1. ชื่อ เปิ้ล รติวรรณ
2. เป้าหมาย 10%
3.หุ้นที่เลือก
หุ้น เปอร์เซนต์ MOS. เหตุผล
1. TACC 30% 30. เติบโตและขยายตัวตามการการขยายสาขาของเซเว่นที่มีทั้งในประเทศและ กัมพูชา และการขยายตัวของโลตัส ไม่มีหน้สิน ผลประกอบการมีกำไร และมีสินค้าหลากหลายมากขึ้น ธุรกิจดีขึ้นหลังโควิด
2. SABINA. 20%. 20 เติบโตต่อเนื่องในประเทศและต่างประเทศ หนี้สินลดลง เงินทุนหมุนเวียนดีขึ้น มีช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์
3. XO. 20%. 31. เป็นสินค้าFMCG ,Recurringที่ติดตลาดในต่างประเทศแถบยุโรป และกำลังขยายไปตลาดใหม่ๆอยู่เสมอเช่นอเมริกาและตะวันออกกลาง มีออนไลน์ต่างประเทศด้วย ไม่มีปัญหาเรื่องซัพพลายเออร์ ได้รับการสนันสนุนจากภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นครัวโลก
4. RPH. 20%. 20. เป็นรพ.เอกชน1ใน3ของขอนแก่น ที่สร้างความแตกต่างด้านบริการและความแตกต่างนั้นนำมาซึ่งการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง มองคนไข้เป็นคนไข้ มองแพทย์เป็นแพทย์ไม่ใช่ผู้บริการลูกค้า วิสัยทัศน์ของผู้บริหารดี สามารถดึงลูกค้าได้ในอีสานตอนบนและสปป ลาวได้ไม่ยาก กำไรดี รายได้เติบโต
5.CP ALL. 10%. 10. เป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีความแข็งแกร่งทุกๆด้านยังเติบโตได้เรื่อยๆ
ขอบคุณอาจารย์ประพาสมากค่ะที่ให้ความรู้ด้านนี้อย่างละเอียด ในการเริ่มต้นศึกษาเรื่องการลงทุนครั้งแรกของพี่นี้ยังมีเรื่องต้องศึกษาอีกมากมาย เปรียบเสมือนยังอยู่ระดับอนุบาล สิ่งที่อาจาย์สอนจะพยายามแบ่งเวลามาดูคลิปย้อนหลังและลองทำตามทีละขั้นตอน เพื่อให้เข้าใจการลงทุนให้มากขึ้น ที่เลือกหุ้น 5 ตัวมานี้ส่วนหนึ่งตามอาจารย์แนะนำ ยังไม่ได้ลงรายละเอียดศึกษาแบบจริงจังเพราะมีเวลาน้อย รบกวนอาจารย์ตรวจดูให้ด้วยค่ะ
ปล.พอร์ตที่เปิดใหม่รอการอนุมัติอีก2-3วันไม่แน่ใจจะทันลงทุนกับเขาไหม
เอ็ม ธารวัฒน์
เป้าหมายต่อปี 14.58 %
ประเภทหุ้นที่เลือก หุ้นโตกลาง 70% หุ้นโตเร็ว 30%
หุ้นที่เลือก
1. SABINA หุ้นโตกลาง (30% ของพอร์ต) MOS 21% ธุรกิจ B2C สินค้าจำเป็น มีกลุ่มลูกค้าทุกวัย ส่วนแบ่งการตลาดในประเทศอันดับ 1 มีความสามารถในการแข่งขัน รายได้และกำไรเติบโตได้เพราะทำการตลาดเก่งและสามารถลดต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ดี มีโอกาสเติบโตในต่างประเทศ
2. TACC หุ้นโตกลาง (20% ของพอร์ต) MOS 30% ธุรกิจ B2B สินค้าเครื่องดื่มที่มีรายได้และกำไรเติบโตไปพร้อมกับการขยายสาขาของ 7/11 และโลตัส แต่มีความเสี่ยงที่สำคัญคือหาก 7/11 และโลตัส เข้ามาทำธุรกิจเครื่องดื่มเองอาจไม่ได้รับการต่อสัญญา
3. SPVI หุ้นโตกลาง (20% ของพอร์ต) MOS 31% ธุรกิจ B2C รายได้หลักเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าของ Apple ที่มีความจงรักภักดีของลูกค้าสูง เติบโตได้จากการขยายสาขา ตั้งเป้ารายได้เติบโตปีละ 10 % มีความเสี่ยงที่สำคัญคือการถูกยกเลิกการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของ Apple ที่เป็นรายได้หลักของบริษัท
4. DOHOME หุ้นโตเร็ว (20% ของพอร์ต) MOS 14% ธุรกิจ B2C ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมมีขนาดใหญ่ บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดยังน้อย แต่มีความสามารถในการแข่งขัน รายได้และกำไรเติบโตได้จากการขยายสาขาและเพิ่มสินค้า House Brand ให้มีสัดส่วนต่อรายได้มากขึ้น มีความเสี่ยงที่สำคัญคือ สินค้าวัสดุก่อสร้างกลุ่มเหล็กมีความผันผวนของราคาสูงที่อาจทำให้กำไรลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
5. RPH หุ้นโตเร็ว (10% ของพอร์ต) MOS 19% ธุรกิจ B2C โรงพยาบาลเอกชน จ.ของแก่น ส่วนแบ่งการตลาด 31 % รายได้และกำไรเติบโตจากค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุที่จะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น อำนาจการใช้จ่ายที่มากขึ้นทำให้มีความต้องการใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มมากขึ้น มีความสามารถในการแข่งขัน คิดค่ารักษาพยาบาลที่ต่ำกว่าคู่แข่ง การขยายการบริการศูนย์เฉพาะทางเพิ่มขึ้น การขยายฐานผู้ป่วยหลักประกันสุขภาพ มีแผนจะเปิดโรงพยาบาลใหม่ในพื้นที่อื่น
พัท (ภัทร)
เป้าหมายต่อปี
10-15%
หุ้นที่เลือก
MEGA หุ้นแข็งแกร่ง โตกลางMOS 17.7% B2B2C
ปริมาณลูกค้าและปริมาณที่ซื้อค่อนข้างน้อย เพราะเป็นยาอาหารเสริมที่ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักของคนทั่วไป ลูกค้าคือร้านขายยา และลูกค้าทั่วไป
Switching Cost สูง - อาหารเสริมสามารถตั้งราคาได้สูง อยู่ที่ความพึ่งพอใจของลูกค้าในการตัดสินใจซื้อ และถ้าติดแบรนด์แล้ว มีโอกาสน้อยที่จะเปลี่ยนแบรนด์
จำนวน supplier มีหลากหลาย บริษัทมีนโยบายการเก็บวัตถุดิบในปริมาณที่เพียงพอ ทำให้สามารถเปลี่ยน supplier ได้ โดยไม่ทำให้กระบวนการผลิตชะงัก
จำนวนคู่แข่งที่มีนัยยะ Blackmore's, GNC, Vistra, Nutrakal
Blackmore's และ GNC อยู่ในตลาด premium ซึ่ง Mega ไม่ได้จับตลาดนี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่คู่แข่งกันโดยตรง
ปัจจุบันในตลาดอาหารเสริมในช่องทางร้านขายยา Mega เป็นผู้เล่นที่ใหญ่ที่สุด
สินค้าทดแทน - เครื่องดื่มผสมวิตตามิน
เครื่องดื่มผสมวิตตามินมีราคาที่ต่ำกว่าอาหารเสริม แต่ไม่สามารถทดแทนได้สมบูรณ์แบบ
Mega ทุนกับ Malee ทำเครื่องดื่มอาหารเสริม
การทำยาอาหารเสริมต้องผ่านมาตรฐาน อย. ของทางภาครัฐ
1. ชื่อเล่น + ชื่อจริง ทูน ไพฑูรย์
2. เป้าหมายต่อปี 20%
3. หุ้นที่เลือก
COM7 (FWD P/E MOS9%)
หุ้นโตไว โตเฉลี่ยปีละ30% เป็นอันดับ1ในอุสาหกรรม
โอกาส 1.com7 ฉีกออกมาทำ ประกันภัย(ทำให้ไม่ต้องเสียค่าประกันมือถือให้บริษัทภายนอก), ปล่อยสินเชื่อ, ร้านขายยา
