Uncategorizedกล้วยๆ Q&A ถาม-ตอบ เรื่องหุ้นจากในคอร์สหุ้นมือใหม่ VI TURN PRO

HMPRO กำไรลดลง แบบนี้กระทบ QH ด้วยหรือเปล่า? | Q&Aกล้วยๆ EP.1134

กำไร HMPRO ลดลง กระทบหุ้น QH หรือไม่? เจาะลึกงบการเงิน โอกาสรับ ปันผล และก้าวเข้าสู่ยุคทองของ AI ที่กำลังเปลี่ยนโลกการทำงาน

ในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวนและกำลังซื้อในประเทศชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด นักลงทุนสายคุณค่า (Value Investor) หรือนักลงทุนที่เน้นรับเงิน ปันผล หลายคนอาจกำลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ของหุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านชื่อดังที่เคยขึ้นชื่อเรื่องการจ่าย ปันผล ได้อย่างสม่ำเสมออย่างหุ้น HMPRO (บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)) ว่าเมื่อตัวเลขผลประกอบการเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังบริษัทที่ถือหุ้นใหญ่อย่าง คิวเฮ้าส์ หรือ QH (บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)) มากน้อยเพียงใด วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงผลกระทบทางบัญชี โอกาสในการรับเงิน ปันผล ของหุ้น QH รวมถึงในช่วงท้ายของบทความ เราจะมาพูดคุยถึงกระแสเทคโนโลยี AI ที่กำลังพลิกโฉมวงการคนทำงานตามข้อมูลที่ได้มีการหยิบยกมาวิเคราะห์กันครับ

กำไร HMPRO ลดลง ส่งผลสะเทือนถึง QH อย่างไร?

ในปัจจุบัน หากเราย้อนดูโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ HMPRO จะพบว่าหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สำคัญก็คือ QH โดยถือหุ้นใน HMPRO ในสัดส่วนเกือบๆ 20% ซึ่งในทางบัญชีแล้ว ทาง QH จะต้องรับรู้กำไรส่วนแบ่งจาก HMPRO เข้ามาในงบการเงินของตัวเองแบบบรรทัดเดียว (Single line equity income)

ดังนั้น เมื่อบริษัทที่ไปร่วมลงทุนอย่าง HMPRO มีกำไรสุทธิลดลง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรส่วนแบ่งที่ QH จะได้รับในงบการเงินรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งหากเราเจาะดูที่งบการเงินไตรมาส 1 ปีล่าสุดของ HMPRO จะพบข้อมูลที่น่ากังวลว่า กำไรสุทธิลดลงถึง 17% โดยปรับตัวลดลงจาก 1,700 ล้านบาท เหลือเพียง 1,400 ล้านบาท ข้อมูลเชิงประจักษ์นี้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เหล่านักลงทุนสามารถประเมินได้ 100% เลยว่า กำไรส่วนแบ่งที่ถูกส่งต่อไปยัง QH จะต้องปรับตัวลดลงตามไปด้วยอย่างแน่นอน

กำไรลด แล้วนักลงทุนจะยังได้ ปันผล จาก QH ลดลงตามด้วยหรือไม่?

คำถามสำคัญที่ตามมาในใจของนักลงทุนทุกคนคือ เมื่อกำไรทางบัญชีลดลงแบบนี้ จะส่งผลให้การจ่าย ปันผล ของ QH ลดลงด้วยหรือไม่?

คำตอบสำหรับเรื่องนี้คือ “ยังฟันธงไม่ได้” ว่าเงิน ปันผล จะลดลงตามงบการเงินเสมอไป เหตุผลหลักเป็นเพราะในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ บริษัทสามารถดึงสิ่งที่เรียกว่า “กำไรสะสม” (Retained Earnings) ที่มีอยู่ออกมาใช้พิจารณาจ่าย ปันผล ได้ด้วย ไม่ใช่พึ่งพากำไรจากการดำเนินงานปกติเพียงอย่างเดียว

