อยากถือเอาปันผล SABINA, CPALL, BDMS จะมีโอกาสจ่ายปันผลมากกว่านี้ไหมครับ? | Q&Aกล้วยๆ EP.1114
วิเคราะห์โอกาสรับเงินปันผล: ถือยาวหุ้น CPALL และ BDMS จะมีโอกาสจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นหรือไม่?
สำหรับนักลงทุน หรือผู้ที่มองหาหุ้นปันผลเพื่อถือลงทุนในระยะยาว คำถามที่หลายคนอาจจะสงสัยเมื่อพิจารณาหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดอย่าง CPALL และ BDMS คือ “ในอนาคตหุ้นเหล่านี้จะมีโอกาสจ่ายเงินปันผลได้มากกว่านี้หรือไม่?” เนื่องจากในปัจจุบันอัตราการจ่ายปันผลของทั้งสองบริษัทยังดูค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับหุ้นปันผลตัวอื่นๆ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกมุมมองและโอกาสในการจ่ายปันผลของทั้งสองบริษัทกันครับ
มุมมองการจ่ายปันผลของ CPALL
มาเริ่มกันที่ CPALL (ซีพีออลล์) ปัจจุบันบริษัทมีการจ่ายปันผลอยู่ที่ประมาณ 50% ของกำไรสุทธิ สาเหตุหลักที่ทำให้ปัจจุบันบริษัทยังจ่ายปันผลในสัดส่วนที่น้อย เป็นเพราะบริษัทมีความจำเป็นต้องนำกำไรอีกครึ่งหนึ่งไปชำระหนี้สินที่มีอยู่เป็นจำนวนหลายแสนล้านบาท หากในอนาคต CPALL สามารถชำระหนี้จนหมดหรือลดลงไปได้มาก ก็มีโอกาสสูงมากที่บริษัทจะปรับเพิ่มอัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio) ขึ้นเป็น 75-80% ได้
อีกปัจจัยคือธุรกิจร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 นั้นเริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัว (Mature Stage) เพราะมีข้อจำกัดในการขยายสาขาต่างประเทศที่ปัจจุบันเติบโตได้ใน 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และกัมพูชา ซึ่งขนาดเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศเพื่อนบ้านอาจจะไม่ได้ผลักดันให้ CPALL เติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวได้
อย่างไรก็ตาม มีอีกมุมมองที่ต้องระวังคือ แม้บริษัทจะใช้หนี้หมดแล้ว กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่อาจจะเลือกไม่จ่ายปันผลออกมาทั้งหมด แต่เลือกนำกระแสเงินสดในบริษัทไปลงทุน ซื้อกิจการ หรือกู้หนี้ต่อยอดธุรกิจแทน สาเหตุสำคัญมาจากเรื่องของ “ภาษี” หากบริษัทจ่ายปันผลออกมามหาศาล (เช่น ปีละ 15,000 ล้านบาท) ผู้ถือหุ้นใหญ่จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% หรือคิดเป็นเงินสูงถึง 1,500 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น การเก็บกระแสเงินสดไว้ในบริษัทเพื่อนำไปซื้อธุรกิจและต่อยอดการเติบโต จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในมุมมองของผู้บริหาร
มุมมองการจ่ายปันผลของ BDMS
สำหรับธุรกิจเครือโรงพยาบาลอย่าง BDMS จะมีธรรมชาติของธุรกิจที่แตกต่างออกไป ธุรกิจโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีการปรับตัวและลงทุนหนักอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนขยายสาขาโรงพยาบาล หรือการซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีราคาแพงมาก เพื่อให้ก้าวทันกับเทคโนโลยีการรักษาใหม่ๆ อยู่เสมอ
ดังนั้น โอกาสที่ BDMS จะจ่ายปันผลเพิ่มขึ้น จึงขึ้นอยู่กับว่าบริษัทไปถึงจุดอิ่มตัวหรือมีข้อจำกัดในการเติบโต (Limitation) แล้วหรือยัง หากบริษัทยังคงมีวิสัยทัศน์ที่จะเติบโตต่อไป บริษัทย่อมมีความจำเป็นต้องกันเงินสดสำรองไว้เพื่อใช้ในการขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่บริษัทตั้งเป้าจะหยุดการเติบโต หรือลดระดับการลงทุนลง เมื่อนั้นนักลงทุนก็มีโอกาสที่จะได้รับเงินปันผลในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคตเช่นกัน
บทสรุป
สรุปแล้วทั้ง CPALL และ BDMS ต่างก็มีโอกาสที่จะจ่ายเงินปันผลได้มากขึ้นในอนาคต หากกิจการเข้าสู่ช่วงอิ่มตัวเต็มที่และลดภาระการลงทุนลง แต่ทั้งนี้นักลงทุนยังคงต้องติดตามนโยบายการบริหารจัดการกระแสเงินสดของผู้บริหารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการนำเงินไปต่อยอดธุรกิจเพื่อประโยชน์สูงสุดทางภาษีแทนการนำมาจ่ายเป็นปันผลครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