2.com7 เพิ่ม accessory house brand ทำให้gpmน่าจะโตได้ดีขึ้น
ความเสี่ยง 1. ตลาดมือถือเริ่มอิ่มตัว(แต่มีตัวช่วยคือการเปลี่ยนผ่านเป็น Deviceที่รองรับ5G)
2. ถ้าธุรกิจที่ฉีกออกมาไม่สามารถสร้าง new s curve ได้การเติบโตจะเริ่มฉะลอตัว
3. พึ่งพา CEO เยอะ
DOHOME (FWD P/E MOS14%)
โอกาส 1. มี Market Share ให้แย่งจากรายย่อยอีกเยอะ
2. ปรับสัดส่วนสินค้าให้มี marginสูงขึ้น ทำให้gpmดีขึ้น
ความเสี่ยง 1.ความเสี่ยงจากความผันผวนราคาเหล็กทำให้เกิด Stock lost (เห็นแจ้งว่ามีการลดสต๊อกแล้ว)
HL (FWD P/E MOS-7%)
โอกาส 1. จากมาตรการรัฐ ทำให้คู่แข่งรายย่อยถูกปิดตัวลงไปมาก
2. ตลาดยาและอาหารเสริมโตไว
ความเสี่ยง 1. พึ่งพาผู้ผลิตสินค้าให้เพียง2ราย
2. การแข่งขันสูง และผู้เล่นรายอื่นมีขนาดใหญ่กว่า
TQM
โอกาส 1.ประเทศไทยยังมีสัดส่วนคนที่มีประกันภัยแล้วน้อย ตลาดยังโตได้ดี
2. บริษัทขยายงานด้านการเงิน และเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม เพิ่ม
ความเสี่ยง 1.InsurTech (บริษัท เปิดตัวSureKrubออกมาสู้แล้ว โดยยังเน้นไปที่ประกันรถยนต์เหมือนเดิม)
ผู้บริหารให้เป้าหมายในการเติบโตรายได้และกำไร 15 – 20% ต่อปี หากทำได้ตามเป้า อาจมี MOS เพิ่มขึ้นไปอีก (PE MOS 30% ปลายปี 2566)
- เป็นหุ้นค้าปลีกสินค้าไอที Market share อันดับ 1 ของประเทศไทย, B to C, Cash, ไม่เป็น commodity, Recurring income, Brand ที่ขายมี Royalty ค่อนข้างสูง, อยู่ในตลาดสินค้าไอทีซึ่งยังคงเติบโต 5% ต่อปี แต่ตัวบริษัทมีความสามารถในการแข่งขันและปรับตัวกับปัญหาระยะสั้น ทำให้การเติบโตทำให้สูงกว่าอัตราเติบโตของตลาด
- ความน่าสนใจของธุรกิจในปี 2566 คือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับ 1Q66 น่าจะทำให้รายได้ดีขึ้น, สถานการณ์ Ship shortage คลี่คลายแล้ว, เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับ Dollar (US), การเปิดตัว ship M2 และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของทาง Apple, การเติบโตของ 5G, มีการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า House brand (สายชาร์จ หูฟัง เคสมือถือ) ที่ได้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น และการที่บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการประกันภัยสินค้าให้กับบริษัทภายนอกแล้วเปลี่ยนมาทำเอง
- ความเสี่ยงของธุรกิจที่ต้องจับตามองคือ Supplier หลักคือ Apple ซึ่งมีอำนาจการต่อรองสูงกว่า หากเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อบริษัท, สถานการณ์การผลิต Ship ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และส่งผลโดยตรงต่องบการเงินบริษัท และ ภาพลักษณ์และคุณภาพบริษัท สัมพันธ์กับความสามารถของผู้บริหาร หากมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารใหญ่ อาจทำให้เสียความมั่นใจต่อธุรกิจได้
คิดว่าจะถือ 30% - 50% ของ port (ปัจจุบัน 20% port)
หุ้นอื่น ๆ ที่สนใจ ได้แก่ Makro (มี 10% port), Dohome, Sabuy (มี 20% port), DMT (มี 20% port), ITC, XO, TIPH อยู่ในระหว่างหาเวลาศึกษาอย่างถ่องแท้ และคิดว่าจะปรับลดหรือเพิ่มเมื่อเข้าใจดีแล้วค่ะ
งาม พรรณงาม
เป้าหมายผลตอบแทน 12-15%
หุ้นที่เลือก
1 GULF สัดส่วน 3% ถืออยู่ในปัจจุบัน ธุรกิจเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน
2 AOT สัดส่วน5% ถืออยู่ในปัจจุบัน การท่องเที่ยวยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คู่แข่งมีขนาดเล็กกว่ายากต่อการแข่งขัน มีอำนาจต่อรองสูงทั้งจากซัพพลายเออร์และลูกค้า คู่แข่งขันเข้ามาในธุรกิจได้ยาก
3 SVT สัดส่วน25% mos 20% หุ้นโตกลาง แนวโน้มเติบโต 10-15% ยังมีแนวโน้มเติบโตทางธุรกิจ มีราคาต้นทุนในการลงทุนค่อนข้างต่ำกว่าคู่แข่ง และยังมีแนวโน้มการเพิ่มแผนลงจุด vending machine เพิ่มเติมได้ ข้อดึมีความได้เปรียบที่สะดวกกว่า 7/11 แต่ข้อด้อยคือรายการสินค้าจำกัด
4.TNP สัดส่วน 25% mos 20%หุ้นโตกลาง ธุรกิจเป็น B2C ,มี recurring ธุรกิจเข้าใจง่าย
5. XO สัดส่วน 17% MOS 30% คาดการณ์ Growth 10% สินค้าอุปโภคบริโภค มีอัตราการซื้อซ้ำ ขยายการลงทุนในต่างประเทศ
6.RPH สัดส่วน 20% Mos 20% คาดการณ์Growth 15-20% ธุรกิจโรงพยาบาล มีอัตราผู้ใช้บริการแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ
ชื่อ เจ้พัช ณภัทรภร
เป้าหมายต่อปี = 20%
หุ้นที่เลือก GLOBAL
-MOS 7.37%
-เหตุผลเชิงคุณภาพ
ลักษณะการประกอบธุรกิจ : จำหน่าย วัสดุก่อสร้าง สำหรับงานด้านโครงสร้างต่างๆ
และวัสดุตกแต่ง สำหรับตกแต่งอาคาร นอกจากกลยุทธทางด้านการผลิตและจัดจำหน่ายแล้ว บริษัท ยังไห้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้า โดยมีการออกแบบ ระบบ drive through ระบบนี้สามารถทำไห้ลูกค้า ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นต่อการเข้าใช้บริการ แต่ละสาขา
ทั้งนี้ ผลประกอบการมีกำไรขึ้นทุกปี ปีที่มา Q4/65 บวก 3% มี และมีโครงการ การขยาย สาขา เพิ่มมากขึ้น ในปี 66 5-6 สาขา
ประเภทบริการ และรายได้
B2B,รายได้ Recurring,ช่องทาง เป็น company
นที่เลือก sat
-MOS 64.24%
-เหตุผลเชิงคุณภาพ
จัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ และ อะไหล่รถทางการเกษตร ให้แก่ กลุ่มลูกค้าประเภทผู้ประกอบยานยนต์ (OEM) และ มีการส่งออกไปที่บริษัท จากการเปิดประเทศ ส่วนที่น่าสนใจ คือ มีโครงการ รถบัส ไฟฟ้า และรถตุ๊กๆไฟฟ้า มองว่าเป็นการปรับตัวของธุรกิจที่ดี เพื่อรองรับ เทคโนโลยี และพลังงานทดแทนในอนาคต
ลักษณะการประกอบธุรกิจ : : B2C ,รายได้ Recurring, ช่องทางการขาย company เป็นประเภทธุรกิจ manufacture ประเภทสินค้า เป็น semi-Durable
หุ้นที่เลือก IP
-MOS -43.84%
-เหตุผลเชิงคุณภาพ
เป็นธุรกิจเกี่ยวกับ การคิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมความงาม สำหรับ คนและผลิตภัณฑ์สุขภาพ สำหรับ สัตวเลี้ยงและปศุสัตว์ ส่วนที่น่าสนใจในธุรกิจ คือการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาให้แก่กลุ่ม โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยาสมัยใหม่ โรงพยาบาลและคลินิก รักษาสัตว์ ตามร้านเพ็ทช็อป และ บริษัท จำหน่ายเวชสำอางต่างๆ และ จะมีการเจาะตลาดในต่างประเทศ ซึ่ง ณ สถานการณ์ทางปัจจุบัน คิดว่า กลุ่มธุรกิจนี้น่าสนใจอย่างมาก คาดการว่ากระเจาะตลาดต่างประเทศจะทำไห้ ผลประกอบการดีขึ้นจากเดิม
ผลประกอบการ เพิ่มมากขึ้นการขยายธุรกิจ
ลักษณะการประกอบธุรกิจ : : B2B2C ,รายได้ Recurring, ช่องทางการขาย company เป็นประเภทธุรกิจ trading ประเภทสินค้า เป็น smcg
หุ้นที่เลือก spa
-MOS 202.52%
-เหตุผลเชิงคุณภาพ เป็นธุระกิจ สปาและเวลเนส ธุรกิจจำหน่าย ผลิตภัณฑ์สปา ธุรกิจโรงแรม และ ร้านอาหาร เป็น ธุรกิจที่จะมีผลดีในการเปิดประเทศ ปีนี้ สามารถ รองรับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาใช้บริการและสามารถทำกำไรได้ดี กว่าช่วงโควิด
ลักษณะการประกอบธุรกิจ : : B2C ,รายได้ Recurring, ช่องทางการขาย company เป็นประเภทธุรกิจ service
1. ชื่อ เปิ้ล รติวรรณ
2. เป้าหมาย 10%
3.หุ้นที่เลือก
หุ้น เปอร์เซนต์ MOS. เหตุผล
1. TACC 30% 30. เติบโตและขยายตัวตามการการขยายสาขาของเซเว่นที่มีทั้งในประเทศและ กัมพูชา และการขยายตัวของโลตัส ไม่มีหน้สิน ผลประกอบการมีกำไร และมีสินค้าหลากหลายมากขึ้น ธุรกิจดีขึ้นหลังโควิด
2. SABINA. 20%. 20 เติบโตต่อเนื่องในประเทศและต่างประเทศ หนี้สินลดลง เงินทุนหมุนเวียนดีขึ้น มีช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์
3. XO. 20%. 31. เป็นสินค้าFMCG ,Recurringที่ติดตลาดในต่างประเทศแถบยุโรป และกำลังขยายไปตลาดใหม่ๆอยู่เสมอเช่นอเมริกาและตะวันออกกลาง มีออนไลน์ต่างประเทศด้วย ไม่มีปัญหาเรื่องซัพพลายเออร์ ได้รับการสนันสนุนจากภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นครัวโลก
4. RPH. 20%. 20. เป็นรพ.เอกชน1ใน3ของขอนแก่น ที่สร้างความแตกต่างด้านบริการและความแตกต่างนั้นนำมาซึ่งการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง มองคนไข้เป็นคนไข้ มองแพทย์เป็นแพทย์ไม่ใช่ผู้บริการลูกค้า วิสัยทัศน์ของผู้บริหารดี สามารถดึงลูกค้าได้ในอีสานตอนบนและสปป ลาวได้ไม่ยาก กำไรดี รายได้เติบโต
5.CP ALL. 10%. 10. เป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีความแข็งแกร่งทุกๆด้านยังเติบโตได้เรื่อยๆ
