Uncategorizedปอกหุ้นเข้าปาก

OSP ในประเทศโตแกร่ง กำไรปกติ New High ท่ามกลางเศรษฐกิจหดตัว | ปอกหุ้นเข้าปาก EP.73

https://youtu.be/TTiWgdRAppM

เจาะลึกหุ้น OSP (โอสถสภา) กำไรปกติ New High ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา!

ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและชะลอตัว การมองหาหุ้นที่ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอาจดูเป็นเรื่องท้าทายสำหรับนักลงทุนหลายคน แต่หากเราเจาะลึกดูรายละเอียดในงบการเงิน จะพบว่ามีบริษัทที่สามารถทำกำไรปกติทำสถิติ “New High” ได้อย่างน่าประทับใจ หนึ่งในนั้นคือหุ้น OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)

วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญ และเจาะลึกกลยุทธ์ของ OSP กันว่า ทำไมบริษัทที่มีอายุยาวนานกว่า 130 ปีแห่งนี้ ถึงเป็นหุ้น “Domestic Play” ที่น่าจับตามองในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

ไขความลับงบการเงิน: ภาพลวงตาของตัวเลขที่ดูเหมือนลดลง

หากใครที่เข้าไปดูงบการเงินของ OSP ในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา อาจจะรู้สึกตกใจเมื่อเห็นตัวเลขทางบัญชีบางส่วนลดลงอย่างหนัก (เช่น รายได้ลดลงกว่า 10% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทลดลงถึง 86%) แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคือเรื่องของการเปลี่ยนแปลง “มาตรฐานบัญชีใหม่ TAS 21”

มาตรฐานบัญชีนี้ส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้จากการส่งออกในต่างประเทศ โดยบังคับให้บริษัทต้องอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนตามราคาตลาดที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น (จากอดีตที่อาจอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนทางการที่ทำให้ตัวเลขสูงเกินจริง) การเปลี่ยนมาใช้ TAS 21 ทำให้ตัวเลขของ OSP มีความสมจริง (Realistic) มากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นผลดีต่อนักลงทุนในระยะยาว

หากเรานำงบการเงินมาปรับฐานเปรียบเทียบกันแบบ “Like-for-Like” หรือเทียบด้วยมาตรฐานบัญชีเดียวกัน (Apple to Apple) จะพบความจริงที่น่าทึ่งว่า รายได้รวมของ OSP ไม่ได้ลดลง แต่กลับเติบโตขึ้น 3.6% นอกจากนี้ หากพิจารณาเฉพาะ “กำไรจากการดำเนินงานปกติ” (โดยตัดกำไรพิเศษแบบ One-time ออกไป) กำไรปกติของไตรมาสนี้ทำได้ถึง 1,157 ล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่งและถือเป็น New High เลยทีเดียว

โตแกร่งในประเทศ ด้วยพอร์ตสินค้าที่ครอบคลุม (ไม่ได้มีแค่ M-150)

สิ่งที่ทำให้ OSP สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง คือการพึ่งพารายได้จากภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ตัวเลขรายได้ในประเทศ (Domestic) มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 7.64% สะท้อนถึงการกลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำและแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) กลับคืนมาได้สำเร็จ

หลายคนอาจติดภาพจำว่า OSP คือบริษัทขายเครื่องดื่ม M-150 แต่ในความเป็นจริง พอร์ตโฟลิโอมีความหลากหลายและครอบคลุมมาก:

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม (~85% ของรายได้): แน่นอนว่ามีเรือธงอย่าง M-150, โสมอินซัม และฉลาม แต่นอกเหนือจากเครื่องดื่มชูกำลัง ยังมีกลุ่ม Functional Drink ยอดฮิตที่เป็นสินค้ากึ่งจำเป็น เช่น C-vitt, Peptein, M-Sport และ Calpis Lacto
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล (~11% ของรายได้): กลุ่ม Personal Care ถือเป็น ขุมพลังลับ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องมา 4-6 ปีติด นำโดยแบรนด์ Babi Mild, 12 Plus และ Exit ล่าสุดยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มผู้ใหญ่วัยเกษียณ (Silver Age) อีกด้วย
  • กลุ่มลูกอมและผลิตภัณฑ์อื่นๆ (~4% ของรายได้): กลุ่มสินค้าคลาสสิกที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น ลูกอมโอเล่, โบตัน และยาทำใจ

อัตรากำไรพุ่งทะยาน: ผลลัพธ์จากการบริหารจัดการต้นทุนที่เป็นเลิศ

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้งบการเงินของ OSP ดูโดดเด่น คือการทำสถิติ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42.5% ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้เป็นการเติบโตในเชิงโครงสร้างที่ “ถาวร” จาก 3 ปัจจัยสำคัญ:

  1. ยุบรวมโรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ: การรวบรวมฐานการผลิตมาไว้ที่โรงงานจังหวัดอยุธยา ซึ่งเป็นโรงงานทันสมัยและใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) เกือบทั้งหมด ช่วยลดต้นทุนและประหยัดค่าแรงงานได้อย่างมหาศาล
  2. ประหยัดค่าขนส่งและลด SG&A: การรวมศูนย์โรงงานช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ถาวร ดันให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) ลดลงมาอยู่ที่ 21.9% รวมถึงการใช้นโยบาย Operational Excellence เพื่อตัดสิ่งที่ไม่ทำกำไรทิ้งไป
  3. ล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า: วิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของผู้บริหารในการประเมินความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ด้วยการล็อกราคาต้นทุนน้ำมันและพลาสติกล่วงหน้า ทำให้ผลกระทบจากราคาต้นทุนที่ผันผวนถูกควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำ

ความเสี่ยงที่ต้องจับตา และ โอกาสด้านเงินปันผล

แม้ OSP จะมีจุดแข็งรอบด้าน แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม นั่นคือ ยอดขายในตลาดต่างประเทศ (International) โดยเฉพาะในกัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนรายได้จากการส่งออกคิดเป็นเพียง 20% ของรายได้รวมเท่านั้น ผลกระทบจึงถูกชดเชยด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งในประเทศ

ในแง่ของความน่าสนใจต่อนักลงทุน OSP มีจุดเด่นด้านเงินปันผลที่น่าจับตามอง:

  • กระแสเงินสดมั่นคง: ธุรกิจผลิตสินค้ากึ่งจำเป็นทำให้บริษัทมีเงินสดไหลเวียนสม่ำเสมอ เป็นรากฐานของหุ้นปันผล (Dividend Stock) ชั้นดี
  • Dividend Yield: อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลคาดการณ์ (Forward) ของปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ราวๆ 5% กว่าๆ (อิงนโยบายจ่ายปันผล ~65% ของกำไรสุทธิ)
  • โอกาสในอนาคต: หากช่วงไหนบริษัทมีการลงทุนขนาดใหญ่ (CAPEX) ลดลง อาจมีศักยภาพขยับสัดส่วนการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจดันผลตอบแทนให้สูงแตะ 8% ได้ในอนาคต
  • Valuation: ปัจจุบัน Forward P/E ของ OSP อยู่ที่ประมาณ 12.5 เท่า ถือเป็นระดับราคาที่สมเหตุสมผล

สรุปภาพรวม : OSP เป็นหุ้นแข็งแกร่ง (Defensive Stock) ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีเยี่ยม การมีพอร์ตสินค้าที่หลากหลาย และวิสัยทัศน์อันแหลมคมของผู้บริหาร สามารถนำพาบริษัทเติบโตฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ชะลอตัวไปได้อย่างสง่างามและยั่งยืน

หมายเหตุ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam