สวัสดีครับอาจารย์
รบกวนสอบถามหลายคำถามหน่อยนะครับ
คำถามที่ 1 :
หนี้สินที่มีดอกเบี้ย (Interest Bearing Debt)
เวลาบันทึกงบ หรือ วิเคราะห์เรื่อง IBD.. เรารวมรายการหนี้ตามสัญญาเช่า ด้วยไหมครับ
คำถามที่ 2 :
PPE Sabina แนวโน้มลดลงเรื่อยๆ…
ผมเห็นตัวเลข ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายในแต่ละปี มากกว่า เงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในแต่ละปี…
นี่เป็นสาเหตุให้ PPE ลดลงเรื่อยๆ ถูกไหมครับ?
คำถามที่ 3 :
ผู้บริหารตอบคำถามใน Opp Day เรื่องการจ่ายปันผล 100% ของกำไร แล้วบริษัทจะเติบโตได้อย่างไร,
บริษัทไม่มีการขยายการลงทุนหรือ…
ผู้บริหารตอบว่ายังสามารถเติบโตได้ในขณะที่จ่ายปันผล100% เนื่องจากบริษัทฯมีการ Outsourcing.
คนถามเขาหมายถึง ถ้าไม่ปันผล 100% ส่วนที่เก็บเป็นกำไรสะสม จะสามารถนำไปลงทุนเพิ่มได้ในปีถัดๆไปใช่ไหมครับ?
(ปกติกำไรสุทธิ คือจำนวนเงินที่ถูกหักเงินลงทุนที่เกิดขึ้นไปแล้ว ใช่ไหมครับ
พอเหลือเป็นกำไรสุทธิ จะถูกนำมาจ่ายปันผล ส่วนที่เหลือจากที่จ่ายปันผล ก็เก็บเป็นกำไรสะสม ถูกไหมครับ
ประเด็นที่เขาถามน่าจะหมายถึง ส่วนที่เก็บเป็นกำไรสะสม จะสามารถนำไปลงทุนเพิ่มได้ในปีถัดๆไปใช่ไหมครับ?)
คำถามที่ 4 :
Sabina เลือกที่จะพึ่งพา Outsourcing แทนการขยายกำลังการผลิตด้วยตัวเอง
แบบนี้เราถือว่าเป็นความเสี่ยงที่มีนัยยะกับการพิจารณา PE ของ Sabina ไหมครับ
(เสี่ยงในแง่ที่ผู้รับจ้างผลิตอาจหันไปทำ Brand เอง เหมือนที่ Sabina เคยทำ และส่งผลให้เกิดปัญหาสินค้าขาด หรือ หาผู้รับจ้างผลิตรายใหม่ไม่ทันกับความต้องการของตลาด)
ขอบคุณครับ.
สวัสดีครับอาจารย์
รบกวนสอบถามหลายคำถามหน่อยนะครับ
คำถามที่ 1 :
หนี้สินที่มีดอกเบี้ย (Interest Bearing Debt)
เวลาบันทึกงบ หรือ วิเคราะห์เรื่อง IBD.. เรารวมรายการหนี้ตามสัญญาเช่า ด้วยไหมครับ
คำถามที่ 2 :
PPE Sabina แนวโน้มลดลงเรื่อยๆ…
ผมเห็นตัวเลข ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายในแต่ละปี มากกว่า เงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในแต่ละปี…
นี่เป็นสาเหตุให้ PPE ลดลงเรื่อยๆ ถูกไหมครับ?
คำถามที่ 3 :
ผู้บริหารตอบคำถามใน Opp Day เรื่องการจ่ายปันผล 100% ของกำไร แล้วบริษัทจะเติบโตได้อย่างไร,
บริษัทไม่มีการขยายการลงทุนหรือ…
ผู้บริหารตอบว่ายังสามารถเติบโตได้ในขณะที่จ่ายปันผล100% เนื่องจากบริษัทฯมีการ Outsourcing.คนถามเขาหมายถึง ถ้าไม่ปันผล 100% ส่วนที่เก็บเป็นกำไรสะสม จะสามารถนำไปลงทุนเพิ่มได้ในปีถัดๆไปใช่ไหมครับ?
(ปกติกำไรสุทธิ คือจำนวนเงินที่ถูกหักเงินลงทุนที่เกิดขึ้นไปแล้ว ใช่ไหมครับ
พอเหลือเป็นกำไรสุทธิ จะถูกนำมาจ่ายปันผล ส่วนที่เหลือจากที่จ่ายปันผล ก็เก็บเป็นกำไรสะสม ถูกไหมครับ
ประเด็นที่เขาถามน่าจะหมายถึง ส่วนที่เก็บเป็นกำไรสะสม จะสามารถนำไปลงทุนเพิ่มได้ในปีถัดๆไปใช่ไหมครับ?)
คำถามที่ 4 :
Sabina เลือกที่จะพึ่งพา Outsourcing แทนการขยายกำลังการผลิตด้วยตัวเอง
แบบนี้เราถือว่าเป็นความเสี่ยงที่มีนัยยะกับการพิจารณา PE ของ Sabina ไหมครับ
(เสี่ยงในแง่ที่ผู้รับจ้างผลิตอาจหันไปทำ Brand เอง เหมือนที่ Sabina เคยทำ และส่งผลให้เกิดปัญหาสินค้าขาด หรือ หาผู้รับจ้างผลิตรายใหม่ไม่ทันกับความต้องการของตลาด)
ขอบคุณครับ.
1. ไม่ควรรวมเลยครับ
2. ถูกต้องครับ เนื่องจาก sabina เปลี่ยน business model คือไม่ขยายโรงงาน,เครื่องจักร แต่เน้นการทำ Marketing ซึ่งเป็นรายจ่าย ไม่ใช่ เงินลงทุน ทำให้เห็น ppe ลดลงจากการตัดค่าเสื่อมฯครับ
3. ข้อนี้ผมว่าหลายคนไม่เข้าใจ Business model ที่เปลี่ยนไปครับ การที่บริษัทจ่ายปันผลไม่ 100% เพราะต้องนำกำไรบางส่วนไป "ลงทุน" ซึ่งเงินลงทุนที่ว่าจะเป็นการลงทุนใน "สินทรัพย์คงทน" ก็คือ PPE ซึ่งมีค่าเสื่อม เช่น ลงทุน 100 ล้าน ตัดค่าเสื่อม 10 ปี ก็ปีละ 10 ล้าน เท่ากับมันเป็นรายจ่ายได้แค่ 10 ล้านต่อปีนะครับ แต่ต้องใช้เงินลงทุน 100 ล้านในคราวเดียว เป็นเหตุผลที่กระแสเงินสดไม่พอ ต้องเก็บจากกำไรสะสม แต่ Business model ใหม่ เค้าโตด้วย Marketing ซึ่งตัดเป็นรายจ่ายได้ 100% ดังนั้นกำไรสุทธิจึงไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ลงทุนไงครับ
4. ส่วนตัวผมกลับมองว่าเป็นข้อดีมากกว่าอ่ะครับ เพราะการมีรง.ของตัวเอง หากช่วงไหนเจอปัญหายอดขายตก แต่ Fixed Cost มันสูง มันจะทำให้งบแย่มากๆได้ เหมือน รง.ทั่วๆไป แต่การ outsource ก็จะทำให้บริษัทเบาขึ้นนะครับ อีกอย่างคือ ถ้า outsource ได้แปลว่า แบรนด์ต้องแข็งแรงมากพอสมควร
ยกตัวอย่างนะครับ อย่างแบรนด์ Apple ก็ไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง แบบนี้เสี่ยงมากทำให้ P/E ลดลรึเปล่าครับ
เรื่องรง.ทำแบรนด์เองนี่จริงๆแล้วหา success case ยากมากนะครับ sabina นี่ผมว่า 1 ใน 1,000 หรือ 1 ใน 10,000 เลยนะครับ ลองดู TACC ที่เก่งทำน้ำ ละทำแบรนด Zenya สิครับ ก็เจ๊งไม่เป็นท่า หรือ เสริมสุข ที่ทำแบรนด์ Est สิครับ ก็ขาดทุนย่อยยับเหมือนกัน ผมว่ามันไม่ได้ง่ายนะครับ ไม่ใช่แค่อัดเงินแล้วจบนะครับ มันใช้ศิลปะเยอะมากๆ คนทำธุรกิจ ทำแบรนด์จะเข้าใจดีว่ามูลค่าการสร้างแบรนด์นั้น ยากมากๆที่จะทำเกิดครับ