Uncategorized

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ จะคุม BUY NOW PAY LATER จะกระทบธุรกิจอะไร? | Q&A กล้วยๆ EP.1222

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ จะคุม Buy Now Pay Later จะกระทบธุรกิจอะไร?

การเติบโตของนวัตกรรมทางการเงินในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้บริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างมากในพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคยุคใหม่ ล่าสุด ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ (ธนาคารแห่งประเทศไทย) ได้แสดงความกังวลต่อตัวเลขสินเชื่อประเภทนี้ และเตรียมพิจารณาออกมาตรการควบคุมเพื่อดูแลความเสี่ยงด้านหนี้สิน มาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจ ค้าปลีกไอที และผู้ให้บริการ Non-Bank มากน้อยเพียงใด? บทความนี้ได้สรุปประเด็นสำคัญมาให้อย่างครบถ้วน

ทำไม แบงก์ชาติ ถึงเล็งควบคุม Buy Now Pay Later?

แม้ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจส่วนหนึ่งจะได้รับแรงขับเคลื่อนจากการจับจ่ายใช้สอย แต่ในความเป็นจริงแล้ว กำลังซื้อ (Purchasing Power) ที่แท้จริงของผู้บริโภคจำนวนมากยังคงอยู่ในระดับต่ำ การเติบโตของการบริโภคส่วนหนึ่งจึงเกิดจากการกู้ยืมเงินมาใช้จ่าย

นวัตกรรมสินเชื่ออย่าง Buy Now Pay Later เข้ามาตอบโจทย์การดึงเงินในอนาคตมาใช้ในปัจจุบันได้ง่ายขึ้น จนอาจนำไปสู่พฤติกรรมฟุ้งเฟ้อเกินศักยภาพทางการเงิน จากเดิมที่ระบบการผ่อนชำระมักใช้กับสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น บ้าน รถยนต์ หรือสมาร์ทโฟน แต่ปัจจุบันบริการนี้ได้ขยายวงกว้างไปสู่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือแม้กระทั่งการผ่อนชำระค่าอาหารจานเดียวราคาหลักสิบบาท นอกจากนี้ แพลตฟอร์มมักใช้กลยุทธ์โปรโมชันส่วนลด หรือสิทธิ์ดอกเบี้ย 0% เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้งาน จนเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การติดผ่อนชำระในที่สุด

ความต่างระหว่าง บัตรเครดิต กับ Buy Now Pay Later และความเสี่ยงต่อกลุ่มเปราะบาง หากเปรียบเทียบกับสินเชื่อดั้งเดิม สินเชื่อบัตรเครดิตจะมีหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติที่เข้มงวด ต้องมีรายได้ประจำ และมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยชัดเจน ในทางกลับกัน บริการ Buy Now Pay Later สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่สามารถทำบัตรเครดิตได้ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งรวมถึงนักเรียนและนักศึกษา สินเชื่อกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงกว่า จึงมีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงตั้งแต่แรก ซึ่งอาจพุ่งสูงถึง 20-30%+ ต่อปี

สรุปผลกระทบ: ธุรกิจไหนได้รับผลกระทบมากที่สุด? เมื่อ แบงก์ชาติ มีแนวคิดเข้าควบคุม สินค้าและธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้:

  • สินค้าฟุ่มเฟือยและ ค้าปลีกไอที: สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอทีเป็นสินค้าอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคนิยมใช้บริการ Buy Now Pay Later ในการผ่อนชำระ
  • ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank: ผู้ให้บริการที่ปล่อยสินเชื่อรายย่อยหรือมีพอร์ต BNPL (เช่น MTC) หรือผู้ประกอบการ ค้าปลีกไอที ที่มีระบบผ่อนชำระของตนเอง (เช่น COM7) อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย

ระดับผลกระทบจะรุนแรงแค่ไหน? ประเมินว่าผลกระทบโดยรวมอาจไม่ได้รุนแรงจนเกินไป เนื่องจากบริการ Buy Now Pay Later เพิ่งเริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นในช่วงประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับยอดต่อบิล (Ticket Size) ของบริการนี้ยังค่อนข้างต่ำ ทำให้สัดส่วนพอร์ตสินเชื่อ BNPL เมื่อเทียบกับพอร์ตสินเชื่อรวมของบริษัทส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก

วิธีติดตามตัวเลขและผลกระทบสำหรับนักลงทุน สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด มีข้อสังเกตสำคัญดังนี้:

  • ข้อมูลจาก แบงก์ชาติ: ปกติแล้วธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่แยกหมวดหมู่พอร์ต Buy Now Pay Later ออกมาเป็นเอกเทศ แต่มักถูกจัดรวมอยู่ในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan)
  • การติดตามงบการเงิน: วิธีที่ดีที่สุดในการประเมินผลกระทบ คือการติดตามงบการเงินและขนาดพอร์ตสินเชื่อ (Port Sizing) ของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง เช่น การตรวจสอบสัดส่วนพอร์ตในแต่ละไตรมาสของ MTC หรือ COM7

💡 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Protected by CleanTalk Anti-Spam