สอบถามเรื่องการประเมิณมูลค่าหุ้นหน่อยครับพี่ประพาส ถ้าหากเราประเมิณมูลค่าหุ้นในหุ้นที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากแต่ราคาถูกเทียบกับหุ้นที่มีความน่าสนใจและดูจะเป็นอันดับต้นๆในอุตสาหกรรมในราคาที่เหมาะสมหรือแพงกว่า fair price นิดๆหน่อยๆ แบบนี้เราควรที่จะเลือกซื้อตัวไหนครับ (ถ้าหากมองว่าหุ้นในเคสแรกสุดท้ายราคาต้องวิ่งเข้าสู่มูลค่าที่แท้จริงแบบนี้หุ้นในเคสแรกก็จะดีกว่าเคสที่สองรึป่าวครับ แบบนี้เราก็ไม่จำเป็นจะต้องประเมิณมูลค่าหุ้นที่อยู่ที่ระดับ fair price เลยรึป่าวครับ)(ถ้ามองในปีเดียว)
สอบถามเรื่องการประเมิณมูลค่าหุ้นหน่อยครับพี่ประพาส ถ้าหากเราประเมิณมูลค่าหุ้นในหุ้นที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากแต่ราคาถูกเทียบกับหุ้นที่มีความน่าสนใจและดูจะเป็นอันดับต้นๆในอุตสาหกรรมในราคาที่เหมาะสมหรือแพงกว่า fair price นิดๆหน่อยๆ แบบนี้เราควรที่จะเลือกซื้อตัวไหนครับ (ถ้าหากมองว่าหุ้นในเคสแรกสุดท้ายราคาต้องวิ่งเข้าสู่มูลค่าที่แท้จริงแบบนี้หุ้นในเคสแรกก็จะดีกว่าเคสที่สองรึป่าวครับ แบบนี้เราก็ไม่จำเป็นจะต้องประเมิณมูลค่าหุ้นที่อยู่ที่ระดับ fair price เลยรึป่าวครับ)(ถ้ามองในปีเดียว)
อาจจะเป็นคำถามที่ตอบยากนะครับ เหตุผลคือ ข้อมูลอาจไม่ครบถ้วนพอให้ตัดสินใจได้ครับ ผมขออธิบายดังนี้แทนนะครับ
1. ตามหลักการของ vi เราไม่ควรมองปีเดียว เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ราคาหุ้นจึงจะสะท้อนราคาที่เหมาะสมครับ การมองผลตอบแทนปีเดียวเป็นการเข้าข้างตัวเองมากไปว่าราคาต้องวิ่งเข้าหา fair price ทันทีครับ โดยปกติเราจะให้กรอบเวลาประมาณ 3 ปี แล้วเปรียบเทียบความคุ้มค่า หรือผลตอบแทนคาดหวังครับ
2. การลงทุนแนว vi นั้น เน้นความปลอดภัยมากกว่า upside ที่สูงเพียงมิติเดียวครับ
3. การลงทุนแนว vi นั้นเน้น "อนาคต" เป็นสำคัญสูงที่สุดครับ หากเราประเมินผลตอบแทนใน "อนาคต" แล้วสูงกว่าก็น่าสนใจกว่าครับ
4. การเลือกหุ้นจากประสบการณ์ผมอยู่ที่ "ความมั่นใจ" และความมั่นใจก็เกิดจาก "ข้อมูล" ที่มากพอ ดังนั้นผมเองไม่เคยเจอสถานการณ์อย่างที่ยกตัวอย่างมาเลยครับ เหตุผลคือ เพราะผมมีความมั่นใจในหุ้นแต่ละตัว "ไม่เท่ากัน" และผมจะลงทุนกับหุ้นที่ผมมั่นใจสูงที่สุดในปริมาณมากที่สุดเสมอครับ แต่หากผม "ไม่มั่นใจ" มากนัก ผมจะเลือกที่จะ "กระจาย" การลงทุนแทนครับ
แบบนี้แปลว่าการประเมิณมูลค่าหุ้นแม้ว่าปีปัจจุบันราคาอาจจะสูงกว่า fair price แต่ถ้าในอนาคตประเมิณมูลค่าแล้วราคาต่ำกว่าก็ยังถือว่าซื้อได้ใช่ไหมครับ(ถ้าหากเรามั่นใจในการวิเคราะห์และประเมิณมูลค่า)
แบบนี้แปลว่าการประเมิณมูลค่าหุ้นแม้ว่าปีปัจจุบันราคาอาจจะสูงกว่า fair price แต่ถ้าในอนาคตประเมิณมูลค่าแล้วราคาต่ำกว่าก็ยังถือว่าซื้อได้ใช่ไหมครับ(ถ้าหากเรามั่นใจในการวิเคราะห์และประเมิณมูลค่า)
ใช่ครับ เหตุผลอีกข้อหนึ่งคือ บางครั้งตลาดเองก็มองอนาคตเช่นเดียวกันครับ โดยปกติตลาดจะมองอนาคตประมาณ 6-12 เดือนข้างหน้า ที่พอมองเห็นชัดๆครับ