Notifications
Clear all

ส่งการบ้านรุ่น 4 !!!

Page 1 / 3

(@prapas-boonchuen)
Estimable Member Admin
Joined: 6 years ago
Posts: 170
Topic starter  

คอมเม้นท์ต่อกันไปเรื่อยๆได้เลยนะครับ รบกวนตอบตาม Pattern ตามนี้ครับ

1. เป้าหมายต่อปี

2. หุ้นที่เลือก

3. MOS 

4. เหตุผลเชิงคุณภาพ

5. ลงท้าย ชื่อเล่น + ชื่อจริง 


   
Quote
(@Anonymous 123)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 

1 5-10เปอเซ็นต่อปี

2 Kbank bbl scb cpall spa

3 ธนาคารมากกว่า 30 เปอ cpall ปามาน 28เปอ spa ปามาน22เปอ

4 cpall เป็นหุ้นแข็งแกร่ง ส่วนธนาคารแม้ว่าเป็นวัฐจักร แต่มอสสูงดีเลยซื้อ ส่วนspa เป็นความชอบส่วนตัวเพราะชอบนวดครับอาจารย์

5 เอ็ม-ธนากฤต                          


   
ReplyQuote
(@pakorn-monsiriruengdej)
Honorable Member Admin
Joined: 6 years ago
Posts: 269
 

1. 15%

2. JUBILE

3. MOS 30%

4. ประวัติพอสังเขป
ธุรกิจครอบครัวมาก่อน เปิดมา 90 ปีแล้ว เป็นธุรกิจเพชรเจ้าเดียวใน Set index

Business Model
1. เพชรของ Jubilee
     - ซื้อเพชรจากเบลเยี่ยม : ไปดีลระยะยาว ซื้อเพชรเป็น Big lot เพิ่มอำนาจต่อรองราคา
     - มา Design เอง : ใช้ Data Driven วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อให้ออกแบบสินค้าได้ตรงความต้องการมากที่สุด
     - แล้วจ้างญี่ปุ่นผลิต : โดยมี Supplier จำนวนหนึ่งที่จะรับงานต่างกันไปตามความเชี่ยวชาญ
     - แล้วขายในร้านของตัวเอง : มี 130 สาขา โดยทั้ง 130 สาขานี้เป็นของบริษัททั้งสิ้น และขายใน Online อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งก็มีทั้งฝากขายใน platform คนอื่น เช่น JD.Central, Robinson online, Shopee, Lazada, และเพิ่งเปิด Online Channel ของตัวเองอีกมาราว 2 ปี

2. เพชรของ Forevermark
     - License เป็นตัวแทนจำหน่ายกับ Forevermark ของ De Beers

สินค้าของ Jubilee จะจับตลาดล่าง - กลาง ส่วน Forevermark จะจับตลาดบน

แผนระยะยาว?
เป้าหมายหลักนั้นค่อนข้างชัดเจน แต่แผนงานปรับเปลี่ยนได้ค่อนข้างเร็ว

เป้าหมายหลักก็เช่น :

     คุม Gross Profit Margin เกิน 40% เสมอ
     - สะท้อนออกมาเป็นแผนงานเช่น การไม่เน้นเปิดสาขาใหม่, รีดประสิทธิภาพของสาขาที่ SSSG ต่ำ, ทำให้จำนวนวันที่สต๊อกวัตถุดิบและสินค้าลดลงให้มากที่สุด เป็นต้น
     - ทำให้ SSSG เพิ่มขึ้นจาก 13% > 18% ใน 4 ปี, จำนวนวันที่สต๊อกวัตถุดิบและสินค้าลดลงจาก 300 > 230 วัน
     - ผลคือบริษัทสามารถคุม Gross Profit Margin มากกว่า 40% ได้ตลอด และเพิ่มสูงสุดที่ 54.8% ใน Q3 2020

     เป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
     - สะท้อนออกมาเป็นแผนงานเช่น ลงทุนในระบบวิเคราะห์ความพึงพอใจของลูกค้าต่อสินค้าแบบต่างๆ, สร้างระบบคะแนนสะสม เป็น Royalty Program, สร้างระบบ Jubilee iMoment ที่ใช้ AR บน Mobile, สร้างช่องทาง Online Store ของตัวเอง ลดการพึ่งพิง Playform ของคนอื่น เป็นต้น
     - ทำให้มีการเลือกลงสินค้าที่เหมาะสมกับลูกค้าในละแวกนั้นๆ, การออกแบบสินค้าที่ตรงใจคนรุ่นใหม่, ระบบคะแนนสะสมที่ทำให้เกิดการซื้อซ้ำ และย้อนกลับมาใช้บริการหลังการขาย เป็นต้น
     - ผลคือการบริหารสต๊อกดีขึ้น, ขยายฐานลูกค้าจาก 130,000 > 180,000 ใน 5 ปี, ได้ลูกค้าใหม่ๆ เช่นกลุ่มอายุ 19-29 ที่เดิมคิดว่าการซื้อเครื่องเพชรเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม

     สร้าง Connection กับ Partner ให้เหนียวแน่นที่สุด
     - สะท้อนออกมาเป็นแผนงานเช่น การหาเพชรที่คุณภาพดีที่สุดในโลก, ผู้ผลิตที่ฝีมือดีที่สุดในโลก
     - ทำให้บริษัทเลือกวัตถุดิบจากเบลเยี่ยมที่ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือเจียรไนเพชรดีที่สุดในโลก, เลือกโรงงานผลิตของญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการผลิตเครื่องประดับ, เดินทางไปเจรจาร่วมงานกับตระกูลขุนนางเบลเยี่ยม ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการตัดเพชรระดับ Top ของโลก, เจรจากับ IP ที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Hello Kitty และ Line Friend
     - ผลคือการได้วัตถุดิบคุณภาพดี ราคาไม่สูงมาก โดยมี Credit term 3-6 เดือน มาสร้างสินค้ามาตรฐานสูงระดับราคาหลักล้าน - สิบล้าน ไปจนถึง Line Friend Collection ที่ราคาเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท และเพชรที่มีราคาราว 30,000 ขึ้นไปก็จะมี GIA Certificate เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

      ส่วนแผนงานที่ว่าสามารถปรับเปลี่ยนได้นั้น เช่นเคยระบุไว้ว่าปีหน้าจะเปิดอีก 5 สาขา ทว่าเอาเข้าจริงก็เปิดเพียง 1 สาขา เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเปิดเพิ่ม เป็นต้น

       อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารไม่เคยระบุว่าภาพของบริษัทในอีก 5-10 ปีข้างหน้านั้น Jubilee จะอยู่ตรงไหน และจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร

คู่แข่ง?
       - คู่แข่งในตลาดหุ้นนั้นไม่มี แต่จะเป็นร้านค้ารายใหญ่อย่าง Aurora Gold and Jewelry 197 สาขา, Gold Master 24 สาขา, แล้วก็สารพัดร้านตามตึกแถวต่างๆ ซึ่งบางร้านก็ราคาดีกว่า Jubilee แม้คุณภาพจะไม่เทียบเท่า แต่ลูกค้าใหม่ที่อายุน้อยลงก็อาจไม่สนใจมากนั้นในประเด็นนี้
       - จาก Opp Day ผู้บริหารว่า จากการสำรวจตลาดเพชรในปี 2009 มีมูลค่ารวม 35,000 ล้าน แบ่งเป็น Traditional Trade 19,000 ล้าน , Modern Trade 6,000 ล้าน , ขายในร้านทอง 9,000 ล้าน
       - จนปี 2018 คาดว่ามูลค่ารวมจะเพิ่มไปที่ 40,000 ล้าน แต่ Shift จาก Traditional Trade ไปอยู่ใน Modern Trade มากขึ้น
       - จากตลาดขนาด 40,000 ล้าน นี้ Jubilee มี ขนาดบริษัทที่ 3,642.31 ล้าน หรือ Market share ราว 5% ก็ยังถือว่าน้อยมากเทียบกับตลาดรวม

จุดอ่อน?
       - ต้นทุนจะอ่อนไหวกับค่าเงินมากพอสมควร เพราะต้องนำเข้า 100% และต้องไปผลิตที่ญี่ปุ่น แม้ในปีหลังๆจะมีโรงงานญี่ปุ่นมาตั้งเพิ่ม แต่บางส่วนก็ยังต้องส่งไปผลิตที่ญี่ปุ่นเป็นบางส่วน อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารว่าไม่ค่อยห่วงข้อนี้ เพราะเขาซื้อเป็น Big Lot ทำให้มีอำนาจต่อรองมาก
       - เพชรเป็นสินค้าที่ไม่เหมาะกับการซื้อเพื่อลงทุน เพราะส่วนใหญ่จะไม่รับซื้อคืน หรือถ้าซื้อคืนก็จะต้องตัด 20% ขึ้นไป และ Jubilee ไม่มีนโยบายซื้อคืน แต่สามารถ Turn เป็นสินค้าใหม่ที่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือให้ทีมงานออกแบบใหม่ได้ฟรีแล้วไปจ่ายค่าทำเรือนใหม่เอา ณ.จุดนี้ Social จึงเป็นศัตรูตัวหนึ่งที่จะไม่แนะนำใครก็ตามที่จะซื้อเพชร Jubilee บอกว่าถ้าจะซื้อเพชร ให้ไปซื้อทองดีกว่า หรืออย่างน้อยก็ไปซื้อร้านตึกแถวจะดีกว่าเพราะบางร้านยังรับซื้อคืนได้บ้าง
       - การไม่มีแผนระยะยาว 5-10 ปี ตอนนี้เราไม่รู้ว่าเขาจะขยายออกต่างประเทศไหม หรือหากเจอวิกฤติเศรษฐกิจแรงๆ สินค้าราคาสูงแบบนี้จะเอาตัวรอดได้ไหม?

       การซื้อ Jubilee จะต้องเน้นไปที่ความเชื่อมั่นในความสามารถการปรับตัวตามสถานการณ์ของผู้บริหารและทีมงานเต็มที่ เราเห็นว่าตัวเลข Gross Profit Margin และ SSSG ที่น่าประทับใจ แต่ตัวสินค้าเองยังมีข้อสงสัยในแง่ที่ว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย, การไม่เห็นภาพ 5-10 ปีข้างหน้า, สินค้าไม่อิงกับ Mega trend

สุดท้ายอาจจะไม่ซื้อครับ

 

5. วีระพล โชติเลอศักดิ์ (โอ๋)

 


   
ReplyQuote
(@varee531)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 

1)15%ต่อปี
2)K bank Cpall Princ IVL/Mega/Bla
3),4)K bank Cpall เป็นหุ้นแข็งแกร่งMosประมาณ40%ขึ้นไป Princเป็นรพ.เจ้าของเดียวกับ BDMS เป็นหุ้นเติบโตเร็วMos 50%ขึ้นไป IVL เป็นหุ้นวัฏจักร Mos 30%ขึ้นไป MEGA เป็นพันเติบโตMos30% ขึ้นไปมีอนาคตทำระบบโรจิสติกในกลุ่มอาเซียนCLMV และผลิตวิตามินอาหารเสริมตามเทรนอนาคต
5)รีย์ วารีย์

This post was modified 5 years ago by วารีย์ ทองประเสริฐ

   
ReplyQuote
(@pakorn-monsiriruengdej)
Honorable Member Admin
Joined: 6 years ago
Posts: 269
 

1. เป้าหมายต่อปี : 20%

2. หุ้นที่เลือก : VGI ,VNT ,BLA

3. MOS : VGI =68%, VNT =52%, BLA =64% (P/BV MOS =58%)

4. เหตุผลเชิงคุณภาพ

VGI

มี 3 ธุรกิจหลัก คือ 1.Adveritsing  เติบโต 10% (โตเป็น double digit ของตลาดเช่นกัน) 

                       2.Payment 

                      3.Logistic ซึ่งกำลังจะเอาเข้าตลาด

ปัจจุบัน BTS มีสัดส่วนระยะทางการเดินรถ 37.1% ของทั้งหมด (156.6 กม.) และมีเป้าหมายจะขายาตัวอีก 77.5 กม ในด้อีก 4 ปีข้างหน้า ทำให้ VGI มีสื่อโฆษณาบนสถานีและในรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5-6 เท่า นอกจากนี้ VGI ยังได้ร่วมมือกับน้ำแร่ AURA ทำสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า พร้อมทั้งมีบริการแสกน QR Code เพื่อร่วมสนุกในการถ่ายรูปเสมือนอนู่ในป่าจริง ซึ่งเป็นการนำ Internet มา merge กับสื่อโฆษณา เพื่อเป็นการตอบสนองไลฟ์ไสตล์ของคนรุ่นใหม่

สำหรับด้าน Payment ได้มีการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ให้บัตร Rabbit มีร้านค้าที่เป็นพันธมิตรมากกว่า 370 แบรนด์ (กว่า 12,000 จุด) ในการใช้สอย ปจบ.ได้ร่วมมือกับ TravelGo.com ให้ Rabbit Line Pay สามารถชำระตั๋วเครื่องบิน และ ตั๋วรถโดยสาร ในประเทศได้ และจะเปิดบริการให้จองโรงแรมได้ใน Q1/2021 

