PR9 vs WPH ตอนนี้ตัวไหนแพงกว่ากัน? น่าถือยาวกว่ากัน? | Q&A กล้วยๆ EP.1189
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการเติบโตในกลุ่มการแพทย์และสุขภาพ หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่มักถูกหยิบยกมาถกเถียงกันคือการเปรียบเทียบระหว่าง หุ้น PR9 (โรงพยาบาลพระรามเก้า) และ หุ้น WPH (โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง) ว่าในระดับราคาปัจจุบัน หุ้นตัวไหนดูแพงกว่ากัน? และหากเราเชื่อมั่นว่ากระแสการท่องเที่ยวต่างชาติ (Medical Tourism) จะเติบโตต่อเนื่อง หุ้นตัวใดที่จะสามารถตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวได้ดีกว่ากัน
ก่อนที่จะกดปุ่มตัดสินใจเลือกซื้อหุ้นตัวใดเข้าพอร์ต สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการปรับมุมมองและทำความเข้าใจก่อนว่า หุ้นทั้งสองตัวนี้จัดเป็น “หุ้นคนละสไตล์อย่างสิ้นเชิง” แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมกลุ่มการแพทย์เหมือนกันก็ตาม
สำรวจคุณภาพและความสม่ำเสมอของรายได้
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างสองโรงพยาบาลนี้ อยู่ที่ความผันผวนและความสม่ำเสมอของผลการดำเนินงาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนระยะยาวที่ต้องการความอุ่นใจ
- หุ้น PR9: มั่นคง สม่ำเสมอ และทนทานต่อวิกฤต
- รายได้เติบโตต่อเนื่อง: สถิติรายได้ย้อนหลังเกือบ 10 ปี แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในระดับสูงมาก แม้กระทั่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่หลายธุรกิจหยุดชะงัก รายได้ของโรงพยาบาลก็ปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
- ฐานรายได้ขยายตัว: หลังจากการเปิดตึกใหม่ รายได้ของ PR9 ไต่ระดับจาก 4,000 ล้านบาท ขึ้นสู่ระดับกว่า 5,200 ล้านบาทอย่างแข็งแกร่ง
- ผลประกอบการมีเสถียรภาพ: รายได้เฉลี่ยในแต่ละไตรมาสทรงตัวอยู่ในระดับ 1,000–1,300 ล้านบาท โดยแทบไม่มีช่วงที่กราฟทรุดตัวอย่างรุนแรงให้ผู้ถือหุ้นต้องตกใจ
- หุ้น WPH: เติบโตหวือหวา แต่ผันผวนตามฤดูกาล
- อิงกับภาคการท่องเที่ยวสูง (High Sensitivity): ธุรกิจของ WPH มีความอ่อนไหวและพึ่งพาปริมาณนักท่องเที่ยวอย่างมาก
- ความผันผวนระหว่างไตรมาส: รายได้ในแต่ละไตรมาสมีความแกว่งตัวชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 (Q2) ซึ่งเป็นช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว รายได้มักจะปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- ความเสี่ยงยามวิกฤต: ในอดีตช่วงสถานการณ์โควิด-19 WPH ได้รับผลกระทบอย่างหนัก และในอนาคตก็ยังคงมีโอกาสเผชิญความเสี่ยงสูงหากภาคการท่องเที่ยวของประเทศเกิดการสะดุด
เจาะลึกฐานลูกค้า: นักท่องเที่ยวทั่วไป vs ผู้ป่วยที่ตั้งใจมารักษา
เหตุผลหลักที่ทำให้ความสม่ำเสมอของรายได้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง มาจากโปรไฟล์ของกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการ:
- WPH จับกลุ่มนักท่องเที่ยว: รายได้ส่วนใหญ่ของโรงพยาบาลแปรผันตามปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ผลการดำเนินงานมีความหวือหวาสูง และคาดการณ์ได้ยากในสภาวะที่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวไม่แน่นอน
- PR9 เน้นผู้ป่วยที่บินมารักษาโดยเฉพาะ: ลูกค้าต่างชาติของ PR9 ไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไปที่บังเอิญป่วยระหว่างทริป แต่เป็นผู้ป่วยที่ตั้งใจเดินทาง (Fly-in) เข้ามารับการรักษาพยาบาลโดยตรง ทำให้รายได้มีความนิ่งและมีเสถียรภาพมากกว่ามาก
โอกาสการเติบโตที่ซ่อนอยู่ของ PR9: ปัจจุบัน PR9 มีสัดส่วนคนไข้ต่างชาติอยู่เพียงประมาณ 27–28% (เมื่อเทียบกับผู้นำตลาดอย่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ที่มีสัดส่วนต่างชาติราว 65%) ปัจจุบัน PR9 เริ่มเจาะกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางอย่างกาตาร์ และยังมีพื้นที่ให้ขยายตลาดสู่ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี หรือดูไบได้อีกมหาศาล นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีพื้นที่รองรับผู้ป่วย (Capacity) เหลืออยู่อีกราว 50% ซึ่งพร้อมเปลี่ยนเป็นรายได้ในอนาคตโดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก้อนใหญ่ซ้ำ
ไขข้อข้องใจด้าน Valuation: PR9 แพงกว่า WPH จริงหรือ?
