HMPRO เป็นหุ้นปันผล แต่กำลังซื้อไม่ดี อันตรายไหม? | Q&Aกล้วยๆ EP.1112
หุ้นปันผล HomePro กำลังซื้อตก อันตรายไหม? สิ่งที่นักลงทุนควรระวังอาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!
หลายคนอาจกำลังกังวลว่าการเลือกหุ้น HomePro เป็นหนึ่งในพอร์ตหุ้นปันผลในช่วงที่กำลังซื้อของคนในประเทศอ่อนแอลงแบบนี้ จะมีความเสี่ยงหรืออันตรายหรือไม่? วันนี้เราจะมาวิเคราะห์เจาะลึกถึงประเด็นนี้กันครับ
กำลังซื้อลดลง… แค่เรื่องชั่วคราว?
สำหรับประเด็นเรื่อง “กำลังซื้อ” ที่ชะลอตัวลงนั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลเลย การที่เศรษฐกิจไม่ดีและส่งผลให้กำลังซื้อตกลง ถือเป็นเรื่องปกติของวัฏจักรเศรษฐกิจ (Cycle) เมื่อถึงเวลาที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและกลับมาได้ กำลังซื้อของผู้บริโภคก็จะกลับมาเองตามธรรมชาติ
ความท้าทายที่แท้จริงของ HomePro คือ “โลกออนไลน์และเด็กรุ่นใหม่”
สิ่งที่น่ากังวลใจมากกว่าสำหรับธุรกิจของ HomePro ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ แต่คือการเปลี่ยนแปลงไปสู่ “ออนไลน์” แม้ในปัจจุบันเราอาจจะเห็นว่าคนกรุงเทพฯ ซื้อของออนไลน์กันเป็นเรื่องปกติ แต่ในภาพรวมระดับประเทศ คนส่วนใหญ่ที่อยู่ต่างจังหวัดก็ยังคงนิยมเดินเข้าไปซื้อของที่สาขา (Walk-in) เป็นหลัก แต่สิ่งที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอนาคตคือเรื่องของ “เจเนอเรชัน” * Gen X และ Gen Y: ปัจจุบันกำลังซื้อหลักในตลาดยังคงอยู่ที่คนกลุ่มนี้ ซึ่งยังรู้สึกสบายใจกว่ากับการได้ไปเห็นและจับต้องสินค้าจริง รวมถึงยังมีความกังวลเรื่องเทคโนโลยีและมิจฉาชีพออนไลน์อยู่บ้าง
- Gen Z และ Gen Alpha: เด็กรุ่นใหม่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีจนกลายเป็น “Online Native” อย่างแท้จริง (เช่น การคุ้นชินกับการเรียนผ่านแอปพลิเคชันหรือมีตัวตนบนโลกเสมือนตั้งแต่ระดับอนุบาล) พวกเขาให้ความสำคัญกับความสะดวกรวดเร็วและคุณค่าของเวลา จึงแทบจะมองไม่เห็นเหตุผลหรือความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องเสียเวลาเดินทางไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า
เมื่อถึงวันที่ Gen Z และ Gen Alpha เติบโตขึ้นมามีกำลังซื้อหลักแทนที่คนรุ่นเก่า พฤติกรรมผู้บริโภคจะถูกย้าย (Shift) ไปอยู่บนโลกออนไลน์อย่างรุนแรงยิ่งขึ้น
HomePro จะต้องปรับตัวอย่างไร?
เมื่อโครงสร้างพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป สิ่งที่ HomePro จะต้องทำคือการสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Added) ที่แพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วไปไม่สามารถให้ได้ เช่น
- การเน้นการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม
- การจัดส่งที่รวดเร็วทันใจ
ปัจจุบัน HomePro มีความได้เปรียบตรงที่มีสาขาครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งสามารถดัดแปลงหรือใช้ประโยชน์ให้กลายเป็นศูนย์กระจายสินค้า (Hub) เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าในพื้นที่ต่างจังหวัดได้อย่างรวดเร็วแบบวันเดียวถึง (Same-day delivery) ได้
ความท้าทายเรื่อง “ทำเลที่ตั้ง” (Location) อย่างไรก็ตาม การปรับตัวนี้ก็มาพร้อมกับความท้าทายใหม่ ปัจจุบันสาขาของ HomePro มักจะตั้งอยู่ในทำเลทอง (Prime Location) ซึ่งมีต้นทุนสูง หากในอนาคตธุรกิจมีความจำเป็นจะต้องปรับรูปแบบตัวหน้าร้านไปเป็นคลังสินค้า (Warehouse) หรือ Hub กระจายสินค้า ต้นทุนค่าทำเลที่แพงเหล่านี้อาจจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้บริษัทต้องแบกรับต้นทุนสูงเกินไปได้
บทสรุป
แม้ HomePro จะยังคงปรับตัวได้ดีและมีความได้เปรียบในแง่ของโครงสร้างสาขาที่แข็งแกร่ง แต่พฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคออนไลน์อย่างเต็มตัวตามเจเนอเรชันใหม่ ถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องคอยจับตามองอย่างใกล้ชิด ว่าในระยะยาวบริษัทจะสามารถปรับตัวรับมือกับความท้าทายจากยุคดิจิทัลนี้ได้อย่างไร
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

