TNP ราคาตอนนี่เป็นยังไง จะโดน CP, CJ รับประทานไหมครับ? | Q&A กล้วยๆ EP.1205
สำหรับนักลงทุนสายคุณค่า (Value Investor) หรือผู้ที่กำลังมองหาหุ้นปันผลในกลุ่มค้าปลีก ย่อมต้องเคยผ่านตากับ หุ้น TNP หรือ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) ค้าปลีก-ค้าส่งเจ้าถิ่นแห่งภาคเหนืออย่างแน่นอน แต่ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนอาจเกิดคำถามว่าทำไมราคาหุ้นถึงดูเหมือนแบกความกังวลเอาไว้? แล้วในอนาคตจะสามารถรับมือกับการขยายตัวของยักษ์ใหญ่อย่าง CP (7-Eleven) หรือ CJ Express ได้หรือไม่? บทความนี้จะพาทุกท่านมาเจาะลึกและวิเคราะห์ธุรกิจนี้ในทุกมิติ
1. รู้จักโมเดลธุรกิจ: ธนพิริยะ แตกต่างจาก 7-Eleven อย่างไร?
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า หุ้น TNP เป็นร้านสะดวกซื้อที่ต้องชนกับ 7-Eleven ของกลุ่ม CP โดยตรง แต่ในความเป็นจริง โมเดลธุรกิจมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้:
- ประเภทสินค้าที่เน้นขาย: ธนพิริยะ เน้นขาย “ข้าวสาร อาหารแห้ง” และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ขณะที่ 7-Eleven เน้น “ของสด” อาหารพร้อมทาน และเบเกอรี่ที่อายุสั้น
- ความยากในการบริหารจัดการ: ของสดของ 7-Eleven ต้องอาศัยระบบขนส่งทุกวัน (Daily Delivery) และมีโอกาสเกิดของเสีย (Waste) สูงหากขายไม่หมดใน 3–5 วัน แต่ของแห้งของธนพิริยะสามารถเก็บได้นาน 6 เดือน ถึง 1–2 ปี ทำให้บริหารจัดการสต็อกได้ง่ายกว่ามาก
- รูปแบบแพ็กเกจและราคา: ธนพิริยะมักขายสินค้าแบบแพ็กใหญ่ (เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแพ็ก 6 ซอง) ทำให้ราคาต่อหน่วยถูกลง โมเดลนี้มีความผสมผสานระหว่างค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งคล้ายคลึงกับ โลตัส (Lotus’s) มากกว่าการเป็น Convenience Store
2. ใครคือคู่แข่งตัวจริง? ชนกับ CP หรือ CJ Express กันแน่?
หากพิจารณาโครงสร้างการแข่งขัน คู่แข่งที่แท้จริงของ หุ้น TNP ไม่ใช่ 7-Eleven แต่คือ CJ Express (CJ More)
- 7-Eleven: แม้ช่วงหลังเริ่มขยับมาขายสินค้าแพ็กใหญ่ในบางสาขา แต่เป้าหมายหลักคือการรับมือกับ CJ Express มากกว่าจะตั้งใจชนกับธนพิริยะโดยตรง
- CJ Express: ถือเป็นคู่แข่งทางตรง เพราะมีโมเดลร้านทับซ้อนกัน ทั้งการขายของแห้ง สินค้าแพ็ก และสินค้าขายปลีก-ส่ง
- สถานการณ์ในภาคเหนือ: ปัจจุบัน CJ Express มีหลายพันสาขาทั่วประเทศ แต่ยังไม่ได้บุกตลาดภาคเหนืออย่างหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงรายที่ยังไม่มีสาขา ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่า CJ อาจเลือกลุยพื้นที่อื่นก่อนเพื่อเลี่ยงการปะทะกับเจ้าถิ่นที่แข็งแกร่งอย่างธนพิริยะในช่วงแรก
3. เปิด 2 ข้อกังวลหลักที่กดดันราคา หุ้น TNP
จากการวิเคราะห์ ตลาดและนักลงทุนกำลังให้ความสำคัญกับความเสี่ยง 2 ข้อ ซึ่งส่งผลให้ราคา หุ้น TNP ถูก Discount และสะท้อนความกังวลมากกว่าโอกาสเติบโตในปัจจุบัน:
- ความท้าทายในการเติบโตนอกเชียงราย: ปัจจุบันบริษัทมีสาขาราว 50–60 สาขา โดยกระจุกตัวอยู่ในเชียงรายประมาณ 40 สาขา ธนพิริยะคือ “เจ้าถิ่น” ที่คนคุ้นเคย แต่เมื่อขยายสาขาไปยังเชียงใหม่หรือลำปาง ยอดขายต่อสาขา (Sales per Branch) ยังไม่สูงเท่าสาขาในเชียงราย ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่อง Run-way การเติบโตในอนาคตเมื่อเทียบกับเครือข่ายระดับประเทศ
- ความกังวลหาก CJ Express บุกเชียงราย: แม้ตอนนี้ยังไม่มีสาขาของ CJ ในเชียงราย แต่นักลงทุนกังวลว่า “หากวันใดวันหนึ่ง CJ บุกเชียงราย” ผลกระทบต่อยอดขายจะเป็นอย่างไร ซึ่งความกังวลนี้ได้ถูกนำไปคำนวณและสะท้อนอยู่ในราคา หุ้น TNP ในปัจจุบันไปเรียบร้อยแล้ว (Price-in)
4. มุมมองการลงทุน: หุ้น TNP ปลอดภัยแค่ไหน?
ในการวิเคราะห์ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุนคือการเข้าใจธรรมชาติของราคาหุ้นในจังหวะนี้:
- ราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายไปมากแล้ว: ราคาปัจจุบันสะท้อนความกังวลเรื่องการแข่งขันและการเติบโตนอกพื้นที่ไปพอสมควร
- โจทย์สำคัญที่ต้องติดตาม: ไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่เป็นการติดตามว่าธนพิริยะจะสามารถบริหารจัดการและก้าวข้าม 2 อุปสรรคนี้ได้หรือไม่ ทั้งการเร่งสร้างยอดขายสาขานอกเชียงรายให้เติบโต และการเตรียมพร้อมป้องกันฐานลูกค้าหาก CJ เข้ามารุกตลาด หากบริษัททำได้สำเร็จตามแผน ตลาดจะค่อยๆ ปรับมุมมอง และราคา หุ้น TNP ก็มีโอกาสฟื้นตัวกลับขึ้นไปตามศักยภาพที่แท้จริง
หุ้น TNP ยังคงมีจุดแข็งจากการเป็นแบรนด์เจ้าถิ่นในภาคเหนือที่ตอบโจทย์สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในราคาประหยัด แม้จะต้องเผชิญความท้าทายในอนาคต แต่ระดับราคาหุ้นในปัจจุบันได้สะท้อนความเสี่ยงเหล่านั้นไปพอสมควรแล้ว นักลงทุนที่สนใจสะสม หุ้น TNP เพื่อรับเงินปันผล จึงควรให้ความสำคัญกับการติดตามผลการดำเนินงานในการขยายสาขาและการรักษามาร์จิ้นอย่างใกล้ชิด
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