เมื่อพูดถึงความถูกแพง นักลงทุนมือใหม่มักใช้ค่าอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) เป็นไม้บรรทัดเดียว และมักติดกับดักที่ว่า “หุ้นที่ P/E ต่ำกว่าคือหุ้นที่ถูกกว่าเสมอ” แต่ในโลกของการประเมินมูลค่า การเปรียบเทียบ P/E ข้ามกลุ่มที่มีคุณภาพกำไรต่างกัน เปรียบเสมือนการนำ “แอปเปิ้ลไปเปรียบเทียบกับส้ม”
- คุณภาพของรายได้กำหนดระดับราคา (Premium Valuation): หุ้นที่มีรายได้สม่ำเสมอ คาดการณ์ได้ และไม่ผันผวนตามสภาวะภายนอก ย่อมสมควรได้รับการซื้อขายที่ระดับมูลค่า (P/E) สูงกว่าหุ้นที่มีความผันผวนสูง
- เปรียบเทียบให้ถูกคู่: การประเมินมูลค่า PR9 ควรนำไปเทียบเคียงกับหุ้นโรงพยาบาลในระดับและกลุ่มลูกค้าใกล้เคียงกัน เช่น BDMS หรือ BCH ซึ่งปัจจุบันเทรดกันที่ระดับ P/E ประมาณ 18 เท่า
- อย่ามองแค่ตัวเลข P/E บรรทัดสุดท้าย: หากตัดสินความถูกแพงจาก P/E เพียงอย่างเดียว หุ้นโรงพยาบาลบางตัวอย่าง RJH อาจดูถูกกว่ามากด้วย P/E ราว 10 เท่า แต่ราคานั้นก็สะท้อนการแลกมาด้วยปัจจัยกดดันจากโครงสร้างรายได้ที่พึ่งพาโควตาประกันสังคม หรือเปรียบให้เห็นภาพชัดๆ คือการเลือกระหว่างหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ P/E 6 เท่า กับหุ้นสื่อสารที่ P/E 20 เท่า ซึ่งมีโมเดลธุรกิจ ความเสี่ยง และคุณภาพของกระแสเงินสดที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ตัดสินใจเลือกลงทุนให้ตรงกับเป้าหมายของพอร์ต
ทั้ง หุ้น PR9 และ หุ้น WPH ต่างก็มีศักยภาพและเสน่ห์ในการเติบโตในสไตล์ของตัวเอง การตัดสินใจเลือกว่าตัวไหนน่าสนใจกว่ากัน จึงขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และระยะเวลาในการถือครอง:
หากคุณเป็นนักลงทุนที่เน้นการลงทุนระยะยาว ต้องการความมั่นคง ยั่งยืน และชอบหุ้นที่มีความแน่นอนสูง หุ้น PR9 ดูจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า ด้วยรายได้ที่สม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามฤดูกาลท่องเที่ยว พร้อมอัปไซด์จากการขยายตลาดคนไข้ตะวันออกกลาง และมี Capacity ที่ยังรองรับการเติบโตได้อีกเท่าตัว
ในทางกลับกัน หากคุณเป็นนักลงทุนสายเก็งกำไรที่ชอบจับจังหวะตามรอบ (Cyclical Growth) ต้องการเกาะกระแสการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทย และสามารถยอมรับความผันผวนของงบการเงินในช่วง Low Season ได้ หุ้น WPH ก็อาจเป็นตัวเลือกที่สร้างสีสันและผลตอบแทนที่หวือหวาได้ในรอบที่มาถึง
การจัดกลุ่มเปรียบเทียบให้ถูกต้องและการทำความเข้าใจ “คุณภาพของรายได้” อย่างลึกซึ้ง จะเป็นเข็มทิศชั้นดีที่ช่วยให้นักลงทุนประเมินมูลค่าหุ้นได้อย่างสมเหตุสมผล และรอดพ้นจากกับดักมูลค่า (Value Trap) ในตลาดหุ้นได้ในที่สุด
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

