เถ้าแก่น้อย (หุ้น TKN) ยอดขายตก แต่บวกแรง เกิดอะไรขึ้น???

หุ้น TKN เถ้าแก่น้อย ยอดขายตก แต่บวกแรง เกิดอะไรขึ้น?
หุ้น TKN เถ้าแก่น้อย ยอดขายตก แต่บวกแรง เกิดอะไรขึ้น?



เช้าวันนี้ (11 ส.ค. 63) มีประกาศงบการเงิน Q2 หลายบริษัท
และ 1 ในนั้นคือ TKN หรือ “เถ้าแก่น้อย” 
ผู้ผลิต และจัดจำหน่าย Snack ประเภท “สาหร่ายแปรรูป” เป็นหลัก

เรามาดูกันก่อนครับว่างบ Q2 ประกาศมาเป็นอย่างไรบ้าง
ทำไมหุ้นถึงได้บวกแรงแบบนี้

(ลบ.) Q2 2562 Q2 2563 เปลี่ยนแปลง (%)
รายได้ 1,302.1 1,011.6 -22.3%
ต้นทุนสินค้า 937.5 734.6 -21.6%
กำไรขั้นต้น 364.5 277.0 -24.0%
ต้นทุนการขาย 197.2 99.7 -49.5%
คชจ.บริหาร 63.2 69.5 +10.0%
กำไรสุทธิ 98.4 88.9 -9.6%

จากงบ Q2 ที่เพิ่งประกาศเมื่อเช้า จะเห็นได้ว่า 
รายได้ลดลง 22%เมื่อเทียบกับ Q2 ปีที่แล้ว
ต้นทุนสินค้าก็ลดในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงในสัดส่วนใกล้เคียงกันเช่นเดียวกัน
แต่ต้นทุนการขายลดลงมากถึงเกือบ 50%
สือเนื่องจากนโยบายในปีนี้ที่คุณต๊อบประกาศว่าจะลดจำนวนสาขา
“เถ้าแก่น้อยแลนด์” ซึ่งมีต้นทุนคงที่ค่อนข้างสูง แต่ยอดขายกลับไม่ได้ดีมากเท่าไหร่
ทำให้กำไรสุทธิลดลงประมาณ 10% 
ซึ่งน้อยกว่าการลดลงของยอดขาย

แล้วตลาดมองเห็นอะไรในตัวเลขนี้ ถึงได้ตอบรับด้วยการปรับตัวขึ้นของราคาประมาณ 10% ในวันนี้
เราลองมาวิเคราะห์ไปด้วยกันครับ 

1. การปิดสาขาของ “เถ้าแก่น้อยแลนด์” ซึ่งเป็นคชจ.คงที่ ที่กดดันกำไรของ TKN มานาน เป็นปัจจัยบวกที่จะทำให้ TKN ตัวเบาขึ้น เนื่องจากสินค้าอยู่ในกลุ่ม FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) หรือสินค้าที่ผู้บริโภคบริโภคถี่, ราคาต่อหน่วยต่ำ 

2. สินค้า TKN ในไทย ยังครอง Market Share เบอร์ 1 อย่างแข็งแกร่งด้วย Mkt. share มากกว่า 68% (ปี 2562) แสดงให้เห็นว่าสินค้าเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคอย่างเหนียวแน่น และรายได้ในประเทศมีสัดส่วน 40% ของรายได้ทั้งหมด

3. สินค้า TKN ในต่างประเทศ ส่วนนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต ซึ่งประเด็นสำคัญมี 2 ประเด็นคือ

3.1 สินค้าเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติอย่างยั่งยืนรึเปล่า ซึ่งประเด็นนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าทั้งในประเทศจีน ก็ให้การยอมรับอย่างต่อเนื่อง และในประเทศอื่นๆเช่น อินโดนีเซีย และอเมริกา ซึ่งทั้ง 3 ประเทศ เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยหลายเท่า จึงเป็นโอกาสในการเติบโตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะใน Q2 2563 ทางบริษัทแจ้งว่ามียอดขายการเติบโตที่ดีใน จีน และอเมริกา

3.2 ผู้จัดจำหน่าย หรือ Distributor มีประสิทธิภาพ ใน 2 ปีที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่า TKN ประสบปัญหายอดขายในประเทศจีนที่ไม่เติบโตเท่าที่ควร เนื่องจากมีปัญหาการ Copy สินค้าเกิดขึ้น ไปจนถึงต้องเกิดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน Packaging และเปลี่ยน Distributor รายใหม่ในปีที่แล้ว เป็น Pan Orion สัญชาติเกาหลี ที่ทำตลาดอยู่ในประเทศจีนมาอย่างยาวนานแทน

4. ต้นทุนวัตถุดิบคือ “สาหร่าย” มีสัดส่วนต้นทุนหลักและสัดส่วนสูง มีความอ่อนไหวต่อราคาเนื่องจากเป็นสินค้าในกลุ่ม Soft Commodity ที่มี Global Supply&Demand เป็นตัวกำหนดราคา 

5. อัตราการใช้กำลังการผลิต (%Utilization Rate) เนื่องจาก TKN เป็นผู้ผลิตเอง จึงทำให้ต้องบริหารกำลังการผลิตให้อยู่ในระดับสูงด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับที่ดี แต่เนื่องจากปัญหาที่ไม่คาดคิดในข้อ 3.2 ทำให้กำลังการผลิตไม่อยู่ในระดับสูงมาก โดยมี %Utilization Rate ในระดับ 63-71% สำหรับสินค้าหลักอย่าง “สาหร่ายทอด” และ “สาหร่ายย่าง” จึงเป็นตัวกดดันต้นทุนอีกหนึ่งอย่าง

สรุป
===
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้ว TKN ยังมีโอกาสที่จะสามารถเติบโตขึ้นได้ในอนาคต
เพียงแต่ที่ผ่านมาเจออุปสรรคสำคัญคือเรื่อง Distributor ที่เมืองจีน
และอุปสรรคล่าสุดอย่างโรคระบาดอย่างที่เราทราบกันดี
แต่ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในครึ่งปีแรกของปี 2563 
ซึ่งใกล้เคียงกับผลประกอบการครึ่งปี 2562 
แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาที่ตรงจุด 
และตัดของเสียออกไป
จนทำให้ผมนึกถึงประโยคที่ว่า “ฟ้าหลังฝน” ย่อมสดใสเสมอ

#ลงทุนกล้วยๆ ขอเอาใจช่วย TKN ที่สามารถทำให้สินค้าไทย
เป็นที่ยอมรับในระดับโลกด้วยครับ

**หมายเหตุ เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล ทางเพจ #ลงทุนกล้วยๆ
ไม่มีจุดประสงค์ในการแนะนำหุ้นแต่อย่างใด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *