี้เท่านั้น แต่นักลงทุนจำเป็นต้องมีรายละเอียดและชุดข้อมูลเชิงลึกที่มากกว่านี้
หากคุณมีชื่อหุ้นหรือบริษัทในใจอยู่แล้ว การนำข้อมูลทั้งหมดของบริษัทนั้นมาพิจารณาอย่างเต็มรูปแบบและรอบด้าน จะช่วยทำให้เห็นภาพรวม และสามารถประเมินความน่าลงทุนได้อย่างถูกต้องแม่นยำที่สุด
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