ขอบคุณอาจารย์ประพาสมากค่ะที่ให้ความรู้ด้านนี้อย่างละเอียด ในการเริ่มต้นศึกษาเรื่องการลงทุนครั้งแรกของพี่นี้ยังมีเรื่องต้องศึกษาอีกมากมาย เปรียบเสมือนยังอยู่ระดับอนุบาล สิ่งที่อาจาย์สอนจะพยายามแบ่งเวลามาดูคลิปย้อนหลังและลองทำตามทีละขั้นตอน เพื่อให้เข้าใจการลงทุนให้มากขึ้น ที่เลือกหุ้น 5 ตัวมานี้ส่วนหนึ่งตามอาจารย์แนะนำ ยังไม่ได้ลงรายละเอียดศึกษาแบบจริงจังเพราะมีเวลาน้อย รบกวนอาจารย์ตรวจดูให้ด้วยค่ะ
ปล.พอร์ตที่เปิดใหม่รอการอนุมัติอีก2-3วันไม่แน่ใจจะทันลงทุนกับเขาไหม
1. หนึ่ง อภิรัตน์
2. เป้าหมาย 16% ต่อปี
3. หุ้นที่เลือก
รอแช่ง HL ครับ
1) โจอี้ อนาวิล
2) 17.68%
3.1) TTW สัดส่วน40%
3.2) MOS 45%(Fair P/BV=3.91, Latest P/BV=2.69)
3.3) เป็นหุ้นที่มีRecurring Income, มีMOATจากสัมปทานและสัญญา, มีNPMที่สูงต่อเนื่องแต่คู่แข่งเข้ามาได้ยากเนื่องจากต้องใช้เงินทุนเยอะและต้องได้รับสัมปทาน, โดยตามสัญญา TTWต้องจ่ายน้ำให้ตามนี้ จากข้อมูลกปภ. นครปฐมใช้ 800,000 ลบม/เดือน TTWจ่ายน้ำให้อ.นครชัยศรี, อ.สามพราน และ อ.พุทธมณฑล ประชากร 111,658, 213,646, 42,572 ตามลำดับ ประชากรทั้งจังหวัด 920,030คน เพราะฉะนั้นส่วนแบ่งประมาณ40%
ปทุมธานีใช้ 7,000,000 ลบม/เดือน TTWจ่ายน้ำเขตปทุมธานี-รังสิตประชากร85,260 และ 23,633 ประชากรรวมทั้งจังหวัด1,190,060 เพราะฉะนั้นส่วนแบ่งประมาณ 9%
สมุทรสาครใช้ 7,500,000 ลบม/เดือน TTWจ่ายน้ำอ.เมือง และ อ.กระทุ่มแบน ประชากร139,626 และ 153,102ตามลำดับ ประชากรทั้งจังหวัด342,733 เพราะฉะนั้นส่วนแบ่งประมาณ85%
เพราะฉะนั้นถ้ามองทั้งสามจังหวัดส่วนแบ่งจะเท่ากับ 31%
และอาจมีกำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการขึ้นราคาน้ำตามเงินเฟ้อเพราะมีระบุในสัญญาว่าสามารถทำได้ และจากประชุมAGM ผบห.บอกว่าต้นทุนไม่เพิ่มสูงขึ้นจากผลของสงครามบูเครนรัสเซีย เนื่องจากเป็นธุรกิจที่รายได้และNPMค่อนข้างคงที่ เพราะฉะนั้นรายได้เฉลี่ย8ปีย้อนหลังประมาณ5800ลบและNPMเฉลี่ย8ปีย้อนหลังประมาณ48% ให้เงินเฟ้อ7.5% คาดการณ์รายได้ปี23ได้ประมาณ6200 เพราะฉะนั้นกำไรสุทธิประมาณ3000บาท FWD PEเท่ากับ12.53 คาดการณ์Fair PEด้วยPEเฉลี่ยได้16.8 และเนื่องจากอยู่ในค่าเฉลี่ยFair PE guidlineในไสลด์จึงไม่ได้ปรับอะไรเพิ่ม จะได้MOSที่34% ความเสี่ยงใหญ่สุดคือไม่ได้ต่อสัมปทานของPTWซึ่งรายได้ประมาณครึ่งหนึ่งซึ่งจะหมดอายุภายในวันที่14 ตุลาคม 2566 แต่ผบหมั่นใจว่าจะได้ต่อสัญญา
4.1)XO สัดส่วน30%
4.2)MOS 30%
4.3)เป็นหุ้นFMCGที่มีแบรนด์ติดตลาดในหลายประเทศ และรายได้ช่วงโควิดโตจนทำให้ราคาขึ้นไปจนovervalueแต่ตกลงมาเนื่องจากสถาณการณ์โควิดคลี่คลายคนออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น แต่ในอนาคตบริษัทน่าจะยังเติบโตได้เพราะปัจจุบันยังมีส่วนแบ่งตลาดแค่6% และมีdistributorหลายรายทำให้เสี่ยงน้อยลง และลูกค้าไม่มีอำนาจต่อรอง และมีการจัดหาวัตถุดิบจากผู้หลายกว่าร้อยรายทำให้มีอำนาจต่อรอง
5.1)TACC สัดส่วน30%
5.2)MOS 30%
5.3)เป็นหุ้นFMCG B2B โตตามเซเว่น ความเสี่ยงคือเซเว่นไม่ต่อสัญญา