PR9 หุ้นโรงพยาบาลที่ตลาดกำลังมองเห็น
หุ้น PR9 ฝ่ากระแสข่าวร้ายกลุ่มโรงพยาบาล ทำไมยังแกร่งสวนตลาด?
ในช่วงปีที่ผ่านมา หากใครที่ติดตามข่าวสารในแวดวง การลงทุน หรือถือ หุ้นโรงพยาบาล อยู่ในพอร์ต อาจจะเริ่มสัมผัสได้ถึงความผันผวน และความท้าทายใหม่ๆ ที่เข้ามากระทบอุตสาหกรรมนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรการภาครัฐ หรือประเด็นประกันสุขภาพ แต่ท่ามกลางความกังวลเหล่านั้น ยังมีหุ้นตัวหนึ่งที่ถูกมองว่ามีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และน่าจับตามอง นั่นคือ PR9
วันนี้ลงทุนกล้วยๆจะมา วิเคราะห์หุ้น ตัวนี้ พร้อมกางปัจจัยเสี่ยง และโอกาสของกลุ่มโรงพยาบาล เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุนครับ
ความเสี่ยงของ หุ้นโรงพยาบาล กลุ่มลูกค้าภาครัฐ (ประกันสังคม/สปสช.)
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังสนใจ หุ้นโรงพยาบาล สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือโครงสร้างรายได้ครับ ในคลิปวิดีโอได้มีการวิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า โรงพยาบาลที่มีสัดส่วนลูกค้าจากภาครัฐสูง เช่น ประกันสังคม หรือ สปสช. (บัตรทอง 30 บาท) กำลังเผชิญกับความเสี่ยงสำคัญ นั่นคือ “งบประมาณ”
เนื่องจากจำนวนประชากรไทยมีแนวโน้มลดลง ทำให้เงินสมทบที่จะส่งเข้ากองทุนประกันสังคมมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้ภาครัฐต้องรัดกุมเรื่องการเบิกจ่ายมากขึ้น โดยปกติรายได้จากประกันสังคมจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้
1. OPD (ผู้ป่วยนอก): ได้รับเงินแบบเหมาจ่ายรายหัว ซึ่งกำไรไม่เยอะ เน้นรักษาโรคทั่วไป
2. โรคซับซ้อน (RW): ส่วนนี้เคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญ เพราะค่ารักษาสูง (บางเคสหลักแสนบาท)
แต่ปัจจุบัน เกมเปลี่ยนไปแล้วครับ ภาครัฐมีการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น เปรียบเสมือนเกม “แมวจับหนู” หากโรงพยาบาลไหนเน้นทำกำไรจากโรคซับซ้อนที่เคยเบิกง่าย อาจจะเจอมาตรการคุมเข้มย้อนหลังได้
กรณีศึกษา: การผ่าตัดกระเพาะ (โรคอ้วน) ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือกระแสการผ่าตัดกระเพาะรักษาโรคอ้วน ในอดีตคนที่มีค่า BMI เข้าเกณฑ์ “อ้วน 1” (แค่ท้วมๆ) ก็สามารถใช้สิทธิ์ผ่าตัดฟรีได้ ทำให้หลายคนใช้ช่องว่างนี้เพื่อผลลัพธ์ด้านความงาม, แต่ปัจจุบันมีการปรับเกณฑ์ใหม่ ต้องเป็นระดับ “อ้วน 2” และต้องมีโรคแทรกซ้อนร่วมด้วยถึงจะเบิกได้ ทำให้รายได้ส่วนนี้ของโรงพยาบาลหายไป
กับดักประกันสุขภาพและมาตรการ Co-pay
นอกจากลูกค้าภาครัฐแล้ว ลูกค้าคนไทยกลุ่มที่มี “ประกันสุขภาพ” ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องนำมา วิเคราะห์หุ้น ในปีนี้
ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มีการเริ่มใช้มาตรการ Co-pay (Co-payment) หรือการร่วมจ่าย เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทประกันประสบปัญหาขาดทุนจากการเคลมที่มากเกินความจำเป็น (Over-claim) เช่น ท้องเสียนิดหน่อยก็นอนโรงพยาบาล (Admit) กันแล้ว,
มาตรการใหม่ระบุว่า หากมีการแอดมิทด้วยโรคเดิมๆ ถี่เกินไป (เช่น เกิน 3 ครั้งต่อปี) อาจจะต้องมีการร่วมจ่ายค่ารักษา ซึ่งมาตรการนี้ไม่ได้กระทบแค่คนซื้อประกันใหม่ แต่ยังส่งผลทางจิตวิทยาต่อคนที่มีกรมธรรม์เดิมด้วย เพราะกลัวเบี้ยประกันจะขึ้นในปีถัดไป
ผลลัพธ์คือ จำนวนคนไข้ไทยลดลง แทบทุกโรงพยาบาล เพราะคนเริ่มระวังตัวในการใช้สิทธิ์มากขึ้น
ทำไม PR9 ถึงเป็น การลงทุน ที่น่าสนใจสวนกระแส?
แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะดูเหนื่อย ทั้งจากฝั่งรัฐและฝั่งประกันสุขภาพในไทย แต่ PR9 กลับมีจุดเด่นที่ทำให้ผลประกอบการยังเติบโตได้ดี ซึ่งเกิดจากกลยุทธ์การโฟกัสไปที่ “คนไข้ต่างชาติ”
จากการ วิเคราะห์หุ้น PR9 พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
• การเติบโตของลูกค้าต่างชาติ: เดิมที PR9 มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ (โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง) อยู่ที่ประมาณ 20% แต่ในปีนี้ตัวเลขขยับขึ้นต่อเนื่อง Q1 อยู่ที่ 22-24%, Q2 ขยับไป 26% และ Q3 พุ่งไปถึง 28%
• รายได้ต่อหัวสูง (High Yield): ลูกค้าต่างชาติมีค่าใช้จ่ายต่อหัว (Billing per head) สูงกว่าคนไทยถึง 2-3 เท่า
• กำไรขั้นต้นดีกว่า: แม้ต้นทุนค่าจ้างหมอที่เก่งภาษาอาจจะสูงขึ้นบ้าง แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เติบโตได้ดีมาก
แม้คนไข้ไทยจะลดลงเหมือนโรงพยาบาลอื่น แต่รายได้จากต่างชาติที่เข้ามานั้นมีมูลค่าสูงมากจนสามารถชดเชยและผลักดันให้กำไรเติบโตได้
การเลือกลงทุนใน หุ้นโรงพยาบาล ณ เวลานี้ จำเป็นต้องคัดเลือกหุ้นรายตัว (Stock Selection) อย่างละเอียด การมองหาโรงพยาบาลที่สามารถกระจายความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ และมีฐานลูกค้าต่างชาติที่แข็งแกร่งอย่าง PR9 จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการ การลงทุน ที่เน้นความแข็งแกร่งของผลประกอบการมากกว่าแค่เงินปันผลหวือหวา,
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามตัวเลขสัดส่วนรายได้และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกประกอบการตัดสินใจอยู่เสมอครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา และการเขียนบล็อกเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
