RPH ราคาลงมา 10% เพราะเรื่องนี้หรือเปล่าครับ? | Q&Aกล้วยๆ EP.1073
RPH ราคาลงมา 10% เพราะเรื่องนี้หรือเปล่า? | Q&A กล้วยๆ EP.1073
ในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนสายโรงพยาบาลหลายคนอาจจะเกิดความสงสัยและเริ่มนั่งไม่ติดที่ เมื่อเห็นราคาหุ้นของ โรงพยาบาลราชพฤกษ์ หรือ RPH ปรับตัวลดลงมากว่า 10% จนเกิดคำถามตามมามากมายว่า “เกิดอะไรขึ้นกับพื้นฐานของบริษัทหรือเปล่า?” หรือนี่เป็นโอกาสในการเข้า ลงทุน ครั้งใหม่?
วันนี้เราจะมาเจาะลึกผ่าน 2 ประเด็นร้อนที่เป็นตัวแปรสำคัญ คือการเทขายหุ้นของกลุ่ม THG และความกังวลเรื่องงบประมาณในการสร้าง ศูนย์ศัลยกรรมความงาม แห่งใหม่ครับ
กลยุทธ์ Synergy: ทำไมโรงพยาบาลเดี่ยวถึงต้องถือหุ้นข้ามกัน?
ก่อนจะไปดูสาเหตุการขาย เราต้องเข้าใจโครงสร้างธุรกิจโรงพยาบาลในไทยก่อนครับ โดยปกติจะแบ่งเป็น 2 โมเดลหลัก:
- โรงพยาบาลโครงข่าย (Chain Hospital): เช่น BDMS หรือ BCH ที่มีสาขานับสิบแห่ง มีอำนาจต่อรองสูงในการซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์
- โรงพยาบาลเดี่ยว (Single Hospital): เช่น RPH ที่เน้นความเป็นเลิศในพื้นที่เฉพาะจุด
เพื่อแก้เกมเรื่อง “อำนาจต่อรอง” โรงพยาบาลเดี่ยวจึงมักใช้วิธีการเป็นพันธมิตร หรือการทำ Synergy โดยการเข้าถือหุ้นซึ่งกันและกัน เพื่อรวมวอลุ่มในการสั่งซื้อของให้ได้ราคาถูกลง และส่งต่อคนไข้ระหว่างกันได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่ง RPH และ THG ก็เคยมีความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้
เจาะปม THG เทขาย หุ้น RPH: ปัญหาที่ “เขา” ไม่ใช่ “เรา”
สาเหตุแรกที่หลายคนคาดการณ์ว่าทำให้ราคาหุ้น RPH ร่วงลง คือการที่กลุ่ม THG (Thonburi Healthcare Group) ตัดสินใจเทขายหุ้นออกมา แต่หากเราพิจารณาให้ลึกซึ้งจะพบว่า “ปัจจัยนี้ไม่ได้มาจากพื้นฐานของ RPH ที่เปลี่ยนไป”
หากติดตามข่าวสารการลงทุน จะเห็นว่าทางฝั่ง THG กำลังเผชิญกับมรสุมภายใน โดยเฉพาะกรณีของ นายแพทย์บุญ วนาสิน ที่มีประเด็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทำราคาหุ้น ดังนั้น การขายหุ้น RPH ออกมา จึงน่าจะเป็นเรื่องของ:
- การบริหารสภาพคล่องภายใน: ของฝั่ง THG เอง
- การปรับโครงสร้างพอร์ต: เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในองค์กรของเขา
สรุปสั้นๆ: THG ขายเพราะเขา “จำเป็นต้องใช้เงิน” ไม่ใช่เพราะ RPH บริหารงานไม่ดี นักลงทุนที่กำลังมองหาช่องทาง ลงทุน จึงสบายใจได้ในเปลาะหนึ่งครับ
อีกหนึ่งประเด็นที่นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตคือ ความกังวลเรื่อง “ค่าเสื่อมราคา” จากการลงทุนสร้างศูนย์ศัลยกรรมความงามแห่งใหม่ แต่ในมุมมองธุรกิจจริง ประเด็นนี้อาจถูกตีความผิดไป เพราะกำไรที่สูงกว่าค่าเสื่อม (High Margin)
ธุรกิจความงามเป็นกลุ่มที่มี Margin สูงมาก เมื่อเทียบกับค่าเสื่อมราคาจากการก่อสร้างหรืออุปกรณ์แล้ว ถือว่าสัดส่วนนั้นน้อยมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญต่อกำไรสุทธิในระยะยาว
“แม่เหล็ก” ดึงดูดลูกค้าอันดับ 1
จุดแข็งที่สุดของ RPH ในโปรเจกต์นี้คือ นายแพทย์ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร์ (CEO) ซึ่งท่านไม่ได้เป็นแค่ผู้บริหาร แต่ยังเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งจมูกมือหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น ถึงขนาดมีคำกล่าวว่า “จมูกคนขอนแก่นครึ่งจังหวัด คือผลงานของคุณหมอธีระวัฒน์”
การมี Key Man ที่เป็นเบอร์หนึ่งในตลาดและมีจริยธรรมทางการแพทย์สูงเช่นนี้ คือเครื่องการันตีว่าศูนย์ศัลยกรรมแห่งนี้จะมี Traffic ลูกค้าหนาแน่นตั้งแต่วันแรกที่เปิดทำการ
บทสรุปสำหรับนัก ลงทุน
การที่ราคาหุ้น RPH ปรับตัวลดลงมา 10% ในช่วงที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเป็นผลกระทบจาก “ปัจจัยภายนอก” (เรื่องของ THG) มากกว่า “ปัจจัยภายใน” หากเราเชื่อมั่นในฝีมือการบริหารและการขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจ High Margin อย่างศูนย์ศัลยกรรมความงาม ภายใต้การนำของคุณหมอที่เป็นตัวจริงในวงการ ช่วงเวลานี้อาจจะเป็นจังหวะที่ดีในการทบทวนแผนการ ลงทุน ของคุณอีกครั้ง เพราะพื้นฐานที่แข็งแกร่งของโรงพยาบาลราชพฤกษ์ยังคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามราคาหุ้นที่สวิงชั่วคราวครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

