ซื้อหุ้นปันผล ใช้ DPS เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ได้ไหม? | Q&Aกล้วยๆ EP.1094
ซื้อ หุ้นปันผล ดูแค่สถิติย้อนหลังพอไหม? เผยความลับการเลือกหุ้นเพื่อให้ได้ “เงินปันผล” ที่ยั่งยืน
นักลงทุนหลายคนเมื่อเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้น สิ่งหนึ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง Passive Income หรือกระแสเงินสดกลับเข้ากระเป๋าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งตัวช่วยที่ตอบโจทย์ที่สุดย่อมหนีไม่พ้นการลงทุนใน หุ้นปันผล
วิธีการยอดฮิตที่เหล่านักลงทุนมักใช้กันจนเป็นสูตรสำเร็จ คือการนำข้อมูลการจ่ายปันผลต่อหุ้น (Dividend Per Share หรือ DPS) เฉลี่ยย้อนหลังประมาณ 5 ปี มาหารกับราคาหุ้นที่เรากำลังจะเข้าซื้อ เพื่อประเมินดูว่าเราจะได้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์ (Yield) และระดับไหนถึงจะเรียกว่า “ปลอดภัย”
แต่รู้หรือไม่ครับว่า… แนวคิดการลงทุนที่พึ่งพาเพียงตัวเลขในอดีตเช่นนี้ อาจเป็นคอนเซปต์ที่ผิดทั้งหมด! และอาจนำพาพอร์ตของคุณไปสู่ความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
ทำไมการดูข้อมูลอดีตถึงเป็น “หลุมพราง” ของการเลือก หุ้นปันผล?
การประเมินมูลค่าหรือความน่าสนใจของ หุ้นปันผล จากข้อมูลในอดีตเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในวันข้างหน้าได้ เพราะตัวเลขเหล่านั้นคือสิ่งที่ “เกิดขึ้นไปแล้วและจบไปแล้ว”
ลองมาดูตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น: หากเราพิจารณาหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับบิ๊กเนมอย่าง Land and Houses (LH) ซึ่งหลายคนจัดให้เป็น หุ้นปันผล พิมพ์นิยมที่ต้องมีติดพอร์ต
- เมื่อมองย้อนหลังไป 3-10 ปี: คุณจะพบว่าสถิติการจ่ายปันผลนั้น “สวยหรู” และสม่ำเสมอมาก โดยมีการจ่ายอยู่ที่ระดับ 0.50 บาท, 0.60 บาท และกลับมาที่ 0.50 บาท ตามลำดับ
- กับดักทางความคิด: ถ้านักลงทุนยึดติดกับตัวเลขนี้ ก็จะคาดหวังว่าในปีต่อๆ ไปเราก็น่าจะได้ปันผลในระดับเดิม
แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น: เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2567 เงินปันผลกลับลดลงเหลือเพียง 0.30 บาท และในปี 2568 มีการคาดการณ์ว่าจะลดลงเหลือเพียง 0.25 บาท เท่านั้น! นั่นหมายความว่าผลตอบแทนที่คุณคาดหวังหายไปกว่า “ครึ่งหนึ่ง” ทันที แม้คุณจะเลือกหุ้นที่ดูเหมือนจะมั่นคงในอดีตก็ตาม
หัวใจสำคัญ: ปันผลมาจาก “อนาคต” ไม่ใช่ “อดีต”
หากคุณอยากได้ หุ้นปันผล ที่จ่ายเงินให้คุณอย่างยั่งยืนและมีโอกาสเติบโตขึ้น คุณต้องเข้าใจแก่นแท้ว่า “เงินปันผลมาจากกำไรสุทธิของบริษัท”
หลักการที่ถูกต้องในการลงทุนคือ การมองไปข้างหน้า (Forward-Looking) เราต้องตั้งคำถามว่าในอนาคตบริษัทจะเอาแนวโน้มรายได้และกำไรมาจากไหน? หากบริษัทมีแนวโน้มกำไรเติบโต เงินปันผลก็จะเพิ่มตาม แต่ถ้ากำไรมีแนวโน้มถดถอย ต่อให้สถิติ 10 ปีย้อนหลังจะดีแค่ไหน ปันผลในมือคุณก็ลดลงได้อยู่ดี
เจาะลึกการวิเคราะห์อนาคต: กรณีศึกษาหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
หากเราลองใช้ “อนาคต” มาวิเคราะห์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นสัญญาณเตือนหลายอย่างที่บอกว่านี่อาจไม่ใช่ช่วงเวลาทองของ หุ้นปันผล กลุ่มนี้:
- แนวโน้มกำไรถดถอย: รายได้และกำไรของกลุ่มอสังหาฯ มีทิศทางลดลงต่อเนื่องติดต่อกันถึง 3 ปี
- ปัจจัยดอกเบี้ย: แม้ดอกเบี้ยจะเริ่มปรับตัวลดลงมาบ้างแล้ว แต่ธุรกิจก็ยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่ควรจะเป็น
- จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง (Demographics): นี่คือหัวใจสำคัญครับ วงจรชีวิตของคนสัมพันธ์กับการซื้อบ้านอย่างมาก
- วัยเด็ก: อาศัยบ้านพ่อแม่
- วัยเรียน/เริ่มทำงาน (First Jobber): เช่าหอพักหรือคอนโดเล็กๆ
- วัย 30 ปีขึ้นไป: เริ่มสร้างครอบครัว นี่คือ “กลุ่มเป้าหมายหลัก” ที่จะซื้อบ้าน
สิ่งที่น่ากังวลคือ: หากเราคาดการณ์ประชากรศาสตร์ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า แล้วพบว่าจำนวนประชากรที่จะเข้าสู่วัย 30 ปีมีแนวโน้ม “ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ” นั่นหมายความว่า Demand หรือความต้องการซื้อบ้านในอนาคตจะลดลงตามไปด้วย เมื่อยอดขายแย่ลง กำไรก็ลดลง การถือหุ้นกลุ่มนี้เพื่อหวังเป็น หุ้นปันผล ระยะยาวจึงมีความเสี่ยงสูงขึ้นนั่นเอง
ปัจจัยที่อาจ “พลิกเกม” ให้กลุ่มอสังหาฯ กลับมาน่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม โลกการลงทุนคือการมองความน่าจะเป็น แม้ภาพรวมจะดูเหนื่อย แต่ก็ยังมี “ตัวเปลี่ยนเกม” (Game Changer) ที่อาจทำให้ หุ้นปันผล ในกลุ่มนี้กลับมาผงาดได้อีกครั้ง เช่น:
- ทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย: หากดอกเบี้ยปรับลดลงไปจนถึงจุดต่ำสุดจริงๆ อาจกระตุ้นให้คนกล้ากลับมาเป็นหนี้เพื่อซื้อบ้านมากขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมาย: หากมีการแก้กฎหมายอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถถือครองที่ดินได้แบบปลดล็อกจริงจัง กำลังซื้อจากต่างชาติจะกลายเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่ทำให้ยอดขายกลับมาเติบโต
แต่ถ้าปัจจัยเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น? โอกาสที่ยอดขายบ้านจะกลับไปเติบโตเฟื่องฟูเหมือนในอดีตย่อมเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก
บทสรุป
ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นการเฟ้นหาหุ้นเติบโต (Growth Stock) หรือการควานหา หุ้นปันผล (Dividend Stock) เข้าพอร์ต กฎเหล็กที่คุณต้องสลักไว้ในใจคือ “ต้องวิเคราะห์อนาคตเป็นหลัก ไม่ใช่อดีต”
สถิติย้อนหลังมีไว้เพื่อดูความสม่ำเสมอ และวินัยของบริษัท แต่ “ความสามารถในการทำกำไรในวันข้างหน้า” ต่างหาก คือของจริงที่จะเป็นตัวตัดสินว่า คุณจะได้รับเงินปันผลที่มั่งคั่งและมั่นคงอย่างที่ตั้งใจไว้หรือไม่ครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือชี้นำให้ซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