หลายๆ บริษัทมักจะเลือกงัดเอากำไรสะสมที่มีอยู่ออกมาจ่ายเป็น ปันผล ให้แก่นักลงทุน เพราะบริษัทเข้าใจดีว่านักลงทุนที่เลือกถือหุ้นของบริษัทเพราะคาดหวังเรื่อง ปันผล ย่อมอาจเดือดร้อนหากไม่ได้รับเงินส่วนนี้ และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว ในส่วนของประเด็นด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) หากมีการงัดกำไรสะสมมาจ่าย มูลค่าของบริษัทจะยังไม่ลดลงหากยังไม่ถึงวันขึ้นเครื่องหมาย XD (ก่อน XD) แต่หลังจากผ่านพ้นการขึ้นเครื่องหมาย XD ไปแล้ว มูลค่าและราคาหุ้นก็จะปรับลดลงตามปริมาณเงินสดที่ถูกผลักออกจากบริษัทไปเป็นเงิน ปันผล ตามกลไกตลาด

ยุคทองของ AI: เมื่อทุกคนสามารถมี Software House เป็นของตัวเอง

นอกเหนือจากมุมมองด้านการลงทุนแล้ว ปัจจุบันเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI มีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดและสร้างความสับสนวุ่นวายในแง่ดีให้กับคนทำงาน โมเดลภาษาขนาดใหญ่ต่างๆ รวมถึงการใช้เครื่องมือจำพวก Code Interpreter กำลังเปลี่ยนวิธีคิดและขอบเขตของสายอาชีพไปอย่างสิ้นเชิง

ความน่ากลัวในระยะกลางของ AI สำหรับคนทำงานคือ ผู้ที่เอาชนะกันได้ในตลาดจะวัดกันที่ทักษะการเขียนคำสั่ง (Prompt Engineering) ผู้ที่สามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือเสริมจำพวกปลั๊กอิน (Plugins) หรือนำโมเดล AI หลายๆ ตัวมาเชื่อมต่อกัน (AI Chaining) จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเหนือชั้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมหาศาล

ตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันมีตัวแทนประกันที่นำ AI ไปประยุกต์ใช้เพื่อสรุปรายละเอียดกรมธรรม์ที่เข้าใจยาก ว่าลูกค้าต้องจ่ายเบี้ยเมื่อไหร่และคุ้มครองอะไรบ้างออกมาเป็นข้อความที่สั้นกระชับและเข้าใจง่าย หรือกระทั่งบางคนใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด และสร้างแอปพลิเคชันวางแผนการเงินในแบบที่ตนเองต้องการ จนสามารถนำแอปพลิเคชันนี้ไปเสนอขายเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ใหม่ได้เลย

ยิ่งเป็นคนทำงานสายครีเอทีฟหรือนักคิดสร้างสรรค์ ยิ่งมีความได้เปรียบสูงเมื่อนำ AI มาประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือนการ “ปลดล็อคสกิล” ที่ช่วยลดอุปสรรคทางเทคนิค (Technical Barriers) ทำให้ทุกคนเสมือนกลายเป็นโปรแกรมเมอร์ได้ด้วยตนเอง และทำให้ทุกคนสามารถมี Software House เป็นของตัวเองได้อย่างแท้จริง แม้ว่าในตอนนี้นักใช้งานบางส่วนอาจจะยังเผชิญกับข้อจำกัดเรื่องโควตาการประมวลผล (Token Limits) ที่จำกัดปริมาณข้อมูล หรือยังไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินสมัครใช้งานเครื่องมือขั้นสูงแบบรายเดือน (Subscription) ก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่จะเปลี่ยนโลกการทำงานไปตลอดกาล

บทสรุป

ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาผลกระทบจากกำไรที่ลดลงซึ่งส่งผลต่อการจ่าย ปันผล ของหุ้น HMPRO และ QH หรือการที่คนทำงานต้องเร่งปรับตัวรับมือกับคลื่นเทคโนโลยี AI สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องพร้อมที่จะเรียนรู้ ทำความเข้าใจขอบเขตใหม่ๆ ของอาชีพ และปลดล็อคศักยภาพตนเองในยุคที่โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การติดตามข้อมูลอย่างเท่าทันจะช่วยให้เราสามารถบริหารทั้งพอร์ตการลงทุนและทักษะวิชาชีพให้เติบโตได้อย่างมั่นคงครับ

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam