คอมเม้นท์ต่อกันไปเรื่อยๆได้เลยนะครับ รบกวนตอบตาม Pattern ตามนี้ครับ
1. ชื่อเล่น + ชื่อจริง
2. เป้าหมายต่อปี
3. หุ้นที่เลือก
4. MOS
5. เหตุผลเชิงคุณภาพ
17/1/63 18.05 น. ทดลองเข้าใช้
1.จั๊ว + สมศักดิ์ ทิพยรัตน์พรทวี 0902629165
2.เป้าต่อปี 15-20 %/ปี
3.หุ้นที่เลือก โปรด รอคัดกรอง MOS P/VB อย่างหยาบ ก่อน พร้อม อ่าน 56-1 และ ดู Opdday
4.เหมือนข้อ 3
5.เหมือนข้อ 3
1.อ้น ไกรศักดิ์
2. 15-20%
3.DCC SABINA S11
4.37.21% 18% 25.17%
5.DCC 1.มีความสามารถในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด
2.มีโอกาสเติบโตจากจากพื้นที่เช่าของสาขาทำให้รายได้ไปที่กำไร
3.ออกผลิตภัณท์ใหม่ในกลุมที่มีกำลังชื้อสูงทำให้GPMสูงขึ้นได้
SABINA1.มีอำนาจต่อรองกับชัพพลายเออร์ทั้งการหาวัตถุดิบและsourcing
2.ผู้บริหารมีความสามารถสูงจากรับจ้างผลิตมาเป็นสร้างแบรนด์ทำให้เพิ่มยอดขายและGPMได้ รวมทั้ง ในภาวะมีวิกฤต ควบคุมsg&Aได้ดี
3.เน้นเติบโตการการจากช่องทางNSRสูงขึ้น
S11 1.มีการขยายพอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้นทุกปี ยกเว้นปี2563
2.หาดีมานด์จากลูกค้าไม่ยาก ทำให้มีโอกาสเติบโตสูง
3.ผู้บริหารมีประสบการณ์สูงธุรกิจ
1. ชื่อ อุ๋ย ศุภรา
2. เป้าหมายต่อปี 15%
3. หุ้นที่เลือก 1 DCC (10%)
4. MOS 40%
5. เหตุผลเชิงคุณภาพ
1 ปันผลสม่าเสมอ
2 เป็นหุ้นโตช้าที่มีแนวโน้มในการทำกำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจาก
2.1 ออกผลิตภัณท์ใหม่ที่ทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้น
2.2 เพิ่มรายได้จากการปล่อยพื้นที่เช่า
2.3 ต้นทุนค่าน้ำมันลดลง บริหารต้นทุนได้ดี
2.4 ROE สูงสม่ำเสมอ
2.5 DE ต่ำ ปลอดภัย มั่นคง
หุ้นที่เลือก 2 JASIF (10%)
MOS 40%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
1 ปันผลสม่ำเสมอ10%เนื่องจากรายได้มาจากค่าเช่าเส้นใยแก้วนำแสงจาก "jas"ถึงปี2575
2 เป็น free hold
หุ้นที่เลือก 3 CPALL (40%)
MOS 33%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
1 หุ้นแข็งแกร่ง มี Durable compettitive advantage เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม
2 ยากที่จะโดนdisrupt
3 บรีหารจัดการsupply chain ได้ดีเยี่ยม
4 จากการวิเคราะห์เชิงคุณภาพโดยรวมทั้งหมดถือเป็นหุ้นsuper stock
5 คาดหวังว่าในอนาคตจากนี้ไประยะกลาง-ยาวจะได้รับผลกำไรเพิ่มขึ้นจากการซือlotus
หุ้นที่เลือก 4 CPN(20%)
MOS 31%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
1 หุ้นแข็งแกร่ง เป็น retail developer ที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นทีรวม1.8ล้าน ตรม
ซึ่งมีอัตราการเช่าถึง93%(ข้อมูลจากkbank@9/63)
2 มีการ Diversified asset base เป็น retail project ,office ,hotel ,residential
ทำให้มีเครื่องยนต์สร้างการเติบโตในหลายรูปแบบ
3 ปรับตัวเพื่อไม่ให้โดนdisrupt โดยพยายามเปลี่ยนจาก department store ให้เป็น
"center of life"
4 ลงทุนใน G land ซี่งเป็น high potential asset
5 ลงทุนใน Reit & Property กลยุทธ์ขายสินทรัพย์ที่Mature เข้ากองทุนได้เงินมาลงทุนต่อ
6 มีประสพการณ์สูง และมีงบการเงินที่แข็งแกร่ง
8 มีแผนการเติบโตโดยเพิ่มพื้นที่จาก1.8เป็น2.2ล้านตารางเมตรใน5ปี
หุ้นที่เลือก 5 SNC(20%)
MOS 31%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
1 หุ้นวัฏรจักรและกำลังฟื้นตัว
2 เป็นุธรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์กลุ่มแอร์บ้านและเครื่องใชไฟฟา,ชิ้นส่วนแอร์รถ,งานOEM
3 มีประสพการณ์สูง(ก่อตั้งปี1994)
4 มีฐานลูกค้าที่จ้างผลิตอะไหล่และจ้างประกอบไปด้วยเพื่อความสะดวกและลดต้นทุนของลูกค้า
5 มี cash cycle เพียง 3.9วันแสดงว่าบริหารจัดการลูกหนี้และเจ้าหนี้ได้ดี
6 ประเด็นความน่าสนใจกำลังจะเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะกลาง-ยาวเพราะบริษัทได้รับ งาน OEM/ODM ขนาดใหญ่สุดตั้งแต่รับมาราว5,000พันล้านบาทโดยเงินที่ได้จะนำไปสร้าง โรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต คาดหวังIRR30%หนุนรายได้OEM NEW HIGH ส่งผลต่อ กำไร รอบใหม่
7 ระยะสั้นการเพิ่มทุนครั้งนี้ทำให้ราคาหุ้นตกลงมาแต่เพื่อสร้างการเติบโตธุรกิจกลับสู่รอบการฟื้นตัว
ผ่านการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ เปิดฐานลูกค้าใหม่ เพิ่มรายได้ประจำ ในราคาทีมีส่วนลดขนาดนี้
ทำให้น่าสนใจซื้อเก็บสะสม
8 ปันผลสม่ำเสมอ
นา วีณา
เป้าหมายต่อปี 15%
หุ้นที่เลือก SCCC DCC CPALL CENTEL SNC ITEL
นา วีณา
เป้าหมายต่อปี 20%
CPALL DCC CENTEL CPN ITEL SCCC SNC
33% 41% 31% 31% 29% 42% 46%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
จากการทำแบบฝึกหัดวิเคราะห์คุณภาพธุรกิจ checklist 10/1/64
CPALL =90 =SUPER ( caseตัวอย่าง ) ประเภทหุ้น แข็งแกร่ง
DCC = 68 =GOOD โตช้า
CENTEL =82 =SUPER แข็งแกร่ง
CPN =73 =GREAT แข็งแกร่ง
ITEL =64 =G00D โตเร็ว
SCCC = ฟังอาจารย์วิเคราะห์ค่ะ อิ่มตัว และวัฏจักร
SNC = จะไปวิเคราะห์ต่อค่ะ
เอาเท่านี้ก่อนนะคะ ได้ไหม พี่พิมพ์ไม่ไหวแล้วค่า
นา วีณา
ขอแก้ไขใหม่เพิ่มเติมค่ะ
เป้าหมายต่อปี 20%
CPALL DCC CENTEL CPN ITEL SCCC SNC
33% 41% 31% 31% 29% 42% 46%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
จากการทำแบบฝึกหัดวิเคราะห์คุณภาพธุรกิจ checklist 10/1/64
CPALL =90 =SUPER ( caseตัวอย่าง ) ประเภทหุ้น แข็งแกร่ง ลงทุน 30%
DCC = 68 =GOOD โตช้า 10%
CENTEL =82 =SUPER แข็งแกร่ง 10%
CPN =73 =GREAT แข็งแกร่ง 10%
ITEL =64 =G00D โตเร็ว 5 %
SCCC = ฟังอาจารย์วิเคราะห์ค่ะ อิ่มตัว และวัฏจักร 25%
SNC = จะไปวิเคราะห์ต่อค่ะ โตช้า 10%
ส่งการบ้าน
พี่นา วีณา
กดผิดกดถูกขออภัยค่ะ ลบก็ไม่เป็น น้อง ANT สอนมาแค่ไหนก็ทำได้แค่นั้นค่ะ
1.จั๊ว + สมศักดิ์ ทิพยรัตน์พรทวี 0902629165
2.เป้าต่อปี 15-20 %/ปี
ตอบคำถามเพิ่ม ในข้อ 3+4
3.หุ้นที่เลือก 5 ตัวในการลงทุน และ 4.MOS P/BV ของหุ้นตัวนั้น ณ.วันที่ 17/1/64
ที่มา มาจากการคัดกรองตามนี้
3.หุ้นที่เลือก กรองจาก
3.1 เอา File Valuation ของวันที่ 15/1/64 มาเรียง จากมากสุดไปน้อยสุด ทั้ง 721 หุ้น
3.2ตัดเอา เฉพาะ หุ้นที่ได้ P/BV MOS สูงกว่า 20% ไป ทำการจัดเรียงหมวดหมู่อุตสาหกรรม เรียงจาก A to Z
3.3จัดเรียงหุ้นในข้อ (3.3)ด้วย ค่า ROE จาก มากไปน้อย เพื่อเลือกเอา แต่บริษัทที่ มีความเก่ง แกร่ง ในการเอาเงินลงทุน และกำไรสะสมทั้งหมดไปทำให้เกิดดอกออกผล โดย ROE ควรจะมากว่า 10 %
3.4 กรองเอาหุ้นที่ได้ ROIC จาก มากไปน้อยเหตุผลเพื่อยืนยันและกันข้อด้อยจากการประเมินด้วย P/BV อย่างเดียว โดยไม่ดู P/E และ EV/Ebitda (ระยะเวลาใช้หนี้ จำนวนปี ไม่ควรนานเกินไป เมื่อเทียบกับขนาดกิจการ)
3.5นำหุ้นที่ได้จากการกรอง ข้อ (3.1+3.2+3.3+3.4+3.5) มาศึกษา คุณภาพหุ้นในเชิงลึกต่อไป โดย ควรมี Market Cap โตกว่า 2500ล้านบาท ( เล็กกว่านี้ กำไร 5% /เดือน จะต่ำกว่า 30ล้าน/ไตรมาศ ดูเล็กเกินไป)
หุ้นที่น่าลงทุน และ P/BV MOS ณ.วันที่ 15/1/64 มีดังนี้
A.CIMBT 0.62บาท MOS 72% P/BV 0.5 / MKC 21590 เสียด้านเดียว Revenue G -14%
B.WORK 18.10บาท MOS 57% P/BV 1.79 / ROE 3.70 %/ MKC 7992 ลบ. น่าสนมาก
C.AQUA 0.43บาท MOS 56% P/BV 0.42 / ROIC 2.18 % / ROE 12.96 % แต่ MKC เล็กมาก1975ลบ
D.KBANK 118บาท MOS 55% P/BV 0.68 / ROIC 2.30% ROE 5.31% MKC 279581 น่าสนมาก
E.SCB 92.75บาท MOS 54% P/BV 0.78 / ROIC 1.79% ROE 7.36% MKC 314941 น่าสนมาก
F.LANNNA 7.65บาท MOS 53% P/BV 0.89 ROIC 7.16% ROE 6.77% MKC 4016 น่าสน
G.ROJNA 4.62บาท MOS 51% P/BV 0.67 ROIC 5.69% ROE 6.28% MKC 9335ลบ น่าสน
7 อันดับหุ้น ที่ส่วนลดมากสุด ไล่ลงมา และ มีความปลอดภัย คุ้มค่าจะเสี่ยง
จั๊ว แซ่จิว Banana รุ่น 5 090-2629165
20/1/67 17.59 น.
1 ชื่อเล่น หมู ชื่อจริง อ.สมชัย
2 เป้าหมายต่อปี 10%
3 หุ้นที่เลือก:
CPALL
MOS 34% ROE 18%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
- เป็นหุ้นแข็งแกร่งที่กำลังขยายธุรกิจ เป็นผู้นำในวงการค้าปลีกทีครบวงจร แต่ตั้งต้นน้ำ (Makro) กลางน้ำ (Tesco) ปลายน้ำ (7Eleven) เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการซื้อที่สุดในรอบ 12 ปี
SCCC
MOS 41% ROE 11%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
- เป็นหุ้นวัฐจักรที่จะฟื้นตามการเติบโตรอบใหม่ของวัฐจักรเศรษฐกิจ กำไร 2561-63 เติบโตเฉลี่ย 41% ต่อปี เป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์ 100% เพียงรายเดียวในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ด้วยส่วนแบ่งตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ
DCC
MOS 41% ROE 40%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
- ได้รับผลเชิงบวกจาก COVID เพราะคน WFH ทำให้มีการปรับปรุงและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยมากขึ้น และมีความได้เปรียบจากต้นทุนที่ต่างจากผู้อื่นที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
CPN
MOS 33% ROE 15%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
- เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจศูนย์การค้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยากที่จะหาคู่แข่ง อีกทั้งธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง
1. ชื่อ ปอ พงษ์ลัดดา เยิงรัมย์
2.เป้าหมาย 15%ต่อปี
3. หุ้นที่เลือก และ 4. MOS
BDMS (24% ) CPALL(33%) CENTEL(35%) SIRI(58%) TU(35%)
5. เหตุผลที่เลือก
5.1 BDMS มีทุน 19.79 บาท/หุ้น เป็นหุ้นเติบโตช้า อยู่ใน Mega Trend ซึ่งจะมีคนสูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ มีความต้องการรักษาพยาบาลมากขึ้น เป็นผู้นำกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ1 คู่แข่งน้อย โอกาสถูกdisruption น้อย สามารถประหยัดต่อขนาดได้
5.2 CPALL เป็นหุ้นแข็งแกร่ง เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก มีจำนวนสาขามากมาย ทำให้ประหยัดต่อขนาด มีการลงทุนซื้อ Makro และ Lotus ทำให้มีโอกาสขยายการลงทุนไปต่างประเทศ มีการบริหาร supply chain ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นน้อย ทำให้มีคู่แข่งใหม่ๆเกิดขึ้นน้อย หรือทำให้ไม่มีคู่แข่ง
5.3 CENTEL เป็นหุ้นแข็งแกร่ง ทำธุรกิจโรงแรมและขายอาหาร เน้นตลาดในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้สามารถลดความเสี่ยงจากการลดลงของนักท่องเที่ยวได้ และมีเงินสดอยู่ ทำให้ไม่ต้องเพิ่มทุน ขนาดตลาดยังไม่ใหญ่มาก มีโอกาสเติบโตอีกมาก การรับจ้างบริหารโรงแรมทำให้ลดต้นทุน ไม่ต้องแบกภาระค่าเสื่อม
5.4 SIRI เป็นหุ้นฟื้นตัวและวัฏจักร อยู่ใน Mega Trend ที่มีการขยายของเมือง ต้องมีการก่อสร้างบ้านและคอนโด
ปัจจุบันมีหุ้น QH อยู่แต่ mos ต่ำ จึงจะเปลี่ยนมาเป็น SIRI ซึ่งอยู่ในธุรกิจอสังหาฯเหมือนกัน SIRIสร้างบ้านเดี่ยวและคอนโดขาย และมีปล่อยให้เช่าด้วย ลูกค้ามีหลายกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งชาวต่างชาติด้วย
5.5 TU เป็นหุ้นเติบโต เป็นส่งออกและเป็นผู้นำในตลาดอาหารทะเลแช่แข็งและบรรจุกระป๋องขนาดใหญ่ของโลก สามารถทำต้นทุนต่ำและประหยัดต่อขนาด มีฐานลูกค้ากว้างขวาง ทำให้ลดความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจในประเทศได้ ในอนาคตจะใช้ระบบ Automation และ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
1. ป็อป วีระรัตน์
2. เป้าหมาย 14.5% ต่อปี
3. หุ้นที่เลือก
3.1 ADVANC 17%
3.2 CENTEL 17%
3.3 CPALL 33%
3.4 CPN 17%
3.5 SCCC 17%
4. MOS
4.1 ADVANC 20%
4.2 CENTEL 31%
4.3 CPALL 33%
4.4 CPN 31%
4.5 SCCC 42%
5. เหตุผลเชิงคุณภาพ
5.1 ADVANC
- ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง, ROA 12.03% มากกว่า 10% ต่อเนื่อง, ROE 41.90% มากกว่า 15% ต่อเนื่อง
- เป็นผู้นำตลาด และจะได้รับประโยชน์จาก 5G ในอนาคต
5.2 CENTEL
- ก่อน Covid ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง, ก่อน Covid ROA 1มากกว่า 10% ตั้งแต่ปี 2560, ก่อน Covid ROE มากกว่า 15% ต่อเนื่อง
- เป็นผู้นำตลาด และจะได้รับประโยชน์จาก 5G ในอนาคต
- หลังวิกฤต น่าจะฟื้นตัวได้ ตลาดท่องเที่ยวเติบโตได้ในอนาคต มีการรับจ้างบริหารโรงแรม ความเสี่ยงต่ำ ลงทุนไม่มาก ไม่ต้องแบกภาระค่าเสื่อม
5.3 CPALL
- ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง, ROA 4.08%, ROE 17.89% มากกว่า 15% ต่อเนื่อง
- เป็นผู้นำตลาด และโดนป้ายยาอย่างต่อเนื่อง 4 วันเต็ม! ฝันเห็น CPALL ทุกคืน ไม่ซื้อไม่ได้!!
5.4 CPN
- ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง, ROA 7.74%, ROE 16.63% มากกว่า 15% ต่อเนื่อง
- เป็นผู้นำตลาดศูนย์การค้ารในประเทศไทย
5.5 SCCC
- ยอดขาย และกำไรเติบโตต่อเนื่อง (เว้นปีที่ไปซื้อกิจการ), ROA 7.08%, ROE 9.82%
- MOS มีส่วนลดในทุกมิติ
- น่าจะฟื้นตัว และเติบโตตามวัฐจักรเศรษฐกิจ + โดนป้ายยาใร Live จันทร์ที่ 18 ม.ค.
คอมเม้นท์ต่อกันไปเรื่อยๆได้เลยนะครับ รบกวนตอบตาม Pattern ตามนี้ครับ
1. ชื่อเล่น + ชื่อจริง
2. เป้าหมายต่อปี
3. หุ้นที่เลือก
4. MOS
5. เหตุผลเชิงคุณภาพ
ชื่อ อรจิรา ไชยพรพัฒนา ชื่อเล่น กระติ๊บ
เป้าหมายต่อปี
หุ้นทีเลือก
1. SCCC (7.5%) - MOS 42%
2. DCC (7.5%) - MOS 41%
3. CPALL (30%) - MOS 33%
4. CENTAL (20%) - MOS 31%
5. CPN (20%) - MOS 30%
ุุ6. SNC (15%) - MOS 46%
7. BLA (15%) - MOS 40%
เหตุผลเชิงคุณภาพ
1. SCCC
- มีกำไรสุทธิเพิ่มเติม ซื้อกิจการเข้ามาปรับปรุงแล้วมีการเติบโตขึ้น
- มี Market Share เป็นอันดับ 2 คู่แข่งเข้ามายาก เพราะการลงทุนสูง
- ปูนเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ต่อเนื่อง เช่น รถไฟฟ้า, อสังหาริมทรัพย์
- ผลกระทบจาก Covid ไม่มาก
- ให้ปันผลค่อนข้างมาก
2. DCC
- มีความมั่นคง และได้รับปันผลสูง
- มี New S cruve ใหม่ และมีรายได้เพิ่มขึ้น
- ได้รับกระทบจาก Covid น้อย
- มี Market Share เป็นอันดับ 2
3. CPALL
- มีการซื้อ Lotus และ มี Macro เข้ามา ขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ
- หุ้นแข็งแกร่งมาก เป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 และ เป็น Super Stock
- มีการเติบโตที่ในอนาคตจากการมีสาขามาก
- มีอำนาจต่อรองกับ Supplier มาก
4. CENTAL
- เป็นธุรกิจโรงแรมและอาหาร มีโอกาสเติบโต
- เป็นหุ้นแข็งแกร่ง มีการเพิ่มห้องอีก 9,000 ห้อง และมีการรับจ้างบริหารทำให้รายได้สู่ Bottom line เลย ไม่ต้นทุน
ไม่ต้องแบกภาระค่าเสื่อม
- เมื่อพบกระทบกับทาง Covid ไม่ต้องกู้เพิ่ม ทำให้ไม่มีหนี้เพิ่ม
5. CPN - เป็นธุรกิจพัฒนาและให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่
- เป็นหุ้นแข็งแกร่ง มีการขยายกิจการเติบโต
- เป็นผู้นำตลาด และ มีการสร้างห้างเพื่อให้มาเช่า ในเรื่องของ Food มี Magin สูง
- รายได้หลักคือห้าง การเติบโตขึ้นๆ มี 34 ห้าง อัตราการเช่า 93% เป็นอัตราที่สูงมาก
- มีการซื้อกิจการ G-Land มาเป็นทำเลที่ดี มีการเติบโต และมีการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ
6. SNC
- หู้น Turnaroud มีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากมารับงาน OEM (ซึ่งแต่ก่อนเป็น ODM ซึ่งไม่ได้กำไรเลยมา 8 ปี)
- ได้รับผลกระทบจาก COVID ไม่มาก
- มี New S-Cruve ใหม่ เป็นการรับจ้างผลิต สร้างโรงงานใหม่
- มีการร่วมทุนกับลูกค้า เพื่อลดความเสี่ยงลูกค้าเลิกจ้าง
- ลดต้นทุนได้ดี
7. ฺBLA
- หุ้นฟื้นตัว มีแนวโน้ม
- มีการปรับกลยุทย์ใหม่ มีการใส่ Product ใหม่
- มีแผนรับตัวแทนขาย มีสำนักงานตัวแทนเพิ่ม แทนที่จะขายผ่านทางธนาคารอย่างเดียว
- มี Product Unit-Link มี Present นาย ณภัทร Product Gain First
- แนวโน้มประเทศเข้าสู่สังคมสูงอายุ และรักษาสุขภาพมากขึ้น
1. โรตม์ สิโรตม์
2. เป้าหมายต่อปี 15%/ปี
3. หุ้นที่เลือก CPALL CENTEL SCCC SIRI
4. MOS 33% , 31% , 42% , 58 %
5. เหตุผลเชิงคุณภาพ พื้นฐานดีและมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต ขอศึกษาคุณภาพให้ลึกว่านี้อีกหน่อยครับ
รบกวนอาจารย์ตรวจ การหาMOS ในไฟล์ TEMPLATE ให้หน่อยครับ ผมทำไว้ 5ตัว MOS น่าจะผิดแต่ไม่รู้ว่าผิดตรงไหนบ้างครับ
| 1. ชื่อเล่น + ชื่อจริง | ปอม (พัทธนันท์) | |||
| 2. เป้าหมายต่อปี | 15-18% | |||
| 3. หุ้นที่เลือก | สัดส่วนในพอร์ต | ชนิดหุ้น | ||
| (1) CPALL | 35% | แข็งแกร่ง | ||
| (2) CENTEL | 10% | แข็งแกร่ง วัฏจักร | ||
| (3) KBANK | 5% | วัฏจักร | ||
| (4) SAWAD | 30% | วัฏจักร+โตเร็ว | ||
| (5) MTC | 10% | (ลดสัดส่วนเพราะ Mos น้อย/PEG สูง 1.42/ EP 30 แล้ว) | วัฏจักร+โตเร็ว | |
| (6) CPN | 10% | แข็งแกร่ง | ||
| 4. MOS | P/BV MOS | PEG | ||
| (1) CPALL | 31% | |||
| (2) CENTEL | 38% | |||
| (3) KBANK | 56% | |||
| (4) SAWAD | 34% | 1.11 | (สงสัยจะคำนวณผิดเพราะส่วนลดสูงกว่าของ อ.มากครับ ตัวนี้ผมได้ AVG P/BV ที่7.01 และ P/BV ปัจจุบันคือ 4.62) | |
| (5) MTC | 10% | 1.42 | อันนี้ก็สูงกว่าของอ. | |
| (6) CPN | 32% |
5. เหตุผลเชิงคุณภาพ
(1) CPALL
- เป็นเจ้าตลาด ทุกคนใช้บริการ รู้จักแบรน (ยกเว้นคนในท้องที่ที่อาจจะทุรกันดาร) ในตลาดที่เข้ามายากมาก เพราะ Margin ต่ำมาก ไม่มีแรงจูงใจ
- มี Logistic/Supply Chain ที่แข็งแกร่งครบวงจร (ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของธุรกิจนี้ทั้งหมด)
- ซื้อ แม็คโคร โลตัส เพิ่มเครื่องยนต์ (ขยายกิจการในต่างชาติ เช่น กัมพูชา ลาว) กินรวบในธุรกิจค้าปลีกและการบริโภคของคนไทย ทั้งต้นน้ำ(แมคโคร) กลางน้ำ(โลตัส) ปลายน้ำ (7/11)
- มีความสามารถในการใช้หนี้สูง ทำให้หนี้ลดเร็วและเมื่อหนี้หมด กำไรจะเพิ่มแบบอัตโนมัติ และมีแนวโน้มจะยอดขายและกำไรจะพุ่งสูงหลังใช้หนี้หมด (ถ้าไม่ลงทุนอะไรหนักๆต่ออีก)
- แม้ตลาดในประเทศจะอิ่มตัวไปนานแล้วแต่ มีความสามารถในการแย่งส่วนแบ่งการตลาดเก่งมาก แถมซื้อ โลตัสที่เป็นเจ้าตลาด Hyper Market มาอีก
- เพิ่ม ARPU ได้ และเชื่อว่าถ้าเศรษฐกิจกลับมาดีอีกรอบจะ เพิ่ม ยอดขายและกำไรได้อีกมาก
- 5 Forces คือ Perfect
- แต่มีไปทำรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งไม่ใช่ค้าปลีกที่คุ้นเคยต้องจับตา
- อาจจะทำ MG แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า แบตเตอรี่ไหม อาจจะทำที่ชาจหน้า Stand Alone 7/11 ที่มีพื้นที่
-----
(2) CENTEL (เครื่องยนต์หลักสองตัว อาหาร 60% โรงแรม 40%)
(2.1) ธุรกิจโรงแรม
- แบรนด์ดัง คนรู้จัก เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดโรงแรมในประเทศ และมีการลงทุนในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ดูไบ เป็นต้น โดยสัดส่วนรายได้จากโรงแรมส่วนใหญ่ยังมาจากในประเทศไทย
- อยู่ในธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้ประเทศไทยสัดส่วนประมาณ 14% และมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะถ้าการเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้นโดยการได้รับอานิสจากเทคโนโลยีและการคมนาคมใหม่ๆ ดังนั้น รอการท่องเที่ยวกลับมาก็จะโตมาก
- มีแผนเพิ่มรายได้จากการเข้าไปทำดีลบริหารจัดการให้โรงแรมอื่น โดยใน Q3-2563 มีห้องพัก 17K ห้อง (เพิ่มจาก Q2-2563 170 ห้อง มาจากโรงแรมที่เข้าไปรับจ้างบริหาร) และกำลังจะมีห้องเพิ่มอีก 9238 ห้อง (รับจ้างบริหารโรงแรม 4 ดาว) ในไทย 20% ต่างประเทศ 80% => ไม่ต้องลงทุนหนักๆ ไม่ต้องเสี่ยงกับวิกฤติ เพราะไม่ใช่โรงแรมตัวเอง (CENTEL มีโรงแรมของตัวเอง 13 โรงแรม และมี 3,111 ห้อง)
- แม้จะมีวิกฤตแต่เงินสดในมือยังมีอีกมาก 11,400M ทำให้สามารถอยู่ได้ถึงสิ้นปีแบบสบายๆ และยังมีเงินลงทุนในโครงการต่างๆต่อได้ (ค่า D/E อยู่ที่ 0.9)
- มีงบลงทุนเพิ่มอีก 12,800 M (โรงแรมในสมุย ดูไบ และโอซาก้าเป็นหลัก และปรับปรุง Centara Grand)
- 5 Forces มีปัญหาคือคู่แข่งมากและการทดแทนค่อนข้างทำได้ง่ายต้นทุนต่ำ แต่เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ ความรุนแรงจึงไม่น่ากลัว
(2.2) ธุรกิจอาหาร
- รวมๆคือ นั่งรอการท่องเที่ยวกลับมา โดยถ้าการใช้จ่ายของภาครัฐ การบริโภคกลับมา การเติบโตก็จะดีขึ้น
- มีการเพิ่มร้านอาหารเรื่อยๆแบบไม่รีบ ขยายแบรนด์หลักมากขึ้นแบบระวัง ทำ Delivery ทำร้านนอกห้างเพิ่ม และทำ M&A ร้านอาหารเพิ่ม (นโยบาย conservative ระมัดระวังตัว)
- มีความแข็งแกร่งเรื่องเงินทุน
- 5 Forces มีปัญหาคือคู่แข่งมาก คู่แข่งเข้ามาง่ายและการทดแทนค่อนข้างทำได้ง่ายต้นทุนต่ำ แต่เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ และตัวเองใหญ่มีสาขามาก จึงพอคุมสถานการได้ ความรุนแรงจึงไม่น่ากลัวเช่นกัน
สรุป หลักๆคือ รอรอบวัฏจักรการท่องเที่ยวกลับมาพอเลย
----
(3) KBANK
- เป็นแบงค์ที่ลูกค้าเยอะมากในแต่ละสาขา ปกติเน้น SME แต่ตอนนี้ SME แย่ ก็มีนโยบายไปเน้นบริษัทใหญ่ขึ้น และเน้นรายย่อยแบบดิจิตอลมากขึ้น
- นักลงทุนสถาบันต่างชาติชอบเอาเงินมาพักในช่วงขาขึ้นของวัฏจักร ทำให้ราคามีโอกาสขึ้นสูงในช่วงขาขึ้น
- 5 Forces มีปัญหาคือคู่แข่งรายใหญ่มีจำนวนพอสมควรและ การทดแทนค่อนข้างทำได้ง่ายต้นทุนต่ำ แต่เป็นธนาคารที่บริการดี คนเข้าถึงง่าย ระบบค่อนข้างสะดวกและดีกว่าคู่แข่งรายอื่น
- สรุป รอขาขึ้นแล้วขายทิ้ง เอาเงินไปซื้อหุ้นใหม่
----
(4) SAWAD (ปล่อยสินเชื่อรถ และบุคคล)
- แบรดน์เป็นที่รู้จัก สาขาตัวเอง 4600 สาขา (เมื่อรวมกับธนาคารออมสิน ทำให้มี 11000+ สาขา) และเป็นอันดับ 2 ของตลาดมีส่วนแบ่งประมาณ20%-25%
- มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลงเนื่องจากได้ร่วมทุนกับ ธ.ออมสินทำให้สามารถสู้ MTC ได้สูสีขึ้น
- เป้าหมาย คือ อยากเป็น 7/11 หรือร้านสะดวกซื้อทางการเงิน ทำให้พยายามอนุมัติง่ายและเร็ว เข้าถึงง่าย (มีแผนเพิ่มสาขาปีละ 365 สาขาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยมีการไปจองพื้นที่ที่จะทำสาขาให้ใกล้บ้านลูกค้ามากที่สุด)
- ตลาดยังโตได้อีกมาก (คาดหวังการเติบโตที่ 20-30%) ปัจจุบันมีรถจดทะเบียน 40 ล้านคัน แต่บริษัทมี บัญชีลูกค้าล้านกว่าบัญชีเท่านั้น และต้องการขยายฐานลูกค้าไปต่อในตลาดที่ยังไม่เคยไป (ทุกสินค้าทางการเงิน) โดยจะทำผ่านบริษัทลูกที่ Set ขึ้นมาให้บริการกลุ่มลูกค้าที่ต่างกัน (Categorize ลูกค้าชัดเจน เสี่ยงมาก เสี่ยงกลาง เสี่ยงน้อย)
- เริ่มปรับตัวใช้ เทคโนโลยี AI จากฐานข้อมูลลูกค้าของตัวเอง ให้วิเคราะห์ปล่อยกู้แบบที่ไม่มีหลักประกัน ความเสี่ยงสูง คล้ายๆ Ant Financial
- แม้นนโยบายดอกเบี้ยหลังร่วมทุนกับ ธ.ออมสิน จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 18% แต่เป็นโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงสินค้ามากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณลูกหนี้ได้มากขึ้น กำไรสูงขึ้นจาก Volume (เป็นความโดดเด่นเฉพาะตัวที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า คู่แข่งรายใหญ่แบบ MTC ซึ่งจะทำให้คู่แข่งรายย่อยเข้ามายากขึ้น แถมไม่ต้องไปรบกับ MTC แบบรุนแรงเนื่องจาก MTC ดอกเบี้ยสูงกว่า)
- สามารถคุม NPL ได้ใน Range 4-6% ตามนโยบาย และได้รายได้เพิ่มจากการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้
- 5 Forces มีปัญหาการทดแทนค่อนข้างทำได้ง่ายต้นทุนต่ำ แต่เป็นสินเชื่อที่เน้นบริการรวดเร็วและเข้าถึงง่าย
-----
(5) MTC (ปล่อยสินเชื่อรถ และบุคคล)
- เป็นอันดับ 1 ของตลาด คนรู้จัก ปัจจุบันมีสาขาประมาณ 5000 สาขา ครอบคลุมการให้บริการในพื้นที่ชุมชน และมีแผนขยายสาขาอีกปีละ 1200 สาขา ตั้งเป้าโตประมาณปีละ 20-25%
- มีแหล่งเงินทุนจากการออกหุ้นกู้ทำให้ ต้นทุนทางการเงินต่ำ
- ต้องการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกสินค้าทางการเงินเช่นเดียวกับ SAWAD
- รายได้และกำไรยังคงโตได้ถึง13%และ 32% ในปีที่ผ่านมา แม้มีโควิด
- 5 Forces มีปัญหาการทดแทนค่อนข้างทำได้ง่ายต้นทุนต่ำ แต่เป็นสินเชื่อที่เน้นบริการรวดเร็วและเข้าถึงง่าย
----
(6) CPN (ห้าง 80% ของรายได้)
- เจ้าตลาดห้าง แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างดี
- D/E ต่ำที่ 0.35 สภาพการเงินแข็งแรง
- ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญด้าน Center of Life ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วย Events ใหม่ๆ สินค้าใหม่ๆ แบรนด์ใหม่ๆ ตลอดเวลา เช่น Apple Store ที่ Central World และเน้นความปลอดภัยและความสะอาดเป็นหลัก
- คาดว่ายอดขายและกำไรจะเพิ่มขึ้นมากพอสมควร เมื่อการท่องเที่ยวกลับมา
- อัตราการเช่า Occupancy Rate ไม่ต่ำกว่า 98% ถือว่าสูงเสมอแม้มีวิกฤต
- มีโครงการ เปิดห้างเพิ่มที่ ศรีราชาและอยุทธยา ในปี 2564 และ จันทบุรีในปี 2565 + โครงการดุสิต Central Park ในปี 2023-24 ยังคงดำเนินการตามแผนนี้ คือยังคงขยายสาขาเพื่อโตขึ้นถึงอาจจะไม่ได้โตเร็วแต่ยังต่อเนื่อง
- 5 Forces ตลาดค่อนข้างอิ่มตัวแล้ว คู่แข่งมีน้อยราย ไม่มีอะไรน่ากลัวยกเว้น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี Disruption และพฤติกรรมของผู้บริโภค แต่หากทำให้ห้างเป็น Lifestyle Community และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับลูกค้า ยังไงคนก็ยังต้องมาห้าง มาเที่ยว เชคอิน ถ่ายรูปโชว์ ซึ่งจะเห็นได้ว่า Cpn มีนโยบายทำแบบนี้มาตลอด
สรุป คือ ถือไว้ให้เป็น Defensive Stock และรอการท่องเที่ยวกลับมา