ด้านLogistic จากการนำ Kerry เข้าตลาดหุ้น ทำให้ VGI มีอัตราส่วของผู้ถืหุ้นจาก 23% เป็น 19% IPO ราคา 28 บาท จากการที่นำ Kerry เข้าตลาดหุ้น จะสามารถนำเงินไปใช้หนี้มากขึ้น ทำให้มีกำไรมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อดีต่อ VGI ด้วย 

VNT

เป็นโรงงานผลิต PVC ครบวงจร(โดยผลิตทั้ง VCM และ PVC) มี 2 โรงงานที่นิคมฯมาบตาพุต โดยใช้วัตถุดิบจากในประเทศทั้งหมด โดนได้ทำสัญญาซื้อเอธีลีนกับ PTTGC, ซื้อเกลือจาก บ.เกลือพิมาย (ซึ่ง VNT ถือหุ้น 20%) และทำสัญญาระยะยาวกับ บ.โกลว์พลังงาน เพื่อจัดหากระแสไฟฟ้าให้ (เพิ่งต่อสัญญากับ โกลว์อีก 15 ปีเมื่อ 2562) นอกจากนนี้ยังมี บ.ลูกที่ผลิตโซดาไฟรายใหญ่

ปัจจัยความเสี่ยงของ VNT อยู่ที่ราคาสินค้าและวัตถุดิบอ้างอิงกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในปีที่ผ่านมาราคา PVC ได้ลดลง แต่ทางบริษัทก็สามารถ compensate กับราคาเอธีลีน ที่ลดลงถึง 28% ได้

ฺBLA

มี 3 product คือ ประกันสามัญ, ประกับกลุ่ม และ คุ้มครองสินเชือ่ ซึ่งประกันสามมัญ มีอัตราส่วน82% รองลงมา คือ คุ่มครองสินเชื่อ 14% แม้ว่าในปี 2562 เบี้ยประกันสามํญกับคุ้มครองสินเชื่อจะลดลงอย่างละ 14%  แต่ทางBLA ก็ได้มีนโยบายพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดมากขึ้น โดยเน้นที่การให้ผลตอบแทนที่ดีแก่ลูกค้า อีกทั้งยังขยายช่องทางการขายโดยเพิ่ม Marketing และขายผ่านธนาคารให้มากขึ้น

ปัจจัยความเสี่ยง

คือ ธุรกิจนี้มีคู่แข่งมาก และมีอัตราการแข่งขันสูง แต่อุตสาหกรรมนี้ ก็ยังสามารถเติบโตได้อีกมากเนื่องจากปัจจุบันประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและรายได้หลังเกษียณเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ของทั้งประเทศยังมีไม่มาก จึงเห็นว่าธุรกิจนี้ยังเติบโตได้มากอยู่

5. ลงท้าย ชื่อเล่น + ชื่อจริง : ฟ้องก์ วีรวรรณ


   
ReplyQuote
(@sirapat-treetampinich)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 

1.เป้าหมายต่อปี 10-15%

2.หุ้นที่เลือก

      CPALL 80%

      SIRI,QH,PORT, CENTEL,WHA 20%

3. MOS ~30%

   ยังตามไม่ทันค่ะ ไม่เข้าใจ  excel ค่ะ เดี๋ยวจะพยายามเรียนเพิ่มเติมนะคะ

4. เหตุผลเชิงคุณภาพ ตามที่อาจารย์สอน และดูในเอกสาร 56-1

เหตุผลในการเลือก cpall มากในช่วงนี้เพราะเป็นจังหวะที่ควรลงทุน ชอบหลักการณ์แนวคิดเจ้าสัว และแผนอนาคตที่ดีมากๆ

ส่วนตัวอื่นจะพิจารณาในแต่ละเดือนที่ลงทุนเพิ่ม ให้อยู่ในกรอบที่ตั้งเป้าหมายไว้ค่ะ

5.พี่ปุ๊ก [สิรพัชร์]

ขอบพระคุณอาจารย์มากในความทุ่มเทนะคะ


   
ReplyQuote
(@Anonymous 132)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 
1.เป้าหมาย 15% ต่อปี
 
2.หุ้นที่เลือก aot , cpall , hmpro 
 
3. P/BVmos ที่อาจารย์ให้หายังไม่ค่อยเข้าใจค่ะ เลยคำนวณเอาจาก AIA consensus จากราคาเป้าหมายเทียบกับราคาที่ซื้อได้จริง
   Aot mos  40% (target price 77บาท )
   Cpall mos  23.9 % (target price 82บาท ) 
   Hmpro mos 32% (target price 17บาท  )
4.ปัจจัยเชิงคุณภาพ
   aot มีเจ้าเดียวไม่มีคู่แข่ง
   cpall เป็นหุ้นแข็งแกรงถึงแม้นจะเริ่มโตช้าแต่ก็มีการขยายสาขาอยู่ตลอดและปรับกลยุทธ์เสริมช่องทางการขายด้วยการส่ง Delivery
   Hmpro คล้าย cpall เสริมช่องทางการขายด้วยแอพพลิเคชัน ออกแบบตกแต่ง ทำให้ลูกค้าเห็นภาพของการจัดห้อง การตกแต่ง
5. อ้อ ศิริพร ( วันทีอาจารย์ไลฟ์ ขอมาดูย้อนหลังนะคะ)

   
ReplyQuote
(@Anonymous 143)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 4
 

เป้าหมาย 15%

1. CENTEL P/BV mos 49% เลือกเพราะช่วงโควิดไม่ขาดทุนแม้กำไรจะลดลง ฟังผู้บริหารว่าจะขยายการให้บริการโรงแรมอีก 2000 กว่าห้องในปีหน้า

2. SF P/BV MOS 43% เลือกเพราะผลประกอบการดีแม้ในช่วงโควิดก็กระทบกำไรไม่มาก สนใจที่ทางบริษัทจะทำโครงการที่พักอาศัยขนาดใหญ่แถวเมกะบางนา หากโครงการแล้วเสร็จคาดว่าจะมีผู้พักอาศัยมาใช้บริการอีกจำนวกมาก

3.PTG  P/BV MOS 41% เลือกเพราะผลประกอบการค่อนข้างดีดี มีสถานีบริการทั้งน้ำมันและแก๊ส กว่า 2000สถานี ทางบริษัทยังลงทุนต่อเนื่องเพื่อการเติบโตของธุรกิจ non-oil ด้วย

4. WHA P/BV MOS 56% เลือกเพราะผู้บรหารให้ข้อมูลว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจพื่นที่ให้เช่าดีในไตรมาสสาม และมีการขยายการลงทุนสร้างนิคมอุตสาหกรรมในต่างประเทศหลายโครงการ ผลประกอบการที่ผ่านมาก็ทำได้ดี ผู้บริหารคาดว่าหลังช่วงโควิดน่าจะได้ลูกค้านักลงทุนจากจีนที่ย้ายฐานเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามการค้ามากขึ้น

5.GUNKUL P/BV MOS 49% เลือกเพราะบริษัททำธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เช่น การผลิตอุปกรณ์สำหรับไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ ธุรกิจขายไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า และธุรกิจการให้บริการเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ผลประกอบการเติบโตต่องเนื่อง ราคานี้ปันผล4%

พงษ์ (พงษ์ศักดิ์)


   
ReplyQuote
(@neung-samui)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 

   1. 10-15% ต่อปี

   2. หุ้นที่เลีอก cpall kbank  dcc

   3. cpall mos 30%  kbank mos 60%  dcc mos 50%

   4. CPALL  

       เป็นหุ้น modern trade ที่เข้าเกณฑ์ 5 FORCE  MODEL ที่ดีที่สุดในประเทศไทย เป็นหุ้น super stock ที่ยังหาหุ้น

       ตัวไหนมาเทียบไม่ได้ ถึงแม้ตอนนี้จะกลายเป็นหุ้นแข็งแกร่งแล้วก็ตาม แต่มีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยการซี้อ makroซึ่ง

       เป็นผู้นำด้าน ค้าปลีก ในปี 2014 และ เป้นตัวที่ลุยตลาดต่างประเทศ  และ สัปดาห์ที่ผ่านมา cpall ก็ยังเข้าซี้อ Tesco 

       Lotus ซึ่งเป็นห้าง ดิสเคาน์สโตร์ เน้นขายของราคาถูก ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเหมือนกัน และก็ลุยตลาดต่างประเทศ

       เหมือนกัน กลายเป็นว่า cpall มีเครื่องยนต์ 3 ตัว ที่เป็นผู้นำทั้ง 3 ตัว ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับ cpall มากยี่งขึ้น มัน

