KTMS พื้นฐานเปลี่ยนไหมคะ? ราคาขึ้นลงแรงมาก | Q&A กล้วยๆ EP.1206
บทความนี้จะพามาเจาะลึกวิเคราะห์ หุ้น KTMS หรือ บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หลังจากที่ราคาหุ้นมีความผันผวนขึ้นลงอย่างรุนแรง เพื่อตอบคำถามสำคัญที่นักลงทุนหลายคนสงสัยว่า พื้นฐานของ หุ้น KTMS มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร? มีปัจจัยความเสี่ยงอะไรที่ต้องระวังบ้าง? และโอกาสในอนาคตจะเป็นอย่างไร มาหาคำตอบกันครับ
โครงสร้างธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก (3 BU) ของ KTMS
ก่อนจะไปดูปัจจัยที่กระทบราคา เราต้องทำความเข้าใจโครงสร้างรายได้ของ หุ้น KTMS กันก่อน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก (Business Units) ได้แก่:
- ธุรกิจศูนย์ฟอกไต (Hemodialysis Center): เป็นธุรกิจหลักที่เป็นหัวใจของบริษัท มีรายได้สม่ำเสมอและมีความเป็น Recurring Income สูง
- ธุรกิจจำหน่ายน้ำยาฟอกเลือดและติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์: เป็นงานลักษณะโปรเจกต์
- ธุรกิจระบบท่อลมส่งเอกสารและเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาล: เป็นงานลักษณะโปรเจกต์เช่นกัน
ข้อสังเกต: เนื่องจากกลุ่มธุรกิจที่ 2 และ 3 เป็นงานโปรเจกต์ จึงทำให้มีความผันผวนของรายได้และกำไรสูงกว่าธุรกิจศูนย์ฟอกไตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
4 ปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการและราคา หุ้น KTMS
แม้ในอดีต หุ้น KTMS จะเคยมีอัตราการเติบโตระดับ 20–30% ต่อปี แต่ในปัจจุบันการเติบโตชะลอตัวลงเหลือเพียงประมาณ 10% เท่านั้น โดยมีปัจจัยหลัก 4 ประการที่เข้ามาส่งผลกระทบ ดังนี้:
- นโยบายภาครัฐ “PD First” และการขอใบอนุญาตที่เข้มงวดขึ้น ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ของ KTMS คือกลุ่มผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ซึ่งภาครัฐเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายหลัก (การฟอกไตแบบ HD มีค่าใช้จ่ายราว 1,500 บาท/ครั้ง หรือเกือบ 200,000 บาท/ปี/คน) ภาครัฐจึงออกนโยบาย “PD First” เพื่อคุมงบประมาณ โดยให้ผู้ป่วยใหม่ใช้วิธีฟอกไตทางหน้าท้อง (PD) ซึ่งภาครัฐแจกเครื่องให้ฟรี หากต้องการทำ HD ทันทีต้องจ่ายเงินเอง นอกจากนี้ การขอใบอนุญาตเปิดศูนย์ฟอกไตแห่งใหม่ยังเข้มงวดและล่าช้าขึ้น ทำให้การขยายสาขาชะลอตัวลง
- ผลประกอบการของ BU2 และ BU3 ชะลอตัว ธุรกิจขายน้ำยา ติดตั้งอุปกรณ์ และระบบท่อลม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไร (Margin) สูง ประสบปัญหารายได้และกำไรลดลงในปีนี้ จึงกดดันอัตรากำไรสุทธิโดยรวมของบริษัทให้ลดลงตามไปด้วย
- ความเสี่ยงจากลูกหนี้การค้าค้างชำระเกิน 6 เดือน จุดนี้เป็นความเสี่ยงสำคัญของ หุ้น KTMS เนื่องจากมีลูกหนี้การค้าค้างชำระเกิน 6 เดือนพุ่งสูงถึงประมาณ 20 ล้านบาท (ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม BU2 และ BU3) เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิสูงสุดที่บริษัทเคยทำได้ที่ 10 ล้านบาท/ไตรมาส หากหนี้ก้อนนี้กลายเป็นหนี้เสียและต้องตั้งสำรองด้อยค่า อาจทำให้ผลประกอบการพลิกเป็นขาดทุนได้
- ค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาใหม่ระยะสั้น การเปิดศูนย์ฟอกไตแห่งใหม่ต้องใช้เวลาคืนทุน (Break-even) ประมาณ 1 ปี ทำให้การเปิดสาขาใหม่หลายแห่งในช่วงไตรมาส 2 และ 3 มีต้นทุนเพิ่มขึ้นชั่วคราว กดดันกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ให้เหลือเพียงประมาณ 3 ล้านบาท (ลดลงจาก 10 ล้านบาทในปีก่อนหน้า)
ภาพรวมอนาคตของ หุ้น KTMS ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า
แม้ระยะสั้นจะเจอมรสุม แต่สำหรับนักลงทุนที่มองภาพยาว พื้นฐานของ หุ้น KTMS ยังมีประเด็นบวกที่น่าจับตามอง:
- กลุ่มผู้ป่วย HD เดิมไม่ได้รับผลกระทบ: ผู้ป่วยที่ฟอกเลือดด้วยเครื่อง HD อยู่แล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปทำ PD ได้ ฐานรายได้เดิมจึงยังคงมีความมั่นคง
- การไหลกลับของผู้ป่วยรายใหม่ (ในอีก 3-5 ปี): ตามสถิติ ผู้ป่วยที่ฟอกไตทางหน้าท้อง (PD) ไปประมาณ 3-5 ปี มักมีโอกาสติดเชื้อหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจนต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่อง HD ในที่สุด ดังนั้น นโยบาย PD First จึงเป็นเพียง “การชะลอ” การเติบโตของผู้ป่วย HD รายใหม่ไปประมาณ 3-5 ปีเท่านั้น
- ราคาหุ้นอาจรับข่าวร้ายไปมากแล้ว (Price-in): ราคา หุ้น KTMS ที่ปรับตัวลงมาซื้อขายบริเวณ 1.20 บาท อาจสะท้อนปัจจัยลบต่างๆ ไปค่อนข้างมากแล้ว
สรุป: พื้นฐาน หุ้น KTMS เปลี่ยนไปไหม?
สรุปได้ว่า พื้นฐานของ หุ้น KTMS ในระยะสั้นมีความท้าทายอย่างมากจากอัตราการเติบโตที่ชะลอลงตามนโยบายภาครัฐ ปัญหาลูกหนี้การค้า และต้นทุนการขยายสาขาที่เข้ามากดดันกำไร อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว ธุรกิจศูนย์ฟอกไตรูปแบบ HD ยังคงมีความต้องการรองรับตามจำนวนผู้ป่วยโรคไตในไทยที่เพิ่มสูงขึ้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ หุ้น KTMS ควรติดตามการตั้งสำรองลูกหนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงเฝ้าดูการฟื้นตัวของผลประกอบการเมื่อสาขาใหม่เริ่มคืนทุน และโอกาสที่ผู้ป่วยจากนโยบาย PD First จะทยอยไหลกลับมาใช้บริการ HD ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

