หุ้นธุรกิจประกันสุขภาพ น่าลงทุนไหม ในยุคสังคมสูงอายุ | Q&A กล้วยๆ EP.1186
เมื่อโครงสร้างประชากรไทยก้าวเข้าสู่ “ยุคสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว” (Aging Society) นักลงทุนหลายคนมักมองหาโอกาสการลงทุนระยะยาวในกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ (Megatrend) ซึ่งหนึ่งในกลุ่มที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงบ่อยครั้งก็คือ หุ้นธุรกิจประกันสุขภาพ และกลุ่มประกันชีวิต
ทว่าในมุมมองเชิงลึกจากนักลงทุน โอกาสการเติบโตของ หุ้นธุรกิจประกันสุขภาพ อาจไม่ได้สดใสหรือตรงไปตรงมาอย่างที่หลายคนคาดคิด บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจข้อเท็จจริง ความเสี่ยง และอุปสรรคสำคัญ 4 ประการที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจทุ่มเงินลงทุน
ภาพลวงตาจากการเปรียบเทียบไทยกับญี่ปุ่น
ในอดีต มักมีการนำเสนอแนวคิดเพื่อดึงดูดนักลงทุนว่า ตลาดประกันในไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมหาศาล โดยมักยกตัวอย่างประเทศระดับท็อปอย่าง “ญี่ปุ่น” ที่มีอัตราการถือครองกรมธรรม์ประกันสูงถึง 200% ของจำนวนประชากร ในขณะที่ประเทศไทยมีอัตราการทำประกันเพียงประมาณ 20% เท่านั้น หลายคนจึงด่วนสรุปว่าตลาดยังมีช่องว่างให้เติบโต (Room for Improvement) อีกมาก
อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบดังกล่าวถือเป็นหลุมพรางทางความคิด เพราะเป็นการนำ ประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Country) ไปเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Country) ซึ่งมีบริบทของโครงสร้างเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสวัสดิการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
โครงสร้างรายได้: กำแพงใหญ่ที่จำกัดกำลังซื้อ
ความแตกต่างสำคัญที่ทำให้ หุ้นธุรกิจประกันสุขภาพ ในไทยอาจไม่เติบโตแบบก้าวกระโดด คือ “ระดับรายได้ต่อหัว” ของประชากร
- ประเทศที่พัฒนาแล้ว: มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงถึงประมาณ 200,000 บาทต่อเดือน เมื่อหักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว ประชากรยังมีเงินเหลือเพียงพอที่จะซื้อความมั่นคงให้ชีวิต เช่น การทำประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตเพิ่มเติม
- ประเทศไทย: รายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งต่างจากประเทศพัฒนาแล้วถึง 10 เท่า
จุดที่น่ากังวลสำหรับนักลงทุน: ประชากรไทยกว่า 80% มีรายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20,000 บาทต่อเดือน ในความเป็นจริง คนกลุ่มใหญ่ของประเทศจำเป็นต้องนำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีพและกินอยู่เป็นหลัก จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเจียดรายได้มาจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพรายปี
ดังนั้น ฐานลูกค้าที่สามารถซื้อประกันสุขภาพได้อย่างจริงจังในไทยจึงจำกัดอยู่เพียงกลุ่มคนประมาณ 15–20% บนของปิรามิดรายได้ ซึ่งกลุ่มนี้ “ส่วนใหญ่ก็มีประกันคุ้มครองอยู่แล้ว” โอกาสที่ยอดขายของ หุ้นธุรกิจประกันสุขภาพ จะเติบโตแบบก้าวกระโดดจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น จึงมีข้อจำกัดอย่างมากในโลกแห่งความเป็นจริง
ยิ่งอายุมาก ยิ่งซื้อยาก: ข้อจำกัดของกลุ่มผู้สูงวัย
หลายคนมีสมมติฐานที่ว่า “เมื่อคนแก่ตัวลง จะหันมาซื้อประกันสุขภาพกันมากขึ้น” แต่ในความเป็นจริงของวงการประกันภัย การซื้อประกันสุขภาพไม่ได้ทำงานแบบนั้น ด้วยอุปสรรคสำคัญดังนี้:
- ไม่สามารถรอให้แก่แล้วค่อยมาซื้อ: หากไม่ได้เริ่มทำประกันตั้งแต่อายุยังน้อย การมาขอทำประกันตอนเข้าสู่วัยเกษียณเป็นเรื่องที่ยากมาก หรือบริษัทประกันอาจปฏิเสธการรับทำไปเลย
- ปัญหาการตรวจสุขภาพและข้อยกเว้น: ผู้สูงอายุที่เพิ่งคิดจะเริ่มทำประกันมักมีปัญหาสุขภาพเดิมซ่อนอยู่ (Pre-existing Conditions) ทำให้มักถูกปฏิเสธความคุ้มครองในโรคที่เป็นอยู่แล้ว หรือโรคเรื้อรัง จนผู้ซื้อรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าที่จะจ่ายเงิน
- เบี้ยประกันก้าวกระโดดหลังอายุ 55 ปี: ความเสี่ยงตามอายุทำให้บริษัทประกันต้องปรับเบี้ยขึ้น โดยเฉพาะหลังอายุ 55 ปี เบี้ยประกันจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง จนเหมือนกับว่าบริษัทประกันตั้งราคาในระดับที่ “ไม่ต้องการรับความเสี่ยงขายให้ตั้งแต่แรก”
แรงบีบสองด้าน: ยอดเคลมพุ่ง และ Medical Inflation
นอกจากฝั่งการหารายได้ใหม่ที่จะเติบโตได้เหนื่อยขึ้นแล้ว ในฝั่งของต้นทุน บริษัทประกันยังต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลที่อาจเข้ามากัดกินกำไรสุทธิของ หุ้นธุรกิจประกันสุขภาพ:
- ยอดเคลมที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ (Higher Claims): เมื่อประชากรในพอร์ตของบริษัทเข้าสู่วัยสูงอายุ ย่อมมีแนวโน้มที่จะเจ็บป่วยและเบิกเคลมค่ารักษาพยาบาลบ่อยขึ้น
- ภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation): อัตราค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และค่าบริการของโรงพยาบาลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และมักจะโตเร็วกว่าเงินเฟ้อทั่วไป ส่งผลให้ภาระยอดเคลมของบริษัทประกันเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ บีบให้อัตรากำไร (Margin) แคบลง หากไม่สามารถปรับเพิ่มค่าเบี้ยประกันให้สอดคล้องกันได้ทัน
สรุป: หุ้นธุรกิจประกันสุขภาพ น่าทยอยสะสมระยะยาวไหม?
เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในประเทศ, อุปสรรคของกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเข้าถึงประกันกรมธรรม์ใหม่ได้ง่าย, รวมไปถึงแรงกดดันจากยอดเคลมและค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงขึ้น
การคาดหวังว่าการเข้าสู่สังคมสูงอายุของไทยจะผลักดันให้ หุ้นธุรกิจประกันสุขภาพ เติบโตอย่างโดดเด่นและทำกำไรมหาศาล อาจเป็นภาพที่ “ไม่เป็นไปตามคาด” เสมอไป
ด้วยเหตุนี้ การลงทุนใน หุ้นธุรกิจประกันสุขภาพ สำหรับธีมสังคมสูงอายุ จึงอาจต้องเผชิญกับความท้าทายมากกว่าที่ตาเห็น นักลงทุนจึงควรประเมินความเสี่ยงรอบด้าน เจาะลึกงบการเงิน และดูความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนเคลมของแต่ละบริษัทอย่างระมัดระวัง ก่อนตัดสินใจลงทุนในระยะยาว
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