      เป็นการทำธุรกิจที่ยอดเยี่ยมมาก ยากที่คู่แข่งจะเข้ามาในอุตสาหกรรมได้

      กลยุทธ์    ซื้อในราคา mos 30% แล้วถือยาว ถ้าพื้นฐานไม่เปลี่ยน(แต่คงยากเพราะ cpall มีความแข็งแกร่งสูง นอกเสีย

     จากมีการทุจริตในบริษัท ผู้บริหารเล่นหุ้น หรือ ไม่ให้ความสำคัญกับผู้ลงทุน) เรานักลงทุนก็ไม่ควรประมาทต้องติดตามอยู่

     ตลอด อะไรก็เกิดขึ้นได้

      KBANK

        เป็นุหุ้นการเงินขนาดใหญ่ ที่มีความแข็งแกร่ง จัดเป็นหุ้นในกลุ่มวัฏจักร ที่มีลูกหนี้การค้าเติบโตตลอด ซึ่งสามารถแย่ง mar

       ket share ได้เก่งมาก และบริหารงานเก่ง บริหารหนี้เก่ง และลงทุนใน fintec มากที่สุด เป็นธนาคารที่มองการณ์ไกล

       กลยุทธ์  ซี้อแล้วถีอจนกว่าจะถึงรอบวัฏจักร ก็ประมาณ 3-10 ปี แต่ถ้าเกินมูลค่า 40% ก็ขาย

      DCC 

      เป็นหุ้นโตช้า ที่อยู่อันดับ2 ของอุตสาหกรรม แต่ข้อดีคือ สามารถบริหาร coags และ sg&a ได้ดี และแย่ง market share

      ได้เก่ง ชนิดใกล้เคียงกับ cotto มาก แต่ถ้ารวมผลิตภัณฑ์ตัวถูก rci ก็จะได้เกีอบเท่ากันพอดี 

       และ dcc ยังมีสาขา แบรนด์และช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นของตัวเอง 

          กรณีคู่แข่ง  ที่เข้ามาก็คือกระเบี้องจีนแต่ก็เหนี่อย เพราะต้นทุนค่าขนส่งแพงและกระเบี้องเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักมาก การทำ

      ตตาดของกระเบี้องจีนก็ไม่ใช่ง่าย เพราะ dcc นำผลิตภัณฑ์ แบรนด์ rci ซึ่งเน้นขายถูก และมีผลิตภัณฑ์กระเบี้องแผ่นใหญ่ออก

     มาด้วย กลยุทธ์ที่ได้เปรียบในเรื่องของที่ตั้ง ช่องทางการขาย การลดต้นทุนการขายและบริหาร ทำให้ dcc เข้มแข็งขึ้นเรี่อยๆ

         dcc สามารถสร้างยอดขายได้ดี และทำกำไรได้ดี และยังมีพื้นที่แบ่งให้เช่า และยังออกผลินภัณฑ์ออกมาเรื่่อยๆ และอุตสาห

     กรรมนี้มี margin น้อย ค่าใช้จ่าย coags และ sg&a สูง

        vi  จะชอบหุ้นที่่มี margin น้อยๆ เพราะ สามารถ กันคู่แข่งไม่ให้เข้ามาในอุคสาหกรรม เพราะจะต้องสร้าง  economy of 

     scale ให้มากพอถึงจะคุ้มทุน เช่น cpall makro tesco lotus 

             กลยุทธ์   ซื้อที่ mos 40% ขึ้นไปแล้วถือจนกว่า มูลค่าเกิน 40% ขึ้นไปถึงจะขาย หรือพื้นฐานเปลี่ยน 

                               แนวคิดและวิธีการลงทุน

         1.  อย่าขาดทุน

         2.  ลงทุนในบริษัทที่ดี พื้นฐานดี

         3.  ซื้อในราคาถูก  mos มีส่วนลดแล้วแต่อุตสาหกรรม

         4.  ขายเมื่อเกินมูลค่า หรือ พื้นฐานเปลี่ยน

         5. กระจายความเสี่ยง

         6.  หาความรู้และข้อมูล ติดตาม บริษัทที่เราลงทุน

         7. ติดตามหุ้นที่อยู่ใน wachlist

         8.  มีระเบียบวินัยการลงทุนยึดมั่นในหลักการณ์ ไม่ซื้อๆ ขายๆ

         9. หาเงินทุนเพิ่ม เพื่อเป็นอิสระภาพทางการเงินให้เร็วขึ้น

         10. อย่าหวั่นไหว อย่าใช้อารมณ์ ใจนิ่งๆ เน้นข้อมูลเป็นหลัก

       

                                       หนึ่ง  บวรพจน์  ทับทอง 

                                   กลุ่ม  F  หนุ่มใหญ่ไปให้ถึงฝัน  

 

 

 

 


   
ReplyQuote
(@pokbhatara-kunasuntiwarakul)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 

1.12%-20%

 

2. CPALL DCC SIRI

 

3. CPALL mos30%

     DCC mos 48%

     SIRI mos 68%

 

4. CPALL เป็นหุ้นแข็งแกร่งอันดับต้นๆ ผบห.เก่งและคิดว่าขยายกำไรได้แน่ในอนาคต

     DCC เป็นหุ้นโตช้าที่มั่นคงและสามารถถือยาวได้และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเสมอ

    SIRI เป็นหุ้นวัฏจักร มี mos เยอะดี ชอบครับ

 

5.ปก ปกภทร คุณาสันติวรกุล


   
ReplyQuote
(@Anonymous 128)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 

1. หวังผล 15%ต่อปี

2.หุ้นที่เลือก 

  วัฏจักร30%พอร์ต BBL Mos60%, SCB MOS60% โตช้า 30% พอร์ตDCC Mos50%,แข็งแกร่ง  30%พอร์ต CPALL Mos30% ,turn around10%พอร์ต U Mos90%

3.BBL ราคายังมีlaggard พอร์ตสินเชื่อcorporateสูงไม่ค่อยโตแต่ อัตราloantocoverage ratio สูงกว่าตัวอื่น ขยายสินเชื่อด้วยการซื้อpermata bank indonesiaที่มีอัตราการเติบโต และมีพอร์ตการลงทุนในหุ้นอีกประมาณ10%ของmarket cap คิดว่ายังเติบโตได้

DCC. หลังจากเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตจากการลงทุนแล้วยอดขายก็กลับมาเติบโต อัตรากำไรดี สินค้ามีคุณภาพสมราคาจาดที่เคยเป็นลูกค้า คืดว่าน่าจะมียอดขายกลับมาได้พร้อมราคา 

U หุ้นรอturn around ราคายังถูกมาก แต่ขณะนี้ยังไม่เคยมีกำไรเลย มีกำไรไตรมาสเดียวปีที่แล้วจากการขายสินทรัพย์ แต่มีการประคองตัวในช่วงโควิดโดยการขายหุ้น ขายทรัพย์สิน โรงแรมในยุโรปเพื่อประคองธุรกิจโดยยังไม่ต้องเพิ่มทุน และเจ้าสัวคีรินมีประสบการณ์ในอสังหามาก มีconnectionมาก คืดว่าจะturn aroundได้ 

ณัฐ ณัฐพล

 

 

 

 

 

 

 

 


   
ReplyQuote
(@esarit-siri)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 

1. เป้า 15% แต่หวังถึง 20%

2. หุ้นที่สนใจ 

AMATA mos 29% คุณภาพดี มีการขยายกิจการไปประเทศเพื่อนบ้าน มีเครื่องยนต์ในการขับเคลื่่อนธุรกิจ ทั้งจากการขยายนิคม และสาธารณูปโภค 

SIRI mos 71% เป็นหุ้นเติบโต และจับกลุ่มลูกค้าเกรด A ทำให้ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจไม่มากนัก 

LH mos 21% เป็นหุ้นค่อนข้างแข็งแกร่ง และยังมีทรัพย์สินในมืออีกมาก รวมทั้งมีกิจการธนาคารเป็นตัวเสริม แต่ที่ตลาดเริ่มอิ่มตัว อาจจะต้องพิจารณาขายเมื่อ mos เหมาะสม

CPALL mos 33% เป็นหุ้นแข็งแกร่ง และมีการตัวต่อเนื่อง มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ยากที่จะมีคู่แข่งขึ้นมาเทียบเคียงได้ คิดว่าซื้อตอนนี้ถือยาวๆ ไว้เป็นทรัพย์สิน ต้องเพิ่มมูลค่าได้มาก

ฺBDMS mos 14% เป็นหุ้นแข็งแกร่ง แต่มีการขยายตัวไม่มาก เนื่องจากกลุ่ม รพ.จะขยายตัวได้ด้วยจำนวนเตียง แต่ยังเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้สูง และนโยบายของผู้บริหารยังมีการซื้อกิจการใหม่ และปรับปรุงที่เดิมอย่างต่อเนื่อง ส่วนตัวมองว่าการที่มีฐานลูกค้าเป็นคนไทยมากกว่าต่างชาติ ก็มีความได้เปรียบเมื่อเกิดสถานการณ์โควิดนี้ (สรุปว่าซื้อเพราะความเป็นลูกค้าประจำ และเห็นว่าเค้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องค่ะ)

KBANK mos 60% เป็นหุ้นวัฏจักรทีช่วงยาว กิจการมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดได้ดีเสมอมา คิดว่าราคาสามารถกลับมาให้ผลตอบแทนที่ดีได้ 

S11 mos 30% เป็นหุ้นเติบโต ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้ดีเพราะธุรกิจกลุ่มนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด แต่เนื่องจากเป็นหุ้นเติบโตต้องพิจารณาขายเมื่อ mos เหมาะสม

SAWAD mos 9% เป็นหุ้นที่อยู่ในพอร์ตเดิมตัวเดียวที่สีเขียวค่ะ เป็นตัวจุดประกายให้กล้าซื้อ S11 เพิ่ม ขอบคุณอาจารย์ที่ชี้แนะค่ะ

อิฐ / อิสรี 

 


   
ReplyQuote
(@Anonymous 140)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 

1. 15%

2. CPALL (30%), SIRI (10%), S11(20%), Gunkul(15%), WHA(10%), SF(15%) 

3. MOS : (CPALL 30%), SIRI (6x%), S11(3x%), Gunkul(4x%), WHA(5x%), SF(4X%)

4. SIRI : MOS สูงมาก ถึงแม้ว่าการบริหารต้นทุนของ SIRI จะไม่ดีเท่า LH แต่ด้วยราคาปัจจุบัน น่าจะถือลงทุนได้

S11 : รายได้/กำไร เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง, มอเตอร์ไซค์ เป็นสิ่งจำเป็นของคนไทย ต้องใช้อยู่แล้ว S11 มี profit margin ค่อนข้างสูง

Gunkul : ความเห็นเหมือน คุณพงษ์ และมี backlog ในธุรกิจรับเหมา อีก เยอะ >8,000 ลบ, MOS สูง

WHA : เป็น Logistic Hub ที่เหมาะสมกับสถาณการณ์ ปัจจุบัน ที่ e-commerce กำลัง boom มากๆ, ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์กว้างใกล้, MOS สูง

SF : กำไรดี (profit margin สูงมาก แต่ยังไม่ได้เข้าไปดูรายละเอียดงบการเงิน) มีรายได้มั่นคง เป็น recurring income, ปันผล 4.x% สำหรับคนไทย Community Mall ยังเป็นที่ต้องการ คาดว่า น่าจะเติบโตได้เรื่อยๆ

5. นุช (ณัฏฐิณี)


   
ReplyQuote
(@nupkan-vaskul)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 

1. เป้าหมาย  30% ต่อปี

2. หุ้นที่เลือกยังไม่มี

3. MOS ยังงงๆอยู่คะ

4. เหตุผลเชิงคุณภาพ ขอวลาศึกษาให้มั่นใจก่อนนะคะ

5. ลงท้าย ซาเน นับกัญจน์


   
ReplyQuote
(@Anonymous 149)
New Member
Joined: 5 years ago
Posts: 1
 

1. เป้าหมายต่อปี -: 15%

2. หุ้นที่เลือก     -: CPALL      ADVANC     KBANK    DCC   CENTEL

3. MOS          -: มากกว่า 30% (ที่อาจารย์สอน ตอนนี้เรียนย้อนหลังครับ)

4. เหตุผลเชิงคุณภาพ -:

   CPALL     มีความแข็งแกร่ง ผลประกอบการดี สินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน มีแผนขยายสาขาในประเทศและกัมพูชา ลาว 

   ADVANC  ธุรกิจแข็งแกร่ง แชร์อันดับหนึ่ง คาดว่าน่าจะมีการเติบโตจากเทคโนโลยีใหม่ 

   KBANK ,  DCC   ความแข็งแกร่งของธุรกิจ มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ   

   CENTEL   ลักษณะของธุรกิจที่พักและอาหารที่แข็งแกร่ง วิสัยทัศของบริษัท:เป็นผู้นำร้านอาหารอันดับหนึ่ง มีแผนขยายสาขาของแบรนด์เดิม เพื่อขยายฐานลูกค้า   รักษามาตรฐานสินค้าให้อยู่ในระดับสูงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอยู่เสมอและมีแผนเพิ่มแบรนด์ใหม่

5. จิน   สุจินต์ 


   
ReplyQuote
Page 1 / 3
Share:
Protected by CleanTalk Anti-Spam